โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นทะเบียน GI “ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” จังหวัดอ่างทอง ชูจุดเด่น “ดินเหนียวมีชีวิต” มรดกทางวัฒนธรรมแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

BTimes

อัพเดต 12 ม.ค. เวลา 16.25 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. เวลา 09.25 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ “ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” ของดีจังหวัดอ่างทอง อัตลักษณ์งานหัตถศิลป์ที่ถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมวงศานุวงศ์ เปลี่ยนดินเหนียวจากท้องนาให้กลายเป็นงานศิลป์สร้างรายได้ ย้ำจุดเด่นการปั้นที่พิถีพิถัน สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทยดั้งเดิม พร้อมยกระดับสู่สินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้านงานประณีตศิลป์สร้างชื่อเสียงให้กับท้องถิ่นในระดับสากล

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” เป็นผลงานศิลปะที่ผลิตจากดินเหนียวเนื้อละเอียดในพื้นที่อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นดินตะกอนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความเหนียวและคุณภาพดีเยี่ยม ผ่านกระบวนการปั้นด้วยมืออย่างประณีต ก่อนจะนำไปเผาจนดินสุกเป็นสีส้มแดงหรือสีอิฐ นับเป็นงานศิลป์ที่สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี การละเล่นพื้นบ้าน ชุดผักผลไม้และสัตว์ต่างๆ ในแต่ละยุคสมัยอย่างชัดเจน

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” มีประวัติความเป็นมาที่ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2517 - 2519 โดยชาวบ้านบางเสด็จ จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเดิมประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก ต้องเผชิญกับอุทกภัยซ้ำซากจนขาดรายได้อย่างหนัก กระทั่งเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2519 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ทรงรับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน และทรงมีพระราชดำริให้ฟื้นฟูการทำ “ตุ๊กตาชาววัง” เป็นอาชีพเสริม โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นอย่างดินเหนียวจากท้องนา และไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง จากพระราชดำริดังกล่าว ได้มีการจัดตั้งโครงการสอนปั้นตุ๊กตาชาววังขึ้นในหมู่บ้านบางเสด็จเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2519 โดยมีคณะครูผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ โครงการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์อย่างต่อเนื่อง โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เสด็จฯ มาพระราชทานกำลังใจและทรงเป็นประธานในพิธีไหว้ครูช่างปั้น พร้อมมีพระโอวาทสร้างแรงบันดาลใจแก่ชาวบ้านผู้เริ่มต้นอาชีพใหม่

นอกจากนี้ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ยังทรงสนับสนุนด้านการตลาด โดยในระยะแรกที่ผลิตภัณฑ์ยังไม่เป็นที่รู้จัก ได้ทรงรับซื้อผลงานทั้งหมดและนำไปจัดจำหน่ายในร้านจิตรลดา รวมทั้งมีพระมหากรุณาธิคุณให้จัดส่งเจ้าหน้าที่มารับซื้อผลงานของชาวบ้านอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นใจว่าผลงานศิลปหัตถกรรมดังกล่าวสามารถสร้างรายได้และต่อยอดได้อย่างยั่งยืน ต่อมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2519 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จฯ เยี่ยมโครงการตุ๊กตาชาววัง ณ วัดท่าสุทธาวาส และพระราชทานคำชมเชยผลงาน พร้อมพระราชทานรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่สมาชิกกลุ่มผู้ผลิตตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ “ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” พลิกฟื้นจากการเกือบสูญหาย กลับมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรมไทยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างแท้จริง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจังหวัดอ่างทอง ต่อจากกระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า และกลองเอกราช ซึ่งขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ และเป็นสินค้า GI รายการที่ 25 (รายการสุดท้าย) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในปี 2568 ส่งผลให้ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยทั้งสิ้น 246 สินค้า สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 114,359 ล้านบาท

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งมั่นส่งเสริมและต่อยอดสินค้า GI อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค การผลักดันการขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและผลักดันให้สินค้า GI ไทยเป็นที่รู้จักยิ่งขึ้นนตลาดสากล รวมถึงการพัฒนาสินค้า GI สู่ระดับพรีเมียม เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการขึ้นทะเบียน GI “ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น หากแต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน นางอรมน กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...