กนง.ประกาศเป้าหมายเงินเฟ้อ 1-3% ปี'69 รักษาเสถียรภาพราคา-ยืดหยุ่นรับความผันผวนได้
กนง.ประกาศเป้าหมายนโยบายการเงินปี 2569 กำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อระยะปานกลาง 1-3% มองเป็นระดับรักษาเสถียรภาพด้านราคาได้ดี มีความยืดหยุ่นเพียงพอรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยด้านอุปทาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงิน เรื่อง เป้าหมายของนโยบายการเงิน ประจำปี 2569 โดยเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติเป้าหมายของนโยบายการเงินประจำปี 2569 ที่เป็นความตกลงร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติในมาตรา 28/8 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทยพุทธศักราช 2485 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
กนง.ได้ออกประกาศฉบับนี้เพื่อประกาศในราชกิจจานุเกษา ตามความความโมมาตรา 28/8 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงินได้ตกลงร่วมกัน ดังนี้
1.ข้อตกลงร่วมกันในการกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ กนง. มีข้อตกลงร่วมกันโดยกำหนดให้อัตราเงินเพื่อทั่วไปในช่วง 1-3% เป็นเป้าหมายของนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลาง โดยเป้าหมายในปี 2569 จะดูแลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายระยะปานกลาง รวมทั้งดูแลไม่ให้เกิดภาวะเงินผิด หรืออัตราเงินเฟ้อที่ติดลบอย่างต่อเนื่องจากราคาสินค้าและบริการที่ลดลงในวงกว้าง
โดยเป้าหมายเงินเฟ้อระยะปานกลางที่ 1-3% มีความเหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาเป้าหมายดังกล่าวทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพด้านราคาได้ดี ผ่านการยึดเหนี่ยวเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางในขณะที่ช่วง 1-3% มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยด้านอุปทาน
2.การบรรลุเป้าหมายของนโยบายการเงินในระยะปานกลาง
การดำเนินนโยบายการเงินมุ่งดูแลเสถียรภาพด้านราคา ควบคู่กับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพและเสถียรภาพระบบการเงิน ภายได้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น (Flexible Inflation Targeting: FIT) โดยการบรรลุเป้าหมายนโยบายการเงินในระยะปานกลางอาศัยการยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนและธุรกิจเป็นสำคัญ เพื่อให้เงินเฟ้อไม่ต่ำหรือสูงเกินไปต่อเนื่องจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจหรือกระทบเสถียรภาพระบบการเงิน
ทั้งนี้ ในระยะข้างหน้าที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะร่วมมือในการดำเนินนโยบายการคลังและนโยบายการเงิน เพื่อดูแลให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนสอดคล้องกับศักยภาพ และเอื้อให้แนวโน้มเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย
โดยการดำเนินนโยบายการเงินจะมุ่งดูแลภาวะเศรษฐกิจการเงินโดยใช้เครื่องมือแบบผสมสผสาน ทั้งในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการใช้มาตรการทางการเงินในการแก้ปัญหาหนี้และสนับสนุนสินเชื่อใหม่ เพื่อเสริมการส่งผ่านของนโยบายการเงิน
3.ข้อตกลงในการติดตามและรายงานผลการดำเนินนโยบายการเงิน
กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะหารือร่วมกันเป็นประจำและ/หรือเมื่อมีเหตุจำเป็นอื่นตามที่ทั้งสองหน่วยงานจะเห็นสมควร เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของนโยบายการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การดำเนินนโยบายการคลังและนโยบายการเงินเป็นไปในทิศทางที่สอดประสานร่วมกันอันนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
กนง.จะจัดทำรายงานผลการดำเนินนโยบายการเงินทุกครึ่งปี ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับ 1.การดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมา 2.แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไป
และ 3.การคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจในอนาคต เพื่อแจ้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทราบ รวมถึงจะเผยแพร่รายงานนโยบายการเงินทุกไตรมาสเป็นการทั่วไป อันจะช่วยเพิ่มการรับรู้ของสาธารณชนถึงแนวทางการตัดสินนโยบายการเงินของ กนง. ซึ่งจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพของการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต
4.ข้อตกลงในการออกจดหมายเปิดผนึกของ กนง. ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเคลื่อนไหวออกนอกเป้าหมายนโยบายการเงิน กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเพื่อทั่วไปเฉลี่ยปี 2569 จะอยู่ในระดับต่ำ โดย กนง.จะกำหนดนโยบายการเงินที่เอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายระยะปานกลางในปี 2570
อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความไม่แน่นอนสูง จากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยด้านอุปทาน อาทิ แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานโลก ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นตามภูมิทัศน์การค้าโลกใหม่ การทวนกระแสโลกาภิวัตน์ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ดังนั้น กนง. จะติดตามและประเมินผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ต่อพลวัตเงินเฟ้อไทยในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กนง. จะมีจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนที่ผ่านมาหรือประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนข้างหน้าเคลื่อนไหวออกนอกเป้าหมายระยะปานกลาง เพื่อสื่อสารและสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลเสถียรภาพด้านราคาให้แก่สาธารณชน
โดยจะชี้แจงถึง 1.สาเหตุของการเคลื่อนไหวออกนอกเป้าหมายดังกล่าว 2.แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมาและในระยะต่อไป เพื่อนำอัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะเวลาที่เหมาะสม และ 3.ระยะเวลาที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่เป้าหมาย
นอกจากนี้ กนง. จะมีจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทุก 6 เดือน หากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยตามแนวทางข้างต้นยังคงอยู่นอกเป้าหมาย และจะรายงานความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาเป็นระยะตามสมควร
5. ข้อตกลงในการแก้ไขเป้าหมายนโยบายการเงินหากมีเหตุจำเป็น
ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรหรือจำเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ กนง.อาจตกลงร่วมกัน เพื่อแก้ไขเป้าหมายของโยบายการเงินได้ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กนง.ประกาศเป้าหมายเงินเฟ้อ 1-3% ปี’69 รักษาเสถียรภาพราคา-ยืดหยุ่นรับความผันผวนได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net