โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้นโรงพยาบาลโคม่า! หวั่นกระแสข่าวยกเลิกขาย ประกันสุขภาพแบบ “เหมาจ่าย” ฟากโบรกฯ มองกระทบจำกัด

Thairath Money

อัพเดต 12 ม.ค. เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. เวลา 09.49 น.
ภาพไฮไลต์

หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลวันนี้เผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนราคาปรับตัวลดลงทั้งกระดาน ซึ่งแรงกดดันสำคัญครั้งนี้ หลักๆ เกิดจาก "กระแสข่าว" ที่แพร่สะพัดในโซเชียลมีเดียและแวดวงตัวแทนประกันชีวิต

เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบกรมธรรม์ประกันสุขภาพ จากแบบ “เหมาจ่าย” ไปใช้ “Co-payment” ซึ่งทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่า อาจส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของโรงพยาบาลเอกชนที่พึ่งพาฐานลูกค้าประกันสุขภาพในสัดส่วนที่สูง

ประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นปัจจัยลบที่เข้ามากระทบ Sentiment การลงทุนทันที ท่ามกลางคำถามว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประกันสุขภาพนี้ จะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรในอนาคตมากน้อยเพียงใด

เลือดสาดเต็มกระดาน หุ้นโรงพยาบาลร่วงหนัก

จากการสำรวจความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในกลุ่มการแพทย์ล่าสุด วันที่ 12 ม.ค. 2569 พบแรงเทขายกระจายตัวไปทั่วทั้งกลุ่ม ส่งผลให้ดัชนีกลุ่มปรับตัวลงอย่างรุนแรง

หรือที่เรียกกันว่า "แดงเถือก" ทั้งกระดาน โดยสาเหตุหลักยังคงถูกกดดันจากความกังวลเรื่องทิศทางประกันสุขภาพ ประกอบกับมีปัจจัยเฉพาะตัวในบางหลักทรัพย์ เช่น การทำรายการ Big Lot ของหุ้น BH ที่ราคาต่ำกว่ากระดานในช่วงก่อนหน้า

สำหรับหุ้นโรงพยาบาล 5 อันดับแรก ที่มีการปรับตัวลดลงมากที่สุด ณ เวลา 14.30 น. มีดังนี้

  • PR9 ร่วงลงแรงสุดถึง -7.65% อยู่ที่ 16.90 บาท
  • BH ปรับตัวลง -5.08% อยู่ที่ 140.00 บาท
  • BDMS ปรับตัวลง -3.70% อยู่ที่ 18.20 บาท
  • CHG ปรับตัวลง -3.31% ปิดที่ 1.46 บาท
  • BCH ปรับตัวลง -2.53% ปิดที่ 9.65 บาท

ต้นตอของความตื่นตระหนกในครั้งนี้ มาจากกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่า บริษัทประกันรายใหญ่เตรียมที่จะ "ยุติ" การขายประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย สำหรับ ลูกค้ารายใหม่ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป

โดยรูปแบบกรมธรรม์ใหม่อาจปรับเปลี่ยนเป็นแบบ Co-pay (มีส่วนร่วมจ่าย) ซึ่งจะมีเงื่อนไขเปอร์เซ็นต์การร่วมจ่ายที่แตกต่างกันไปตามค่าเบี้ยประกัน

ปมกระแสข่าวลือ จุดจบประกัน “เหมาจ่าย” จริงหรือ?

