โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Luminox X สามพันโบก! รีวิวทริปสุด Exclusive และนาฬิกา MIL-SPEC Limited Edition

LSA Thailand

อัพเดต 03 ธ.ค. 2568 เวลา 16.11 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2568 เวลา 03.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
Luminox

ต้องบอกว่า เป็นทริปที่เราตื่นเต้นสำหรับการมาที่ สามพันโบกครั้งนี้ โดยมี Luminox เชิญไปในครั้งนี้กับ “Luminox Exclusive Trip” พร้อมกับนาฬิการุ่นพิเศษที่รอเปิดตัวที่จังหวัด อุบลราชธานี อย่าง “MIL-SPEC Thailand Limited Edition” จะมีหน้าตาและความสวยงามขนาดไหนเราจะพาไปทำความรู้จักกันมากกว่านี้

Related articles

Hit the City ตะลุยย่านเท่ๆ ไปทั่วเมืองกับ “ดัง-มารี” และ Luminox

Luminox ฉลองครบรอบ 35 ปี ด้วยนาฬิกา 3 โมเดลใหม่ แรงบันดาลใจจากทะเล อากาศ และผืนดิน

Day 1 – 26 พ.ย. 2025 – Ubon Ratchathani National Museum: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี

เราออกจากสนามบินกรุงเทพฯ ที่ดอนเมืองในช่วงเวลาเกือบเที่ยง เพื่อมาที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งสถานที่แรกที่เราได้แวะมาทำความรู้จักกับอุบลราชธานีให้มากขึ้น ก็คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี โดยมีเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คอยแนะนำความเป็นมาต่าง ๆ ให้เราได้เห็นว่าคนในพื้นที่แห่งนี้ มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร

“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี” เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำจังหวัดแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการอนุรักษ์ จัดแสดง และเผยแพร่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นในพื้นที่อีสานตอนล่าง ซึ่งอาคารเดิมคือ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) โดยเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว ใต้ถุนสูง รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศเหนือ มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและเป็นอนุสรณ์สำคัญของจังหวัด มากกว่านั้นที่มหัศจรรย์คือ อาคารแห่งนี้ไม่มีเสาอยู่กลางอาคารเลย

การจัดแสดงนิทรรศการถาวรของที่แห่งนี้ จะเน้นเรื่องราวราวของ จังหวัดอุบลราชธานีและภาคอีสานตอนล่าง ทั้งด้านภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน และชาติพันธุ์วิทยา โดยแบ่งออกเป็น 10 ห้องจัดแสดงหลัก ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดอุบลราชธานี, ภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, วัฒนธรรมทวารวดีและเจนละ (พุทธศตวรรษที่ 12–15), ผ้าโบราณและผ้าพื้นเมืองอุบลราชธานี ฯลฯ

ต่อจากนั้นเราก็ได้คาเฟ่ชิค ๆ ในเมืองอุบลอย่าง Amarna Coffee Roastery ที่เป็นร้านโทนเรียบง่าย เป็นเปลือยปูน ได้เห็นพนักงานทำกาแฟให้เราเห็นแบบชัดเจน ส่วนผมก็ดื่มอเมริกาโนกับเค้กส้มหวานน้อยที่เข้ากับกาแฟได้เป็นอย่างดี หลังจบภารกิจแวะดื่มอะไรพักผ่อนเราก็เตรียมกลับโรงแรมที่พัก ณ โรงแรมเซ็นทารา อุบล สถานที่เราจะไปงานเปิดตัว นาฬิกาสุดพิเศษ MIL-SPEC Thailand Limited Edition

Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR

เปิดตัวนาฬิกา MIL-SPEC Thailand Limited Edition จาก Luminox

เรามาร่วมงานเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษ “MIL-SPEC Thailand Limited Edition” สำหรับสายแอดเวนเจอร์ตัวจริง ที่งานนี้มีทั้งผู้บริหาร บริษัท ศรีทองพาณิชย์ จำกัด ผู้นำเข้านาฬิกา “Luminox” และสื่อมวลชน กับอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงแขกรับเชิญพิเศษอย่าง คุณแซมมี่ เคาวเวลล์ และ คุณแชมป์ ชนาธิป คู่รักนักเดินทางที่ร่วมเดินทางมาในทริปครั้งนี้

Luminox คือแบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิส เป็นเรือนเวลาที่ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานทหารระดับโลกและนักผจญภัยชื่อดัง โดยนาฬิการุ่นพิเศษ “MIL-SPEC Thailand Limited Edition” คือผลงานที่ผสานทั้งความแข็งแกร่งตามมาตรฐานทางทหาร MIL-SPEC (Military Specification) จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และใช้เอกลักษณ์แห่งธรรมชาติบนที่ราบสูงอีสานของเมืองไทยไว้ในเรือนเดียวกัน อย่างสวยงาม

