โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มากไปก็ไม่ดี! สาววัย 23 โหมออกกำลังกายเกือบทุกวันจนประจำเดือนขาดเหมือนสาววัย 50

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มกราคม 2569 เวลา 3.30 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สาวจีนผู้คลั่งไคล้การออกกำลังกายอย่างหนักไม่รู้ตัวว่าพฤติกรรมดังกล่าวทำให้ระดับฮอร์โมนเพศหญิงของเธอดิ่งลงไปเท่ากับคนวัย 50 ปี

หญิงสาวชาวจีนวัย 23 ปีรายหนึ่งตกเป็นข่าวบนโลกโซเชียล หลังจากที่เธอเปิดเผยว่า พฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างหนักถึง 6 วันต่อสัปดาห์ของเธอ ส่งผลให้ประจำเดือนของเธอหายไป

สำนักข่าวซิตี เอ็กซ์เพรสส์ของจีน รายงานว่า หญิงสาวซึ่งอาศัยอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงรายนี้กล่าวว่า ผลการตรวจเช็กร่างกายของเธอจากโรงพยาบาลพบว่า ระดับฮอร์โมนเพศหญิงของเธอนั้นลดลงจนอยู่ในระดับเดียวกับผู้หญิงวัย 50 ปี

“หมอบอกด้วยว่าฉันมีอาการของภาวะไตพร่องอย่างชัดเจน และต้องหยุดการออกกำลังกายทันที พวกเขาจัดยาสมุนไพรจีนกองโตให้ฉันเพื่อปรับสมดุลร่างกาย” หญิงสาวผู้ไม่เปิดเผยนามระบุ

เธอกล่าวว่า เมื่อก่อนเธอเคยมีน้ำหนักตัวถึง 65 กิโลกรัมเนื่องจากพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติแบบกินไม่หยุด (Binge eating) แต่ปัจจุบัน ไม่มีการระบุแน่ชัดว่าเธอมีน้ำหนักและส่วนสูงเท่าใด

หญิงสาวเล่าว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เธอเริ่มเสพติดการออกกำลังกาย โดยออกกำลังกาย 6 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 70 นาที ต่อมา เธอพบว่าปริมาณประจำเดือนของเธอค่อยๆ ลดลง จนกระทั่งครั้งล่าสุด ประจำเดือนของเธอมาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

“ก่อนหน้านี้ฉันเคยพักไปเดือนหนึ่งเพราะป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ช่วงนั้นประจำเดือนก็ยังมาตามปกติ แต่พอตอนนี้ ฉันออกกำลังกายหนักมากจนทำให้ระบบต่อมไร้ท่อผิดปกติ แถมยังมีอาการนอนไม่หลับด้วย ผลลัพธ์ครั้งนี้มันเหมือนกับการ ‘ฆ่าห่านเพื่อเอาไข่ทองคำ’ แท้ๆ” หญิงสาวกล่าวเปรียบเทียบพฤติกรรมการออกกำลังกายของเธอที่นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังให้โทษอีกด้วย

ฟ่านอี้ปิง สูตินรีแพทย์อาวุโสจากโรงพยาบาลเจ้อเจียงจงซาน กล่าวว่าปัญหาของหญิงสาวคนนี้คือ "ภาวะขาดประจำเดือนจากการออกกำลังกาย" (Exercise Associated Amenorrhea) ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอในขณะที่ร่างกายมีการเผาผลาญพลังงานสูงเกินไป

“เมื่อร่างกายรู้สึกถึงวิกฤตพลังงาน มันจะสั่งปิดฟังก์ชันการสืบพันธุ์เป็นการชั่วคราวเพื่อรับประกันว่าร่างกายจะอยู่รอด” ฟ่านกล่าวและอธิบายต่อว่า “การหลั่งฮอร์โมนโกนาโดโทรฟินจากสมองจะลดลง ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเพศหญิงต่ำลงและระงับการตกไข่ ดังนั้นประจำเดือนจึงเลื่อนเวลาออกไปหรือหยุดลงในที่สุด”

คุณหมอฟ่านยังกล่าวเสริมว่า ภาวะขาดประจำเดือนประเภทนี้สามารถรักษาให้หายได้ กล่าวคือ ประจำเดือนสามารถกลับมาเป็นปกติได้หลังจากปรับลดความเข้มข้นของการออกกำลังกายและสร้างสมดุลของพลังงานใหม่

ปกติแล้ว เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายของผู้หญิงไม่ควรต่ำกว่าร้อยละ 17 เพื่อรักษาสภาวะการมีประจำเดือนให้เป็นปกติ อย่างไรก็ตาม การมีไขมันในร่างกายที่สูงเกินไป เช่น มากกว่าร้อยละ 32 ก็สามารถรบกวนสมดุลฮอร์โมนและทำให้ประจำเดือนผิดปกติได้เช่นกัน

ด้านนายแพทย์หลิวไห่หยวน จากโรงพยาบาลวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่ง ยูเนี่ยน ก็กล่าวกับผุ้สื่อข่าวว่า การลดน้ำหนักมากกว่า 15 กิโลกรัมในช่วงเวลาสั้นๆ มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นให้เกิดภาวะขาดประจำเดือน เขายังเตือนสาวๆ ว่า อย่ารับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีฮอร์โมนเพศหญิงโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม

“ในกรณีของหญิงสาวรายนี้ ผมขอแนะนำให้เธอหยุดการออกกำลีงกายที่หนักหน่วงเป็นเวลา 2-3 เดือน หลังจากนั้นเธอสามารถออกกำลังกายได้ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเลือกกิจกรรมที่ช้าและผ่อนคลายอย่างโยคะ” หลิวกล่าว

เรื่องราวดังกล่าวของหญิงสาวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทันทีบนโซเชียลมีเดียในจีน โดยมียอดผู้อ่านถึง 15 ล้านครั้งในแพลตฟอร์มใหญ่ ผู้ใช้งานออนไลน์รายหนึ่งให้ความเห็นว่า “มากเกินไปก็ส่งผลเสียพอๆ กับน้อยเกินไป สำหรับทุกเรื่องเราควรทำแต่พอดี” ในขณะที่อีกคนกล่าวติดตลกว่า “ฉันคิดว่าฉันเจอเหตุผลดีๆ ที่จะทำตัวขี้เกียจแล้วล่ะ”

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...