โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ออกหมายจับหนุ่มจีนอุกอาจหลอกดูบ้าน-ปล้นกักขังเหยื่อสาวชาติเดียวกัน

Amarin TV

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ออกหมายจับหนุ่มจีนอุกอาจหลอกดูบ้าน ก่อนปล้นทรัพย์ กักขังเหยื่อสาวชาติเดียวกัน ตำรวจเร่งล่าลากคอดำเนินคดี

ออกหมายจับหนุ่มจีนอุกอาจหลอกดูบ้าน ก่อนปล้นทรัพย์ กักขังเหยื่อสาวชาติเดียวกัน ตำรวจเร่งล่าลากคอดำเนินคดี

จากกรณี น.ส.หยาง หรือ เวนดี้ หญิงสาวชาวจีน ซึ่งรับงานประสานงานด้านอสังหาริมทรัพย์รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด หลังถูกคนร้ายหลอกนัดดูบ้าน ก่อนใช้อาวุธมีดบังคับให้โอนเงิน จับมัดด้วยเทปกาวทั่วร่างกาย และทิ้งไว้ภายในรถยนต์หรูกลางป่า เหตุเกิดช่วงกลางดึกคืนวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา โดยโชคดีมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) พบความผิดปกติและเข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน ขณะที่คนร้ายหลบหนีไป

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 มกราคม 69 พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ ได้สั่งการให้พ.ต.ท.ธนา วิเศษชัย รองผกก.สส.ฯ ระดมกำลังชุดสืบสวนสภ.หนองปรือ ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ประชุมวางแผนเร่งคลี่คลายคดี เนื่องจากเป็นคดีอุกอาจ สร้างความหวาดกลัวและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

จากการสืบสวนพบว่าคดีมีความคืบหน้าไปมาก สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ทราบชื่อคือนายเกา เผิงกง อายุ 30 ปี สัญชาติจีน โดยล่าสุดศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติหมายจับ ในข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้ายและกักขังหน่วงเหนี่ยว

การสอบสวนพบว่าคนร้ายมีการวางแผนล่วงหน้า โดยเริ่มจากการติดต่อผ่านเพจเฟซบุ๊กของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ อ้างต้องการดูบ้านในโครงการดังกล่าว ทางบริษัทจึงมอบหมายให้ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักศึกษาที่มาเรียนภาษาไทยและรับงานประสานงานชั่วคราว ไม่มีอำนาจในการทำสัญญา หรือเป็นนายหน้ามาเป็นผู้พาไปดูบ้าน เมื่อวันที่ 10 มกราคม คนร้ายได้หลอกนัดผู้เสียหายให้ไปรับบริเวณหน้าเซ็นทรัลบีช ถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา เพื่อไปดูบ้านครั้งแรก เป็นการสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจ

กระทั่งคืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.00 น.คนร้ายติดต่อผ่านแอปพลิเคชันวีแชท อ้างว่าต้องการดูพื้นที่โดยรอบบ้านผู้เสียหายหลงเชื่อขับรถยนต์เบนซ์ไปรับคนร้ายบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ย่านพัทยากลาง ระหว่างเดินสำรวจรอบบ้าน คนร้ายฉวยโอกาสใช้อาวุธมีดจี้บังคับให้โอนเงิน ผู้เสียหายตกใจกลัว จึงโอนเงินให้จำนวน 6,966 หยวน หรือ ประมาณ 31,000 บาท

จากนั้นคนร้ายพยายามบังคับให้โอนเงินเพิ่ม แต่เมื่อผู้เสียหายไม่สามารถโอนได้อีก จึงใช้เทปกาวมัดร่างกายจนแน่น ก่อนอุ้มขึ้นรถและขับหลบหนี ระหว่างหลบหนีรถยนต์เสียหลักชนกำแพงทำให้คนร้ายตกใจและรีบหลบหนี ทิ้งผู้เสียหายไว้ในรถ โชคดีมีเจ้าหน้าที่อปพร.ผ่านมาเห็นความผิดปกติและเข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน

จากการตรวจสอบภายในรถพบกระเป๋าหูหิ้วสีดำของคนร้ายตกอยู่ ภายในมีหนังสือเดินทาง โทรศัพท์มือถือ ปืนอัดลม กรรไกร และเงินสดจำนวน 360 บาท โดยผู้เสียหายยืนยันว่าหนังสือเดินทางดังกล่าวเป็นของคนร้ายจริง ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ

ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ภายในประเทศ เนื่องจากไม่มีหนังสือเดินทางติดตัว พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนเพิ่มความเข้มงวดป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ

ขณะเดียวกันจากการประสานงานกับ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว 60 วันและแจ้งที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตามขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...