ออกหมายจับหนุ่มจีนอุกอาจหลอกดูบ้าน-ปล้นกักขังเหยื่อสาวชาติเดียวกัน
ออกหมายจับหนุ่มจีนอุกอาจหลอกดูบ้าน ก่อนปล้นทรัพย์ กักขังเหยื่อสาวชาติเดียวกัน ตำรวจเร่งล่าลากคอดำเนินคดี
จากกรณี น.ส.หยาง หรือ เวนดี้ หญิงสาวชาวจีน ซึ่งรับงานประสานงานด้านอสังหาริมทรัพย์รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด หลังถูกคนร้ายหลอกนัดดูบ้าน ก่อนใช้อาวุธมีดบังคับให้โอนเงิน จับมัดด้วยเทปกาวทั่วร่างกาย และทิ้งไว้ภายในรถยนต์หรูกลางป่า เหตุเกิดช่วงกลางดึกคืนวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา โดยโชคดีมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) พบความผิดปกติและเข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน ขณะที่คนร้ายหลบหนีไป
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 มกราคม 69 พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ ได้สั่งการให้พ.ต.ท.ธนา วิเศษชัย รองผกก.สส.ฯ ระดมกำลังชุดสืบสวนสภ.หนองปรือ ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ประชุมวางแผนเร่งคลี่คลายคดี เนื่องจากเป็นคดีอุกอาจ สร้างความหวาดกลัวและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
จากการสืบสวนพบว่าคดีมีความคืบหน้าไปมาก สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ทราบชื่อคือนายเกา เผิงกง อายุ 30 ปี สัญชาติจีน โดยล่าสุดศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติหมายจับ ในข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้ายและกักขังหน่วงเหนี่ยว
การสอบสวนพบว่าคนร้ายมีการวางแผนล่วงหน้า โดยเริ่มจากการติดต่อผ่านเพจเฟซบุ๊กของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ อ้างต้องการดูบ้านในโครงการดังกล่าว ทางบริษัทจึงมอบหมายให้ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักศึกษาที่มาเรียนภาษาไทยและรับงานประสานงานชั่วคราว ไม่มีอำนาจในการทำสัญญา หรือเป็นนายหน้ามาเป็นผู้พาไปดูบ้าน เมื่อวันที่ 10 มกราคม คนร้ายได้หลอกนัดผู้เสียหายให้ไปรับบริเวณหน้าเซ็นทรัลบีช ถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา เพื่อไปดูบ้านครั้งแรก เป็นการสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจ
กระทั่งคืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.00 น.คนร้ายติดต่อผ่านแอปพลิเคชันวีแชท อ้างว่าต้องการดูพื้นที่โดยรอบบ้านผู้เสียหายหลงเชื่อขับรถยนต์เบนซ์ไปรับคนร้ายบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ย่านพัทยากลาง ระหว่างเดินสำรวจรอบบ้าน คนร้ายฉวยโอกาสใช้อาวุธมีดจี้บังคับให้โอนเงิน ผู้เสียหายตกใจกลัว จึงโอนเงินให้จำนวน 6,966 หยวน หรือ ประมาณ 31,000 บาท
จากนั้นคนร้ายพยายามบังคับให้โอนเงินเพิ่ม แต่เมื่อผู้เสียหายไม่สามารถโอนได้อีก จึงใช้เทปกาวมัดร่างกายจนแน่น ก่อนอุ้มขึ้นรถและขับหลบหนี ระหว่างหลบหนีรถยนต์เสียหลักชนกำแพงทำให้คนร้ายตกใจและรีบหลบหนี ทิ้งผู้เสียหายไว้ในรถ โชคดีมีเจ้าหน้าที่อปพร.ผ่านมาเห็นความผิดปกติและเข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน
จากการตรวจสอบภายในรถพบกระเป๋าหูหิ้วสีดำของคนร้ายตกอยู่ ภายในมีหนังสือเดินทาง โทรศัพท์มือถือ ปืนอัดลม กรรไกร และเงินสดจำนวน 360 บาท โดยผู้เสียหายยืนยันว่าหนังสือเดินทางดังกล่าวเป็นของคนร้ายจริง ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ
ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ภายในประเทศ เนื่องจากไม่มีหนังสือเดินทางติดตัว พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนเพิ่มความเข้มงวดป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ
ขณะเดียวกันจากการประสานงานกับ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว 60 วันและแจ้งที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตามขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป