โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

"ตายหรือยัง?" แอปสุดฮิตในจีน เช็กชื่อว่า ยัง(มีชีวิต)อยู่ไหม? รับสังคมคนโสดพุ่ง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปัจจุบัน “ความเหงา” กลายเป็นภัยคุกคามผู้คนทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ข้อมูลว่า ความเหงาสามารถคร่าชีวิตผู้คนได้ประมาณ 100 คนต่อชั่วโมง หรือมากกว่า 871,000 คนต่อปีทั่วโลก และมีประชากรถึง 1 ใน 6 ที่กำลังเผชิญกับภาวะความรู้สึกโดดเดี่ยวนี้

ที่สำคัญ คือ ปัญหาความเหงาเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย ไม่เฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องอาศัยเพียงลำพังอย่างที่เคยเข้าใจกัน เพราะแม้กระทั่งคนหนุ่มสาว ที่กลางวันออกไปทำงาน น่าจะมีเพื่อน มีสังคม ก็ยังเผชิญวิกฤติความเหงากับเขาด้วย

เกิดเป็นปรากฏการณ์ล่าสุด คือ คนรุ่นใหม่จีนพากันดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นใหม่ ชื่อว่าสื่อ เลอ เมอ (Sile Me - 死了么) ที่แปลเป็นไทยก็คือ “ตายหรือยัง?” จนขึ้นแท่นแอปแบบเสียเงินที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดใน App Store บนแดนมังกรตอนนี้

ถ้าเทียบกับการส่งรูป “สวัสดีวันจันทร์” ที่ผู้สูงอายุใช้ส่งเพื่อบอกว่า “ฉันยังสบายดีนะ” แอป “สื่อ เลอ เมอ” ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างกัน

Photo Credit : ChinaReportASEAN

สวัสดีวันจันทร์ แบบคนรุ่นใหม่

หน้าที่ของมันก็ตรงตัวตามชื่อแอป ว่า ตายหรือยัง? นั่นก็คือ การคอยตรวจเช็กความเป็นไปของผู้ที่พักอาศัยอยู่คนเดียว โดยกำหนดให้ผู้ใช้ต้อง "เช็กอิน" ด้วยการกดปุ่ม และหากผู้ใช้ไม่ได้กดปุ่มติดต่อกันเกิน 2 วัน แอปจะส่งข้อความไปยังผู้ติดต่อฉุกเฉินที่ผู้ใช้ระบุไว้

แอป "Are You Dead?" กลายเป็นกระแสไวรัลในขณะที่คนรุ่นใหม่ชาวจีนจำนวนมากขึ้นเลือกที่จะใช้ชีวิตตัวคนเดียว แทนการแต่งงานและมีครอบครัว ในขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุจำนวนมากก็ถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยวในบ้านโดยไม่มีญาติพี่น้องคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ

Wei-Jun Jean Yeung ผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์สังคมจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) กล่าวว่า การเกิดขึ้นของแอปดังกล่าว ถือว่า ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย นั่นก็คือ “คนที่อยู่คนเดียว” ได้อย่างแท้จริง

"เมื่ออัตราการเจริญพันธุ์ลดลง อายุขัยยืนยาวขึ้น การแต่งงานลดน้อยลง และอัตราการหย่าร้างพุ่งสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เกิดครัวเรือนที่อยู่คนเดียวมากขึ้น ความกังวลนี้คือเรื่องจริง" Yeung กล่าว

Photo Credit : Unsplash@anthonytran

วิกฤติประชากรและทางเลือกของคนรุ่นใหม่

จีนบันทึกสถิติประชากรลดลงติดต่อกันเป็นปีที่สามในปี 2024 และในปี 2023 จีนได้เสียตำแหน่งประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกให้แก่ประเทศอินเดีย

ผู้สูงอายุจำนวนมากอาศัยอยู่ตามลำพังในขณะที่มีคนรุ่นใหม่คอยดูแลน้อยลง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทซึ่งประชากรวัยทำงานส่วนใหญ่ได้ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในเมืองใหญ่

ในขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่จำนวนมากขึ้นเลือกที่จะเป็นโสดและอยู่คนเดียว หรือแต่งงานช้าลงและมีลูกน้อยลง ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า สัดส่วนครัวเรือนที่อยู่อาศัยคนเดียวในจีนพุ่งสูงขึ้นเป็น 19.5% ในปี 2024 เมื่อเทียบกับ 7.8% เมื่อสองทศวรรษก่อน

Lyu หนึ่งในสามผู้ร่วมสร้างแอปดังกล่าว เปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า กลุ่มเป้าหมายของแอป คือ คนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตคนเดียวในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะผู้หญิงอายุประมาณ 25 ปี

"คนกลุ่มนี้มักจะรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างรุนแรงเนื่องจากขาดผู้ที่จะพูดคุยด้วย… ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีใครล่วงรู้" Lyu กล่าว

ภาพสะท้อนความสิ้นหวัง

Biao Xiang จากสถาบัน Max Planck เพื่อมานุษยวิทยาสังคม กล่าวว่า คนหนุ่มสาวชาวจีนถูกเลี้ยงดูมาให้เชื่อว่าหากมุ่งมั่นเดินตามเป้าหมายเพียงอย่างเดียวจะประสบความสำเร็จ แต่ทัศนคตินี้กลับถูกทำลายลงด้วยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและโอกาสในการทำงานที่ลดน้อยลง

การสมัครใช้แอปนี้เป็นวิธีการแสดงออกถึง "ความมองโลกในแง่ร้ายอย่างเงียบๆ" คล้ายกับกระแสอื่นๆ ที่แพร่หลายในหมู่คนรุ่นใหม่ เช่น เทรนด์ "ถั่งผิง" (Tang Ping) หรือการนอนราบ และ “ป่ายล่าน” (Bailan) หรือปล่อยให้มันเน่าเฟะ ที่คนรุ่นใหม่ยอมแพ้โชคชะตา และปล่อยให้ชีวิตเน่าไปเสียดีกว่า ซึ่งล้วนสื่อถึงการหยุดดิ้นรนเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่สิ้นหวัง

Photo Credit : Unsplash@Vladislav Muslakov

"เมื่อพวกเขาดาวน์โหลดแอปนี้ มองว่ามันเป็นเหมือนงานศิลปะการจัดวางเชิงสัญลักษณ์ (Installation Art) ของกลุ่มคน ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขากำลังแสดงถึงความสับสนและความวิตกกังวลบางอย่าง" Xiang กล่าว

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์หลายคนมองว่าแอปนี้อาจมีประโยชน์ในเชิงปฏิบัติมากกว่าสำหรับผู้สูงอายุ แม้ว่าผู้สูงอายุที่อยู่ห่างไกลในชนบทอาจจะใช้งานได้ยากก็ตาม

Yeung จาก NUS เสริมว่า แอปนี้และแอปที่คล้ายคลึงกัน (เช่น เซนเซอร์ตรวจจับที่ตู้เย็นหรือโทรทัศน์ที่สามารถรับรู้ได้ว่าไม่มีการใช้งานและส่งสัญญาณเตือนไปยังญาติ) จะมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อประชากรในจีนและประเทศอื่นๆ เข้าสู่สังคมสูงวัย

"การอยู่คนเดียวไม่ได้หมายความว่าคนต้องเหงาเสมอไป แต่มีความเสี่ยงที่จะถูกตัดขาดจากสังคม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ผู้คนเชื่อมต่อและมีส่วนร่วมกับชุมชน"

นักวิจารณ์ท้องถิ่นชื่นชมแอปนี้ แต่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้คำว่า "ตาย" ในชื่อภาษาจีน โดยใน App Store นอกประเทศจีน แอปนี้จดทะเบียนในชื่อ "Demumu"

ทั้งนี้ มีความเห็นจาก Hu Xijin คอลัมนิสต์สายชาตินิยมที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับชื่อแอปว่า ถ้าเปลี่ยนชื่อเป็น 'ยังอยู่ไหม?' จะช่วยให้กำลังใจทางจิตใจแก่ผู้สูงอายุที่ใช้งานได้มากกว่าไหมนั้น

คำตอบจาก Lyu ผู้สร้างแอป ให้เหตุผลของการตั้งชื่อ “ตายหรือยัง” ว่า เพราะอยากให้มันทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจให้พวกเราเห็น “คุณค่าของปัจจุบัน” ต่างหาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...