โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จเรตำรวจ ชี้แจงสอบปากคำ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ในฐานะผู้กล่าวหา ยังไม่แจ้งข้อหา

Khaosod

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 05.09 น.

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ชี้แจงการสอบ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ฐานะผู้กล่าวหา ชี้ใช้ดุลยพินิจตามกรอบกฎหมาย คดีสินบนทองคำถึงมือ ป.ป.ช.แล้ว

วันที่ 7 ม.ค. 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีการสอบปากคำ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร ในฐานะผู้กล่าวหา โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาว่า เป็นการใช้ดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนตามกรอบกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักไว้ชัดเจน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นผู้ที่นำพยานหลักฐานเข้ามามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่ชั้นสืบสวน จนนำไปสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน โดยพยานหลักฐานทั้งหมดเริ่มต้นจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งถือเป็น ประจักษ์พยาน ที่ระบุถึงการกระทำความผิดของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวก

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า คดีติดสินบนเจ้าพนักงานเป็นคดีที่หาพยานหลักฐานได้ยาก ศาลฎีกามีแนวคำพิพากษาวางหลักไว้แล้วว่า บุคคลใดที่นำพยานหลักฐานสำคัญมาให้ พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ต้องรับฟัง เพราะหากไม่มีพยานหลักฐานก็ไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้

ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลใด ต้องมีพยานหลักฐานตามสมควร ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลและพยานหลักฐานที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ มอบให้ พบว่ามีความสอดคล้องกันทั้งพยานบุคคล พยานสถานที่ และพยานอิเล็กทรอนิกส์ สามารถรับฟังได้อย่างแน่นหนา จึงเป็นเหตุให้สอบปากคำในฐานะผู้กล่าวหา ถือเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ถูกต้องตามแนวปฏิบัติของตำรวจ อัยการ และ ป.ป.ช.

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้คดีดังกล่าวได้ส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว การจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ตามขั้นตอนของกฎหมาย

ส่วนกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.และพนังานสอบสวนที่ทำคดีสินบทองคำถูกแจ้งความดำเนินคดี พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อสมาธิการทำงาน ซึ่ง้ป็นเทคนิคการต่อสู้คดีที่มักใช้กันทั่วไป คือเมื่อถูกดำเนินคดี ก็แจ้งความแก้เกี้ยวทันที เพื่อนำไปใช้เป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล

พล.ต.ท.ไตรรค์ กล่าวถึงกระแสที่ระบุว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็น 1 ใน 7 บุคคลที่อาจเข้าข่ายผู้ต้องหา แต่ยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า การพิจารณาจะต้องดูทั้งพยานหลักฐานและเจตนา ซึ่งการกระทำเป็นเครื่องชี้เจตนา

จากการสอบสวน พ.ต.อ.ภาคภูมิ ให้การว่า ไม่ทราบตั้งแต่ต้นว่าจะมีการติดสินบนทองคำ และเป็นผู้ที่นำพยานหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนซึ่งการจะเป็นผู้กล่าวหาหรือผู้ต้องหา เป็นดุลยพินิจที่ผ่านการพิจารณาของพนักงานสอบสวนแล้ว และท้ายที่สุดศาลจะเป็นผู้วินิจฉัย โดยกระบวนการได้เดินมาถึง ป.ป.ช. ก่อนเข้าสู่อัยการและศาลตามลำดับ

ส่วนกรณีมีคำถามว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นผู้มีบุญคุณกับพนักงานสอบสวนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ขอชี้แจงว่า ไม่ใช่เรื่องบุญคุณ แต่เป็นสิทธิ์ที่กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดและกลับใจ นำพยานหลักฐานสำคัญมาให้ ซึ่งมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาและระเบียบของ ป.ป.ช. รองรับ สามารถกันไว้เป็นพยานได้ พร้อมเปรียบเทียบว่าเป็นหลักการให้โอกาสผู้กลับตัวกลับใจ

ในประเด็นที่ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อ้าง พ.ร.บ.อุ้มหาย กรณีตำรวจภาค 8 เชิญตัว นาย ส. อดีตคนสวนบ้านกรรมการ ป.ป.ช. หนึ่งในผู้ต้องหาคดีสินบนทองคำ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามกฎหมาย มีหมายค้นถูกต้อง และมีการบันทึกวิดีโอทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจค้นจนถึงการเชิญตัวมาซักถามในฐานะพยาน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวย้ำว่า ไม่มีการข่มขู่หรือบังคับกักตัวตามที่ถูกกล่าวอ้าง โดยมีบุคคลใกล้ชิดของ นาย ส. อยู่ในเหตุการณ์ตลอด พร้อมยืนยันว่าจะนำคลิปภาพและเสียงมาแถลงข่าวให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับชม เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนในวันพรุ่งนี้ (8ม.ค.69)

ส่วนที่มีคำถามว่าจะดำเนินคดีกลับกับ นายส. ในข้อหาแจ้งความเท็จหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ขอให้ยึดข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก่อน หากมีข้อสงสัย เราพร้อมชี้แจงทุกประเด็นอย่างโปร่งใส

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จเรตำรวจ ชี้แจงสอบปากคำ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ในฐานะผู้กล่าวหา ยังไม่แจ้งข้อหา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...