โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อสงครามสุกี้เดือดไม่หยุด ‘สุกี้ตี๋น้อย-โบนัสสุกี้-ลัคกี้สุกี้’ ใช้กลยุทธ์อะไรมาดวลกัน

Capital

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2568 เวลา 08.11 น. • Insight

ถ้าจะบอกว่าปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ตลาดชาบู-สุกี้แข่งขันกันดุเดือดที่สุดก็คงไม่ผิดนัก เพราะเราต่างเห็นแบรนด์น้อยใหญ่งัดทุกกระบวนท่ามาช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งทำสงครามราคา เปิดตัวเมนูใหม่ ไปจนถึงการขยับขยายสาขาให้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุด ทำให้ตลาดชาบู-สุกี้ในปีนี้มีมูลค่าสูงกว่า 23,000-25,000 ล้านบาท

เจ้าใหญ่ในตลาดตอนนี้คงหนีไม่พ้น ‘สุกี้ตี๋น้อย’ แบรนด์ที่เริ่มจากร้านเล็กๆ สู่การขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ‘โบนัสสุกี้’ แบรนด์น้องใหม่ไฟแรงจากเจ้าตลาดเดิมอย่าง MK และ ‘ลัคกี้สุกี้’ แบรนด์ม้ามืดที่น่าจับตามอง

Recap ในวันนี้จึงขอพามาวิเคราะห์กลยุทธ์ของทั้ง 3 แบรนด์ยักษ์ในสมรภูมิสุกี้เดือดแบบหมัดต่อหมัด ว่าแบรนด์ไหนงัดจุดแข็งอะไรมาดวลกันบ้าง

วิเคราะห์กลยุทธ์สุกี้ตี๋น้อย

จุดเด่นของสุกี้ตี๋น้อยตั้งแต่ day 1 คือการเป็นร้านบุฟเฟต์ในราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้น 199 บาท ถึงแม้ปัจจุบันราคารวมเครื่องดื่มรีฟีลและ Vat จะอยู่ที่ 276 บาทเท่ากับโบนัสสุกี้และลัคกี้สุกี้ แต่เราก็มักจะเห็นสุกี้ตี๋น้อยจัดโปรโมชั่นอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะโปรลด 50% และเน้นขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 90 สาขา

ใน 9 เดือนแรกของปี 2568 สุกี้ตี๋น้อยทำกำไรได้ 800 ล้านบาท ลดลงกว่าปีที่แล้วกว่า 30% แต่ถึงอย่างนั้นกลับได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 40% การมีสายป่านยาวขึ้นจากที่บริษัท เจมาร์ทกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART) เข้ามาถือหุ้นกว่า 30% เมื่อปี 2565 ก็ทำให้สุกี้ตี๋น้อยทำสงครามราคาจัดโปรโมชั่นต่อไปได้ และตั้งเป้าว่าภายในปี 2569 จะมีถึง 136 สาขา พร้อมคาดว่ารายได้จะแตะหลักหมื่นล้านบาท

ตี๋น้อยยังขยายพอร์ตในมือด้วยการแตกแบรนด์ ’ข้าวแกงสุกี้ตี๋น้อย‘ และตี๋น้อยบาร์บีคิว เพื่อลุยตลาดแมสยิ่งขึ้น และเปิดร้านตี๋น้อยโกลด์ เพื่อเจาะตลาดพรีเมียม จะเห็นว่ากลยุทธ์หลักๆ ของสุกี้ตี๋น้อยซึ่งถือเป็นแบรนด์ที่เปิดมานานสุด เทียบกับคู่แข่งอีก 2 เจ้า เน้นไปที่การเพิ่มฐานลูกค้าในวันที่ตลาดสุกี้มีผู้เล่นหน้าใหม่มากขึ้น

วิเคราะห์กลยุทธ์โบนัสสุกี้

เจ้าตลาดเดิมอย่าง MK ก็เห็นว่าบุฟเฟต์เป็นตลาดที่แข็งแรงและมีโอกาสเติบโตสูง จึงหันมาจัดโปรบุฟเฟต์อยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนตัดสินใจแตกแบรนด์ลูกอย่างโบนัสสุกี้ที่หยิบช่องว่างทางการตลาดมาพัฒนาเป็นกลยุทธ์ 6P ได้แก่

