โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา” จุดเปลี่ยนจาก "โมโตจีพี" สู่ "เวิล์ด ซูเปอร์ไบค์"

STADIUM

เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 01.56 น.

ในแวดวงรถสองล้อทางเรียบ แทบไม่มีใครไม่รู้จัก “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา” ฮีโร่นักบิดไทยในศึก "โมโตจีพี" สังเวียนสูงสุดของโลกสำหรับการแข่งขันจักรยานยนต์
หนุ่มจากชลบุรี “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา เติบโตภายใต้โครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ของ “ไทยฮอนด้า” ก่อนแจ้งเกิดในเวที “โร้ด ทู โมโตจีพี” ของ “ดอร์น่าสปอร์ต” ที่เฟ้นหาเพชรเม็ดงามจากเอเชียเพื่อก้าวเข้าสู่การแข่งขัน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ “เอเชีย ทาเลนต์ คัพ” และสามารถคว้าแชมป์ประจำปีได้ในปี 2016
ก่อนบ่มเพาะฝีมือในการแข่งขันเวทีดาวรุ่งชิงแชมป์โลก "ซีอีวี โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ" ในปี 2017 ต่อมาในปี 2018 “ก้อง-สมเกียรติ” รับโอกาสทองลงพิสูจน์ตัวเองใน “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์” รายการ "โมโตจีพี" ครั้งแรกในผืนแผ่นดินไทย ด้วยสิทธิไวด์การ์ดในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ พร้อมผลงานคว้าอันดับ 9
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเขาในเส้นทางอาชีพ “นักบิดเวิลด์กรังด์ปรีซ์” อย่างแท้จริง
ปีต่อมา “ก้อง-สมเกียรติ” ก้าวกระโดดขึ้นสู่การแข่งขันในรุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ก่อนสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นโพเดี้ยม ในศึก อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ 2022 สร้างตำนานเป็นนักแข่งรถชาวไทยคนแรกที่คว้าชัยชนะใน “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์”
และในปีนี้นอกจากแชมป์ที่อินโดนีเซีย ยังติดอันดับ 2 ที่ เทอร์มา เดอ ริโอ ฮอนโด้ ประเทศ อาร์เจนติน่า, อันดับ 3 ที่ เลอมองส์ ประเทศฝรั่งเศส และอันดับ 2 ที่ เรดบูล ริง ประเทศออสเตรีย ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับ 10 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ เก็บไปทั้งสิ้น 128 คะแนน
“ก้อง-สมเกียรติ” ยกระดับขึ้นในปี 2023 ด้วยการรั้งอันดับ 6 ของโลกเมื่อจบฤดูกาล เก็บมาได้ทั้งสิ้น 173.5 คะแนน ผลงานโดดเด่นที่สุดคือการคว้าชัยชนะแบบ “เพอร์เฟ็คต์ วีคเอนด์” ในศึก เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ด้วยการรั้งอันดับ 1 ทุกช่วงที่ลงสนาม, คว้าโพลโพซิชั่น, นำทุกรอบของการแข่งขัน, เข้าเส้นชัยเป็นคันแรก และสร้างสถิติเวลาต่อรอบเร็วที่สุดตลอดกาลในรุ่น โมโตทู จากรอบควอลิฟาย รวมถึงครองสถิติเวลาต่อรอบเร็วที่สุดในการแข่งขันที่ โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น อีกด้วย
โลดแล่นสร้างชื่อในสองล้อทางเรียบมากมาย กระทั่ง “ก้อง-สมเกียรติ” จารึกประวัติศาสตร์ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอีกครั้ง ด้วยการเป็นนักบิดไทยคนแรกที่ขยับขึ้นสู่การแข่งขัน โมโตจีพี ฤดูกาล 2025 ร่วมกับสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ ในรุ่น “พรีเมียร์คลาส” ซึ่งเป็นคลาสสูงสุดของโลก

เส้นทางสุดท้าทายนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะนี่คือ “โมโตจีพี” เวทีที่หินที่สุดของโลก การแข่งขันที่รวมนักบิดที่เก่งที่สุดของโลกเอาไว้ 22 คน
“ก้อง-สมเกียรติ” ต้องลงแข่งในสนามเดียวกันกับสุดยอดแชมป์โลกอย่าง มาร์ค มาร์เกซ, ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า, ฮอร์เก มาร์ติน, โจอัน เมียร์ และอีกหลายคนที่ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือของโลกทั้งนั้น ซึ่งตลอด 5 สนามแรกใน โมโตจีพี “ก้อง-สมเกียรติ” โดนอาการบาดเจ็บประจำตัวนักบิดอย่าง “อาร์มปั๊มป์” รบกวน ก่อนจะต้องเข้ารับผ่าตัดเพื่อรักษาตัว
พักนานหลายเดือนก่อนกลับมาสร้างชื่ออีกครั้ง เมื่อบิดเข้าป้ายอันดับ 15 ในศึก ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ คว้าแต้มแรกในประวัติศาสตร์ให้กับชาวไทยได้สำเร็จ
ทว่านักบิดไทยกลับโชคร้ายอีกครั้ง ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักที่เอ็นเข่าขวา จากการทุ่มเทซ้อมหนัก พลาดล้มขณะฝึกซ้อมรถแข่งโมโตครอส ส่งผลให้ไม่สามารถลงแข่งได้ถึง 4 สนามติดต่อกัน
เมื่อกลับหายกลับสู่สนามได้อีกครั้งช่วง 8 สนามสุดท้าย “ก้อง-สมเกียรติ” กลับคว้าแต้มได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้าอันดับ 15 ที่ มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มาร์โก ซิมอนเชลลี, ต่อด้วยอันดับ 15 ในประเทศญี่ปุ่น และ อันดับ 13 ที่ อินโดนีเซีย จากนั้นก็มาคว้าอันดับ 15 ให้ตัวเองที่ มาเลเซีย
จบฤดูกาลแรกในฐานะรุกกี้ “ก้อง-สมเกียรติ” ฝากผลงานด้วยการคว้า 7 แต้มมาฝากชาวไทย นี่คือแต้มแห่งความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ แม้จะได้รับโอกาสเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น
ทว่าเส้นทางของ “ก้อง-สมเกียรติ” ในการแข่งขันระดับโลกยังไม่จบลง เขายังคงเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย
ล่าสุดในฤดูกาล 2026 “ก้อง-สมเกียรติ” ยังคงได้รับความไว้วางใจจาก ฮอนด้า ด้วยการดึงเข้าร่วมทีมโรงงานเพื่อลุยศึก "เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ"
แม้เส้นทางของ “ก้อง-สมเกียรติ” กับ "โมโตจีพี" จะสิ้นสุดลงในปี 2025 แต่การเดินทางของเขาในเวทีมอเตอร์สปอร์ตโลกยังไม่สิ้นสุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...