โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ช.การช่าง 9 เดือน กำไร 2,884 ล้านบาท โต 78 % เชื่อมั่นเมกะโปรเจกต์รัฐ มีแนวโน้มเร่งตัว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 15.39 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 08.39 น.

ช.การช่าง โชว์ผลงานเด่น งวด 9 เดือน กำไร 2,884 ล้านบาท โตพุ่ง 78.37 % อานิสงส์กําไรขายหุ้น หลวงพระบาง พาวเวอร์ กวาดรายได้จากสัญญาก่อสร้าง 33,552 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.64% เชื่อมั่นเมกะโปรเจกต์ภาครัฐมีแนวโน้มเร่งตัวเพื่อให้บรรลุเป้าตามแผน

17 พ.ย. 2568 - บริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) หรือ CK แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ผลการดําเนินงานสําหรับงวด 9 เดือน ปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท 2,884 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,267 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 78.37 % เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากกําไรจากการขายหุ้นบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จํากัด รวมทั้งส่วนต่างมูลค่าที่เกิดจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนในบริษัทร่วมด้วยมูลค่ายุติธรรมสําหรับเงินลงทุน 10 % ที่เหลือ มีรายได้จากสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนก่อสร้างที่ดี และการรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น

สําหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากสัญญาก่อสร้าง 33,552 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 94.25 % ของรายได้รวม โดยเพิ่มขึ้น 5,507 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 19.64 % เนื่องมาจากความคืบหน้าของงานก่อสร้างโดยรับรู้จากโครงการหลัก อาทิ

โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งการดําเนินการเป็นไปตามแผนงานการก่อสร้าง หนุนด้วยรายได้งานก่อสร้างและงานระบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม งานระบบรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงิน ขณะที่งานก่อสร้างหลายโครงการใกล้แล้วเสร็จ เช่น โครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งนํ้าบางมด-สําโรง โครงการก่อสร้างขุดคลองระบายนํ้าหลากบางบาล-บางไทร

CK และบริษัทย่อยมีส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจํานวน 1,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 1.74 % หลักๆมาจาก บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จํากัด (มหาชน) (CKP) รับรู้ส่วนแบ่งกําไรสุทธิจากการดําเนินงานของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จํากัด ตามปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และจากการรับรู้รายการกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จํากัด และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จํากัด (มหาชน) (BEM) รายได้การให้บริการจากธุรกิจหลักยังคงใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปี ก่อน

สําหรับ 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดําเนินงาน 4,582 ล้านบาท มาจากการดําเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,698 ล้านบาท จากการลงทุนและชําระค่าหุ้นใน BEM และบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ สุทธิกับเงินปันผลรับ และเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 1,831 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิมขึ้น ส่งผลให้มีเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 1,050 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ 11,239 ล้านบาท

CK ระบุว่า เพื่อเป็นการต่อยอดพลังร่วมระหว่างกลุ่มบริษัทและส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการยึดมั่นในหลักการดําเนินงานซึ่งเลือกดําเนินโครงการที่มุ่งสร้างประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกด้าน พร้อมกับการดูแลรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม และสามารถสร้างผลตอบแทนสูงสุด ส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นําด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในระดับภูมิภาคอย่างมีคุณภาพและครบวงจร

"สําหรับภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามมูลค่าการลงทุนก่อสร้างโดยรวมที่คาดว่าจะขยายตัว ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์)ของภาครัฐ แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อมั่นว่าในอนาคตอันใกล้ โครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐมีแนวโน้มจะเร่งตัวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผน" CK ระบุในคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการสําหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2568

CK ประกอบธุรกิจหลัก 2 ประเภท ได้แก่

  • ธุรกิจการก่อสร้าง
  • ธุรกิจการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภค

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...