เอกลักษณ์นั้นก็คือ หินผา แอ่งน้ำ ริ้วทราย เหล่าตัวแทนของความงดงามแห่งภูมิประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ที่ธรรมชาติรังสรรค์ผ่านกาลเวลาจนมีลักษณะเฉพาะตัว สารตั้งต้นแห่งแรงบันดาลใจของนาฬิกา “MIL-SPEC Thailand Limited Edition” ซึ่งผลิตขึ้นมาจำนวนจำกัดเพียง 200 เรือน (ย้ำว่า 200 เรือนเท่านั้น) และวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ในราคา 39,500 บาท

Photo Credit: LuminoxThailand via PR

คุณสมบัติเด่นของ “MIL-SPEC Thailand Limited Edition” จาก Luminox

“MIL-SPEC Thailand Limited Edition” มีจุดเด่นเฉพาะตัวที่ตัวเรือนและหน้าปัดออกแบบด้วยสีทราย (Sand) พร้อมลายคลื่นทรายที่สะท้อนภาพเนินทรายที่ก่อตัวจากการพัดพาของแม่น้ำโขงอย่างเป็นเอกลักษณ์

ฝาหลังสลักลายแอ่งน้ำ หรือที่เรียกว่า “โบก” ในภาษาท้องถิ่น ที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของกระแสน้ำโขง จนเกิดเป็นหินผาและหลุมเว้าลวดลายแปลกตา ลายกราฟิกที่ลดทอนจากรูปทรงโค้งกลมอิสระของโบก ตัวเลขระบุละติจูด ลองติดจูดของสามพันโบก โดยเป็นการออกแบบร่วมกับ บ้านและสวน ExplorersClub พร้อมสลักคำว่า Limited Edition และเลขประจำตัวเรือน การบันทึกเรื่องราวของธรรมชาติไทยไว้ในเรือนเวลา เพื่อให้ผู้ครอบครองได้พกพาเสน่ห์ของแม่น้ำโขงไว้กับตัวในทุกการเดินทาง

มาพร้อมกล่องบ็อกซ์เซ็ตสุดพิเศษ ประกอบด้วย สายนาฬิกา Nato สีเขียวทหาร อุปกรณ์เปลี่ยนสาย และเข็มทิศสำหรับติดตั้งบนสายนาฬิกา ซึ่งใครที่เป็นสายลุย ห้ามพลาดเป็นอันขาด ส่วนสื่อมวลชนก็ได้มีโอกาสจับรีวิวของจริงและใส่ที่ข้อมือ ขอบอกเลยว่ามันชวนให้เสียเงินเหลือเกิน

Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR

Day 2 – 27 พ.ย. 2025 – สามพันโบก แห่งลุ่มแม่น้ำโขง

เราออกเดินทางแต่เช้า เพื่อจุดมุ่งหมายปลายทางสำคัญในวันนี้ก็คือ สามพันโบก ซึ่งในจังหวัดอุบลราชธานีเป็นช่วงที่ลมหนาวจับใจและลมก็โบกสะบัดแรงใช้ได้เลยทีเดียว และเราก็มาถึงที่แม่น้ำโขง ที่ท่าเรือ หาดสลึง เพราะจะไปผจญภัยในและแวะจอดในหลากหลายที่ โดยที่แรกเราแวะที่ ต้นจามจุรียักษ์รากลอย ทำไมถึงเรียกแบบนั้นเพราะรากของต้นจะโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดินเนื่องจากน้ำในแม่น้ำโขงได้พัดเซาะดิน ทำให้รากลอยขึ้นมาเหนือพื้นดินประมาณ 6 เมตร และมีอายุมากกว่า 100 ปี แถมยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งใน 88 ต้นไม้ทรงคุณค่า “รุกขมรดกของแผ่นดิน” ประจำปี 2562

ต่อมาก็แวะมาที่หาดหงส์ เป็นสถานที่ที่คุณยังไงก็แวะมาถ่ายรูปเช็คอินให้ได้เพราะเป็นเนินทรายแม่น้ำโขงขนาดใหญ่ราวกับทะเลทรายประเทศแถบอาหรับ พร้อมกับตะกอนทรายที่เป็นริ้่วเหมือนมีกากเพชรระยิบระยับให้คุณได้ทึ่งกับธรรมชาติอันสวยงาม ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่จะได้เห็นเฉพาะยามที่ล้ำลดในช่วงหน้าแล้ง ประมาณเดือนธันวาคม-พฤษภาคมของทุกปี เท่านั้น แถมที่แห่งนี้ยังเคยเป็นที่ถ่ายทำละคร “ฟ้าจรดทราย” มาแล้ว

ต่อมาเรามาที่ลานหินสี หรือที่เราจักกันในชื่อ “ทุ่งหินเหลื่อม” เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวสามพันโบก โดยมีลักษณ์เป็นลานหินกว้างสลับหาดทราย ที่มีสีสันหลากหลายทั้ง สีเหลือง เทา เขียว ม่วง ส้ม และน้ำเงิน เลยทำให้เกิดวิวทิวทัศน์ที่แปลกตาดี อีกทั้งที่แห่งนี้ยังมีหินที่จุดเด่นอย่างหินขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเหลี่ยมมุมคล้ายแจกัน และหินที่คล้ายหัวของจระเข้ ซึ่งเหมาะแก่การเดินกินลมชมวิว และถ่ายภาพเจ๋ง ๆ เช็คอินใน IG ได้เลย

