เปิดแผนจัดทำ'งบบัตรทอง'กรอบ 6 ปี เป้าเงินผู้ป่วยในถึง 13,000 ปี 73
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ โรงแรมเซนทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซนเตอร์ แจ้งวัฒนะ กทม. นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมด้วยนพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง“ความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ : บทเรียนความสำเร็จและความท้าทายจากเขตพื้นที่” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–15 มกราคม 2569 พร้อมมอบนโยบายด้านการบริหารงบประมาณและการกำกับติดตามการใช้จ่าย โดยมี คณะผู้บริหาร คณะกรรมการบริหารการเงินการคลังสุขภาพ (CFO) สปสช.เขต ฝ่ายบริหารข้อมูลและสารสนเทศ และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 200 คน
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขและ สปสช. ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอสำหรับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบการให้บริการประชาชน
โดยปีงบประมาณ 2569 ตามมติบอร์ดใหญ่ สปสช. เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ได้ให้ความสำคัญกับการบริการผู้ป่วยใน (IP) เป็นลำดับแรก โดยเพิ่มงบประมาณขึ้นอีก 5,450 ล้านบาท ตั้งเป้า 10.9 ล้าน Sum Adj RW ในอัตราจ่าย 8,350 บาท รวมวงเงินบริการผู้ป่วยใน 93,329 ล้านบาท
กระทรวงสาธารณสุข มีแผนการจัดทำงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพ ปี 2569 โดยให้เป็นงบปลายปิดทั้งกองทุนผู้ป่วยใน (IP) ผู้ป่วยนอก (OP) และสร้างเสริมสุขภาพ (PP) แยกเงินเดือนระดับประเทศ ใช้ตัวเลขผลงานบริการจริง และร่วมกับสปสช. ในการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณระดับเขต 100%
ขณะที่ปี 2570 จะจัดทำคำของบฯ ร่วมกับสปสช. โดยยังคงเป็นงบปลายปิดทุกกองทุน เพิ่มอัตราจ่ายเป็น 10,000 บาท จำนวน 11.2 ล้าน RW ร่วมกับผลงานบริการจริงปี 2569 + อัตราเพิ่มตามเงินเฟ้อและศักยภาพการบริการ ซึ่งคาดว่าจะใช้วงเงินเพิ่ม 24,869 ล้านบาท และจัดทำแผนใช้เงินบำรุงระดับประเทศ
ส่วนปี 2571-2573 กำหนดอัตราจ่าย/Sum Adj RW เป็น 11,000 บาท 12,000 บาท และ 13,000 บาท ตามลำดับ
"การประชุมจะมุ่งเน้นบทบาทของคณะกรรมการกำกับติดตามและประเมินผล (M&E) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปอย่างเป็นระบบ"
นพ.สมฤกษ์ กล่าวด้วยว่า มีการนำเสนอภาพรวมกองทุน แนวทางการจัดสรรงบประมาณ และกรอบการตรวจสอบ เพื่อสร้างความเข้าใจและใช้เป็นฐานข้อมูลเดียวกันในการดำเนินงาน และยังมีการแบ่งกลุ่มประชุมเชิงปฏิบัติการตามประเภทบริการหลัก เช่น บริการผู้ป่วยใน บริการกรณีเฉพาะ บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค บริการปฐมภูมิและนวัตกรรม บริการด้านเอชไอวี ไตวายเรื้อรัง และกลุ่มบริการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD)
เพื่อให้หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา และกำหนดแนวทางการกำกับติดตามการใช้จ่ายงบประมาณในแต่ละกลุ่มบริการอย่างรอบด้าน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรลดความซ้ำซ้อน และยกระดับความโปร่งใสในการบริหารงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อไป