Product : เมนูมากกว่า 60 รายการ โดยมีซิกเนเจอร์ อย่างหมูนุ่มหมักไข่โบนัส โรลปูอัดโบนัส เครื่องดื่มสลัชชีชาไทย ติ่มซำ ของทานเล่น และน้ำจิ้มที่เป็นเอกลักษณ์

Price : ราคาเข้าถึงง่าย รวมเครื่องดื่มรีฟีลและ Vat จะอยู่ที่ 276 บาท ทานได้ 2 ชั่วโมง 15 นาที พร้อมโปรโมชั่นต่อเนื่องทุกเดือน

People : ทีมพนักงานผ่านระบบเทรนนิ่งระดับ MK เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่สนุก อบอุ่น และเป็นกันเอง สนับสนุนการจ้างงานคนในท้องถิ่นตามการขยายตัวของแบรนด์

Promotion Bonus : ให้โบนัสลูกค้ากับเมนูพิเศษที่แจกฟรีทุกโต๊ะ วันละสองรอบ ภายใต้คอนเซปต์ ‘ชั่วโมงโบนัส’

Place : ร้านขนาดใหญ่ เน้นความสะอาด พร้อมปักหมุดทำเลหัวเมืองใหญ่และเมืองรอง เน้นพื้นที่ชุมชนหนาแน่นและมีศักยภาพโต

Process : ความพร้อมทั้งหน้าบ้านหลังบ้าน มาตรฐาน MK Group ระบบการจัดการที่สาขา จัดเก็บสินค้าอย่างมีระบบ สดใหม่ สามารถเสิร์ฟได้รวดเร็ว ระบบหลังบ้านที่รองรับการขยายสาขา

โดยแบรนด์ตั้งเป้าขยายให้ครบ 16 สาขา ภายในสิ้นปี 2568 และในปี 2569 เตรียมขยายเพิ่มมากกว่า 70 สาขา พร้อมทะยานสู่ 100 สาขาภายในไตรมาส 2 ปี 2570 ซึ่งถือเป็นการเติบโตมากกว่า 6 เท่าในเวลาไม่ถึง 2 ปี

วิเคราะห์กลยุทธ์ลัคกี้สุกี้

แบรนด์ที่สาขาน้อยแต่ต่อยหนัก ถึงแม้จะเปิดมาถึง 3 ปี แต่มี 38 สาขา ซึ่งถือว่ายังไม่มากถ้าเทียบกับแบรนด์รุ่นพี่อย่างตี๋น้อย แต่เป็นแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากรายได้ในปี 2567 ทะลุหลักพันล้าน มีกำไรกว่าร้อยล้านบาท และที่สะเทือนวงการบุฟเฟต์สุกี้ที่สุดคือบริษัทเซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ยอมจ่าย 940 ล้าน เพื่อเข้าร่วมทุนกว่า 40%

กลยุทธ์ของลัคกี้สุกี้ที่ผ่านมา ไม่ใช่การลงไปเล่นในสงครามราคา แต่เน้นเพิ่มไลน์อาหาร เช่น เพิ่มเนื้ออสเตรเลียและกุ้งแก้ว ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าจ่ายเท่าเดิมคือ 276 บาทรวมเครื่องดื่มรีฟีลและ VAT แต่ได้อาหารที่หลากหลายและคุ้มค่า จึงอยากกลับมากินซ้ำ

นอกจากนี้ยังเลือกทำเลที่มีที่จอดรถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่มากินดึก เนื่องจากร้านปิดถึงตี 2 และเกณฑ์การขยายสาขาต้องห่างจากกรุงเทพฯ ไม่เกิน 300 กิโลเมตร เพื่อสามารถควบคุมวัตถุดิบให้มีคุณภาพจากการขนส่งได้ รวมถึงแตกไลน์ธุรกิจอย่างลัคกี้บาร์บีคิว พร้อมตั้งเป้าว่าภายในปี 2571 จะขยายสาขาให้ถึง 120 สาขา และสร้างรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์หลักคือการรักษาคุณภาพและส่งต่อประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

ไม่ว่าสมรภูมิร้านชาบู-สุกี้บุฟเฟต์จะไปจบลงที่ตรงไหน แต่ก็เป็นบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัว จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในระยะยาวและยืนอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ขอบคุณภาพจาก สุกี้ตี๋น้อย, โบนัสสุกี้, ลัคกี้สุกี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...