Photo Credit: LuminoxThailand via PR

ไฮไลท์สำคัญนั้นก็คือ “สามพันโบก” โคตร Unseen Thailand ที่เราอยากจะบอกว่าคุณควรต้องมาสักครั้งในชีวิต ซึ่งที่แห่งนี้เป็นกลุ่มหินทรายแนวเทือกเขาภูพานตอนปลาย ที่ทอดตัวยาวริมฝั่งโขงไทย และลาวกลุ่มหินเหล่านี้ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง ด้วยความโดดเด่นของที่แห่งนี้ จะเปรียบเสมือนดาวที่ไหนสักที่ เป็นหลุมเป็นบ่อเล็ก ๆ มากมายที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเป็นหินที่สวยงามแปลก ๆ อย่างที่เราเห็น

ช่วงที่เรามาจะเป็นเดือนพฤศจิกายน หินจะโผล่พ้นน้ำ ทำให้เราได้เห็นการแกะสลักของธรรมชาติที่แปลกตาจนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ซึ่งก็เป็นความโชคดีที่ว่า เรามาในช่วงฤดูหนาว ทำให้การมาที่แห่งนี้ก็ทำให้สำรวจได้อย่างเย็นสบายกับลมที่แรงพอสมควร โดยที่เราจะมาแนะนำจุดถ่ายรูปที่คุณควรมาเช็คอิน ทั่ง สะพานดาว (ถ่ายดาวได้), โบกดาว, สระมรกต, โบกหัวใจคู่, หินหัวสุนัข, ร่องแกรนด์แคนยอน, โบกมิกกี้เมาส์ และโบกที่สามพัน หรือกล้องส่องจันทร์

ช่างเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่มอบให้แก่เราเสียจริง ๆ !! แต่ก็มีเรื่องน่าเสียดายอย่างนึงที่เราไม่ได้สามารถแวะไปที่ ผาวัดใจ ที่ยอดนิยมอีกที่ของนักท่องเที่ยวที่มาที่แห่งนี้ ด้วยระดับน้ำที่ยังไม่เป็นใจให้เราเข้าไปนั้นเอง

นอกจากการท่องเที่ยวที่เราได้เห็นธรรมชาติแล้ว เราก็จะได้เห็นวิถีชีวิตของคนฝั่งไทยและลาวที่อยู่ร่วมกัน ณ ริมฝั่งโขง ซึ่งเราแนะนำว่าอยากให้คุณได้มาจริง ๆ

วิธีการเดินทางมาที่แห่งนี้คุณควรถึงท่าเรือ ควรถึงท่าเรือ 14:00-14-30 น. ส่วนเรือนำเที่ยวเหมาลำ 500-1,000 พร้อมไกด์ หรือจะเลือกแบบรถชาวบ้านขับลงพาเที่ยว 200/คัน เหมา ๆ ไป แล้วแต่ความสะดวกของคุณได้เลย

หลังจากจบภารกิจที่สามพันโบกก็ล่วงเลยเวลาไปถึงช่วงเย็น ทางทีมงาน Luminox ก็ได้พาเรามาแวะรับประทานอาหารอีสานที่ “ครัวระเบียงโขง” ได้รับประทานอาหารอีสานที่ไม่เคยได้รับประทานมาก่อน เช่น ลาบปลาคังแม่น้ำโขง ฯลฯ ซึ่งคงไม่ได้เห็นที่ประเทศกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน

จบด้วยการแวะซื้อของฝากในเมือง และก็พักผ่อนตามอัธยาศัยกับกิจกรรมแจกของรางวัลเล็กน้อยก่อนพักผ่อนและเตรียมเดินทางกลับเมืองหลวง

Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR
Photo Credit: LuminoxThailand via PR

Day 3 – 28 พ.ย. 2025 – กลับกรุงเทพมหานคร

วันสุดท้ายก็ไม่มีอะไรมากนอกจากเตรียมตัวเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร แต่เราอยากจะบอกว่า ถ้าคุณมีเวลาว่างในหรือไม่ติดภารกิจอะไรในชีวิตเราอยากแนะนำให้คุณมาที่ สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี แต่ถ้าจะให้ดี มีนาฬิกาสายลุยสักเรือนมาด้วยก็ทำให้การลุยครั้งนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น หรือถ้าสนใจรุ่นพิเศษอย่าง “MIL-SPEC Thailand Limited Edition” ซึ่งผลิตขึ้นมาจำนวนจำกัดเพียง 200 เรือน และวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ในราคา 39,500 บาท ติดต่อได้ทาง Luminox Official ทุกช่องทางได้เลย

Photo Credit: LuminoxThailand via PR

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Hero & Featured Photo Credit: Luminox Thailand via PR

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...