ความกังวลของตลาดอยู่ที่ "รายได้จากลูกค้าประกัน" ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของโรงพยาบาลเอกชน หากรูปแบบประกันเปลี่ยนไปเป็น Co-pay อาจทำให้การตัดสินใจเข้ารับการรักษาของคนไข้สะดุดลง หรือลดความถี่ในการใช้บริการเนื่องจากต้องควักกระเป๋าจ่ายส่วนต่างเอง

ข้อมูล ณ 9 เดือนแรกของปี 2569 ชี้ให้เห็นว่าโรงพยาบาลหลายแห่งมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าประกันสูงมาก อาทิ BDMS มีสัดส่วน 38%, THG สัดส่วน 32% และ BCH สัดส่วน 25% เป็นต้น

ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในโครงสร้างประกันจึงเป็นประเด็นที่อ่อนไหวต่อประมาณการกำไรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ได้สอบถามไปยังตัวแทนบริษัทประกันชั้นนำ (กรุงไทยแอ๊กซ่า, อลิอันซ์, เมืองไทยประกันชีวิต) พบว่า ปัจจุบันยังคงมีการเสนอขายประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายสำหรับลูกค้ารายใหม่อยู่ และยังไม่มีกำหนดการแจ้งยุติการขายที่ชัดเจนเหมือนที่เป็นข่าวลือในบางบริษัท

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ข่าวดังกล่าวอาจกลายเป็น "ปัจจัยเร่ง" ให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจทำประกัน รีบตัดสินใจซื้อกรมธรรม์แบบเหมาจ่ายเร็วขึ้นก่อนถึงกำหนดเส้นตาย (ถ้ามีจริง)

บล.กรุงศรี ชี้ "ผลกระทบจำกัด"

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ฯ ยังมองว่าผลกระทบต่อกลุ่มโรงพยาบาลในระยะกลาง-ยาว จะมีอยู่อย่างจำกัด ด้วยเหตุผลสนับสนุน 3 ข้อหลักๆ ดังนี้

1.ไม่มีผลย้อนหลังกับลูกค้าเดิม

ตามมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ (New Health Standard) ผู้ถือกรมธรรม์เดิมยังได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องและสามารถต่ออายุกรมธรรม์ได้ทุกกรณี (ยกเว้นมีการปกปิดข้อมูลหรือทุจริต) ดังนั้นฐานลูกค้าเก่าที่มีกำลังซื้อจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้

2.โอกาสขยายตลาดใหม่

การปรับไปใช้รูปแบบ Co-pay แม้จะดูเหมือนเป็นข้อจำกัด แต่ในอีกมุมหนึ่งจะทำให้ "ค่าเบี้ยประกันถูกลง" ซึ่งอาจดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่เคยเข้าไม่ถึงประกันแบบเหมาจ่าย ให้หันมาทำประกันสุขภาพมากขึ้น เป็นการขยายฐานลูกค้าในภาพรวม

3.ความร่วมมือ

โรงพยาบาลขนาดใหญ่มีความแข็งแกร่งในแง่พันธมิตร เช่น BDMS ที่มีความร่วมมือกับบริษัทประกัน (เช่น วิริยะ, อลิอันซ์) ในลักษณะ Exclusive Insurance ซึ่งเป็นทางเลือกที่ช่วยการันตีฐานลูกค้าที่แน่นอนให้กับโรงพยาบาลได้

อย่างไรก็ดี ยังคงแนะนำ "ถือ” (Neutral) สำหรับกลุ่มการแพทย์ โดยมองว่าแนวโน้มกำไรสุทธิรวมกลุ่มฯ ไตรมาส 4/68 จะกลับมาเติบโตจากปีก่อนได้จากการฟื้นตัวของรายได้ และคาดปีกำไรสุทธิรวมของกลุ่มปี 2569 จะเติบโต 6% จากปี 2568 จากสังคมผู้สูงอายุและการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าประกันสุขภาพ จะช่วยเพิ่มการใช้บริการ

ประกอบกับ Intensity ค่ารักษาตามความซับซ้อนโรคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากทั้งคนไทยและต่างชาติ และกรณีมีการปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม จะเป็น upside ต่อกำไรรวมกลุ่มฯ

สำหรับหุ้นเด่นเลือก BDMS ราคาเป้าหมาย 29 บาท และ BCH ราคาเป้าหมาย 15.80 บาทต่อหุ้น

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นโรงพยาบาลโคม่า! หวั่นกระแสข่าวยกเลิกขาย ประกันสุขภาพแบบ “เหมาจ่าย” ฟากโบรกฯ มองกระทบจำกัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...