บ้านปู เน็กซ์ กางยุทธศาสตร์ Net Zero Solutions ชู AI บริหารจัดการพลังงานครบวงจร
บ้านปู เน็กซ์เผยแนวโน้มธุรกิจไทยมุ่งปรับสมดุลต้นทุนพลังงานและเกณฑ์ ESG ผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะ โชว์ผลลัพธ์การลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมและบริการผ่านโซลูชันพลังงานสะอาดหนุนผู้ประกอบการใช้ดาต้าและ AI วางแผนเส้นทางขนส่งและจัดการอาคาร ลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้ถึง 20%
17 ธันวาคม 2568-นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่ผันผวนและมาตรการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน (ESG) รวมถึงข้อกำหนดด้านซัพพลายเชนจากคู่ค้าต่างประเทศ การนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการบริหารจัดการพลังงานจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่เป็นมาตรฐานใหม่ในการควบคุมต้นทุนและสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้บ้านปู เน็กซ์ ได้นำเสนอกรอบการดำเนินงาน Net Zero ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง 3 ขอบเขต (Scope 1, 2 และ 3) ผ่านโซลูชันหลัก ดังนี้:
Smart Energy Efficiency: การใช้ระบบควบคุมอาคารด้วย AI เพื่อตรวจสอบการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์และคาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้า ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในขอบเขตที่ 1 และ 2
Clean Energy Generation: การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Solution) เชื่อมต่อกับดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อติดตามประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลในขอบเขตที่ 2
Green Transportation: การบริหารจัดการฟลีทรถขนส่งไฟฟ้า (EV Fleet) โดยใช้ AI คำนวณเส้นทางและตารางการจัดส่งเพื่อลดการใช้พลังงานและระยะเวลาในการเดินทาง ตอบโจทย์การลดคาร์บอนในขอบเขตที่ 3
จากการนำโซลูชันอัจฉริยะไปประยุกต์ใช้จริงในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ทางตัวเลขที่ชัดเจน ดังนี้:
1. ภาคอุตสาหกรรมและอาหาร: บริษัท NSL Foods ได้ติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปพร้อมระบบมอนิเตอร์ดิจิทัลในโรงงานทั้ง 3 เฟส ส่งผลให้สามารถประหยัดต้นทุนพลังงานได้กว่า 8 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 2,400 ตันต่อปี
2. ภาคการบริการและโรงแรม: โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ นำระบบปรับอากาศอัจฉริยะที่ควบคุมด้วย AI มาบริหารจัดการกำลังการทำความเย็นตามความต้องการใช้งานจริง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้กว่า 5 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยคาร์บอนได้ปีละกว่า 700 ตัน โดยไม่กระทบต่อคุณภาพการบริการ
3. ภาคโลจิสติกส์และซัพพลายเชน: ผู้ให้บริการขนส่งชั้นนำนำระบบ AI มาใช้วางแผนเส้นทางและวิเคราะห์ความจุของรถขนส่ง ผลการดำเนินงานชี้ว่าสามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้ถึง 20% ขณะที่ผู้ให้บริการอีกรายได้เปลี่ยนผ่านสู่ยานพาหนะไฟฟ้า (EV) จำนวน 70 คัน พร้อมระบบชาร์จอัจฉริยะ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 1,300 ตันต่อปี
บ้านปู เน็กซ์ ย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Net Zero อย่างชาญฉลาดต้องอาศัยการบูรณาการตั้งแต่การให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ การวางแผนโครงสร้างเทคนิค ไปจนถึงการจัดทำรายงานความยั่งยืนที่วัดผลได้จริง ซึ่งการใช้ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตและยกระดับภาพลักษณ์ในเวทีการค้าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