โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

อย่าชะล่าใจ! ถ่ายปกติไม่ได้แปลว่ารอด “มะเร็งลำไส้” เผยจุดสังเกตที่คนมักมองข้าม

เดลินิวส์

อัพเดต 28 ธ.ค. 2568 เวลา 01.32 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 20.30 น. • เดลินิวส์
“หมอเจด”เตือนภัยเงียบมะเร็งลำไส้! ชี้ชัดถ่ายทุกวันแต่

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ เป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

หลายคนเข้าใจว่า ถ้ายังถ่ายทุกวัน = ลำไส้ปกติ = ไม่เสี่ยงมะเร็งลำไส้ แต่ในความเป็นจริง มีหลายคนเป็นมะเร็งลำไส้จำนวนไม่น้อยเลยครับ มีบางเคสที่ยังถ่ายได้ปกติ ไม่ท้องผูก ไม่ท้องเสีย จนกระทั่งตรวจเจอโดยบังเอิญ หรือมีอาการระยะท้ายแล้ว นั่นเพราะว่ามะเร็งลำไส้ ไม่ได้เริ่มจาก “ถ่ายผิดปกติ” เสมอไปครับ

1) ถ่ายทุกวัน แต่เป็นการถ่ายไม่หมด หลายคนถ่ายวันละครั้ง ดูเหมือนปกติ แต่จริง ๆ คือถ่ายออกแค่บางส่วน อุจจาระตกค้างในลำไส้นาน ทำให้เกิดการหมัก เกิดสารก่อมะเร็งสัมผัสผนังลำไส้ซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว ถ้าเข้าห้องน้ำแล้วรู้สึกยังไม่โล่ง ต้องเบ่งบ่อย นี่ไม่ใช่การขับถ่ายที่ดีครับ

2) กินไฟเบอร์น้อย แต่ไม่เคยท้องผูก บางคนแทบไม่กินผัก ไม่กินผลไม้ แต่ก็ยังถ่ายได้ เพราะลำไส้ยัง “ดันออกมาได้” ปัญหาคือไฟเบอร์มีหน้าที่พาสารพิษออก ถ้าไฟเบอร์น้อย สารก่อมะเร็งจะค้างในลำไส้นานขึ้น แม้การขับถ่ายจะดูปกติ แต่วิธีถ่ายนั้น “ไม่ช่วยล้างลำไส้”

3) ลำไส้อักเสบเงียบ โดยไม่มีอาการถ่ายผิดปกติ ลำไส้อักเสบเรื้อรังบางชนิด ไม่ทำให้ท้องเสีย ไม่ปวดท้อง แต่ทำให้ผนังลำไส้ระคายเคืองตลอดเวลา การอักเสบเรื้อรังคือพื้นฐานของการกลายพันธุ์ และเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็งลำไส้ในระยะยาวครับ

4) ถ่ายเหมือนเดิม แต่รูปร่างอุจจาระเปลี่ยน อันนี้สำคัญมากแต่คนมองข้าม ถ่ายทุกวันก็จริง แต่ – อุจจาระเล็กลง

– แบนลง

– เป็นเส้นยาวผิดปกติ

อาจเกิดจากก้อนหรือผนังลำไส้หนาตัว ไปบีบช่องทางเดินอุจจาระ แม้ยังถ่ายได้ แต่เป็นสัญญาณที่ต้องตรวจครับ

5) มีเลือดปนเล็กน้อย แต่คิดว่าเป็นริดสีดวง มะเร็งลำไส้ระยะแรก อาจมีเลือดปนแค่นิดเดียว สีคล้ำ ไม่สด หลายคนชิน คิดว่าเป็นริดสีดวง ปล่อยไว้จนก้อนโต

ทั้งที่จริง ๆ เลือดปนซ้ำ ๆ ไม่ควรนิ่งนอนใจครับ

การขับถ่าย “ปกติ” ไม่ได้แปลว่าลำไส้ปลอดภัยจากมะเร็งเสมอไปครับ เพราะมะเร็งลำไส้มักเริ่มจากการอักเสบเงียบ สารพิษตกค้าง และพฤติกรรมสะสม ถ้าถ่ายไม่โล่ง ไฟเบอร์น้อย อุจจาระเปลี่ยน เลือดปน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง การตรวจคัดกรอง เช่น ตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง (FIT test) ทุก 1–2 ปี หรือส่องกล้อง ก็ถือเป็นวิธีป้องกันที่ช่วย “เจอเร็ว รักษาทัน” ได้จริงครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...