ชาวบ้านบนดอยแห่ซื้อผ้าห่ม เตรียมรับลมหนาวระลอกใหม่ 14 ธ.ค. นี้
เชียงใหม่นิวส์
อัพเดต 04 ธ.ค. 2568 เวลา 15.12 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2568 เวลา 08.12 น. • Chiang Mai Newsชาวบ้านบนดอยแห่ซื้อผ้าห่ม เตรียมรับลมหนาวระลอกใหม่ 14 ธ.ค. นี้ สสจ.เตือนอาบน้ำอุ่นระบบแก๊สหมดสติแล้ว 2 ราย
สภาพอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้บรรยากาศร้านจำหน่ายผ้าห่มที่ตลาดนวรัฐ อ.เมืองเชียงใหม่ คึกคักเป็นพิเศษ มีประชาชนพากันมาเลือกซื้อผ้าห่มนำไปใช้เพิ่มความอบอุ่น หลายครอบครัวเลือกซื้อใหม่เพื่อทดแทนผ้าห่มผืนเก่าที่เริ่มเสื่อมสภาพหลังผ่านการใช้งานหลายปี
เจ้าของร้านรายหนึ่ง บอกว่า ต้นสัปดาห์ยอดขายผ้าห่มเพิ่มขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัว ที่ขายดี เป็นผ้าห่มนวม ผ้าห่มขนหนู และ ผ้าห่มขี้งา ( สีเทา ) ที่ห่มแล้วให้ความอบอุ่นได้ดี รวมทั้งผ้าห่มลายการ์ตูนสุดน่ารัก ราคาเริ่มตั้งแต่ 100 บาท โดยพบว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีประชาชนที่อาศัยอยู่บนดอยสูงที่มีอากาศหนาวจัดพากันลงมาซื้อผ้าห่มจำนวนมาก หลายคนบอกว่าเตรียมไว้รับลมหนาวระลอกใหม่ที่จะมาถึงกลางเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนี้ยังมียอดสั่งซื้อจากองค์กรหน่วยงานหลายแห่งที่จะนำไปบริจาคช่วยเหลือภัยหนาว ทำให้ทางร้านต้องสั่งสินค้ามาเพิ่มเติมกว่าเท่าตัว
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือคาดหมายลักษณะอากาศลมหนาวระลอกใหม่กำลังแผ่เสริมลงมาปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือ โดยคาดว่าจะส่งผลให้จังหวัดเชียงใหม่มีอากาศเย็นลงอีก 2–4 องศา ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
ด้าน นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า อากาศหนาวอาจส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าปกติ เพราะอากาศที่เย็นจะเอื้อต่อการอยู่รอดและแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังโรคที่มากับอากาศหนาวเย็น 6 โรค ได้แก่ โรคไข้หวัด และ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคโควิด-19 โรคปอดบวม โรคติดเชื้อไวรัส RSV อุจจาระร่วง โรคไข้สุกใส
โดยในปี 2568 (ข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม – 30 พฤศจิกายน 2568) จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3 เท่า (จำนวนผู้ป่วย 29,103 ราย) ยังไม่พบผู้เสียชีวิต ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน โดยผู้ที่ควรรับวัคซีนได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ แพทย์ และพยาบาล โดยต้องเข้ารับการฉีดทุกปี
สำหรับภัยจากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองหนาว และเป็นเมืองท่องเที่ยว ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก มักจะติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สจะสร้างความร้อนได้ดีและสม่ำเสมอกว่าระบบไฟฟ้า จึงทำให้จังหวัดเชียงใหม่เกิดอุบัติการณ์ของคนหมดสติขณะอาบน้ำทุกปี โดยปี 2568 กำลังพบผู้ป่วยหมดสติ 2 ราย ที่รีสอร์ทในอำเภอจอมทอง ยังไม่พบผู้เสียชีวิต
สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สจะทำงานโดยใช้ออกซิเจนเพื่อทำความร้อนและสร้างแก๊สพิษ คือ คาร์บอนมอนอกไซด์ขึ้น ผู้ที่สูดดมเข้าไปมาก ๆ จะทำให้เม็ดเลือดจับออกซิเจนได้น้อยลง ร่างกายขาดออกซิเจน จะเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ มึนงง หน้ามืด หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ซึมลง หมดสติและเสียชีวิตได้
หากพบผู้ประสบเหตุหรือได้กลิ่นแก๊สผิดปกติ ให้รีบปิดเครื่องทำน้ำอุ่น นำผู้ป่วยออกจากห้องน้ำไปยังพื้นที่โล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก นอนราบ คลายเสื้อผ้าให้หลวม และให้ออกซิเจนหากมีถังออกซิเจน ดังนั้นทางรีสอร์ท หรือโรงแรม ที่พัก ต้องมีถังออกซิเจนไว้คอยช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ และต้องมีการอบรมการให้ และสังเกตอาการผู้ใช้บริการแก่พนักงานอยู่เสมอ หากผู้ป่วยหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ให้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น และรีบแจ้ง 1669 หรือนำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที