โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบเทพโอสถสวรรค์

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 พ.ค. 2567 เวลา 11.10 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 11.10 น. • FrozenSnow
สกาย นักแสดงดาวรุ่งทะลุมิติไปในนิยายจีนโบราณที่เขาเป็นแฟนประจำ จากนักอ่านกลายมาเป็นตัวละครในนิยายเสียเอง แถมพ่วงมาด้วยขาทองคำอย่าง ระบบเทพโอสถสวรรค์ งานนี้ขอเล่นใหญ่ให้สมกับเป็นนักแสดงดาวรุ่งเสียหน่อย

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่องย่อ

สกาย ศิลปินหนุ่มดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุค นักแสดงสายวายผู้โด่งดังจากซีรีส์หลายเรื่อง ได้เสียชีวิตลงอย่างลึกลับในคอนโดของเขาย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ชายหนุ่มกลับทะลุมิติไปเกิดใหม่ในร่างของเด็กหนุ่มวัย 16 ผู้อ่อนแอ เด็กหนุ่มจากไปอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยสักคนเดียว

โลกใบใหม่ของสกายนั้นทำให้อีกฝ่ายต้องหน้าซีด ตั้งแต่ได้รับความทรงจำของเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า เทียน (ท้องฟ้า) แซ่ อวี้เหวิน (ความดีงามสูงส่ง) เด็กหนุ่มวัย 16 จากชนกลุ่มน้อย (กลุ่มเผ่าพันธุ์โบราณ) ในหมู่บ้านอันไกลโพ้นบนยอดเขาสูง หลบซ่อนอยู่ในม่านพืภพ ที่สำคัญ นี่มันโลกในนิยายที่เขาเคยอ่านและติดตามมาหลายปี แต่หลายเดือนก่อนหน้านี้นักเขียนได้หยุดลงตอนใหม่และหายเงียบไป ทำให้สกายหงุดหงิดเล็กน้อยและเข้าไปแสดงความคิดเห็นในตอนล่าสุด เพื่อทวงตอนใหม่ แต่ฉไหนกลายเป็นว่าเขาต้องเข้ามาอยู่ในนี้เสียเอง

เมื่อสกาย ดาราหนุ่มจากอีกโลกมาจุติในร่างของอวี้เหวินเทียน ทุกกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป สกายนั้นไม่ได้มาตัวเปล่า แต่เขาหนีบเอาขาทองคำอย่าง 'ระบบเทพโอสถสวรรค์' ติดตัวมาด้วย

' ระบบกำลังดำเนินการติดตั้ง… '

***นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเอง ไม่มีการอ้างอิงประวัติศาสตร์ใดๆ มีเพียงสภาพแวดล้อม ภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมบางส่วนที่คล้ายกับประเทศจีน นอกนั้นเป็นเรื่องเหนือจินตนาการแนวแฟนตาซีของต่างโลกล้วนๆ เน้นฟีลกู๊ด ไม่เน้นดาร์ม่า และไม่ได้เป็นแบบฝึกตนจ๋าๆ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของนิยายเท่านั้น

***หมายเหตุ ภาษาและหน่วนวัดระยะทาง เวลา จะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือแบบสากลใช้เวลาสื่อสารระหว่างตัวละครกับระบบ และแบบจีนเป็นการสื่อสารปกติของตัวละครกับคนอื่นๆ อาจจะมีภาษาหรือสำนวนแปลกๆ ไปบ้าง แต่เพื่อเป็นอรรถรสในการอ่าน จึงต้องขอแจ้งไว้ล่วงหน้าก่อน

ท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านนิยานเรื่องนี้ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนและกำลังใจที่มีให้ไรท์

------------------

ข้อมูลเบื้องต้น

ระดับพลังวิญญาณ

มี 5 ขั้นใหญ่ แต่ละขึ้นมีขั้นย่อย 3 ขั้นย่อย (ต้น กลาง สูง)

1.กำเนิดวิญญาณ

2.วิถีวิญญาณ

3.วิญญาณโพธิ

4.วิญญาณเต๋า

5.วิญญาณสวรรค์

ระดับพลังปราณ

9 ขั้นใหญ่ 9 ขั้นย่อย (1-3 ต้น 4-6 กลาง 7-9 สูง)

1.ก่อกำเนิด

2.สร้างรากฐาน

3.อาณาแห่งจิต

4.อาณาจักรปราณ

5.ปราณพิภพ (เหาะเหินในอากาศได้)

6.ปราณโลกา (เดินทางผ่านมิติได้ในระยะทางสั้นๆ)

7.ปราณดารา (สร้างโลกใบเล็กขึ้นภายในห้วงจิต)

8.ปราณสวรรค์ (ศึกษากฏแห่งโลก)

9.ปราณเซียนปฐพี (ศึกษาเต๋าสวรรค์เพื่อหลุดพ้นเป็นเซียนแท้จริง)

ระดับของโอสถ

มี 10 ระดับ คือระดับ 1- ระดับ 10 แต่ละระดับจะแยกเป็นขั้นตามความบริสุทธิ์ของเม็ดโอสถเรียงไปตั้งแต่ 1-10

โอสถที่มีความบริสุทธิ์ 100% เหนือกว่าความบริสุทธิ์ระดับ 10 จะถูกเรียกว่า โอสถทิพย์

ระดับของสมุนไพรวิญญาณ

มี 7 ระดับใหญ่ 3 ระดับย่อย (ต่ำ กลาง สูง)

1.ระดับวิญญาณ (สมุนไพรทั่วไปที่ไม่ใช่สมุนไพรวิญญาณมี 3 ระดับคือ ระดับพื้นฐาน ระดับกลาง และระดับสูง)

2.ระดับล้ำค่า

3.ระดับปฐพี

4.ระดับนภา

5.ระดับสวรรค์

6.ระดับเซียน

7.ระดับเทพ

ระดับของนักปรุงโอสถ

แบ่งออกเป็นระดับตามความสามารถในการปรุงโอสถแต่ละระดับดังนี้

นักปรุงโอสถระดับ 1-2 เรียกว่า นักปรุงโอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 3-4 เรียกว่า อาจารย์โอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 5 เรียกว่า ปรมาจารย์โอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 6 เรียกว่า จอมโอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 7 เรียกว่า จ้าวโอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 8 เรียกว่า ปราชญ์โอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 9 เรียกว่า เซียนโอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 10 เรียกว่า เทพโอสถ

ระดับของอาวุธ/เกราะ/ยุทธภัณฑ์

แบ่งออกเป็น 7 ระดับใหญ่ 3 ระดับย่อย (ต่ำ/กลาง/สูง)

1.ระดับดิน

2.ระดับฟ้า

3.ระดับวิเศษ

4.ระดับวีรชน

5.ระดับตำนาน

6.ระดับสวรรค์

7.ระดับบรรพกาล

ค่าเงิน

1000 อีแปะ = 1 เหรียญทองแดง

100 เหรียญทองแดง = 1 เหรียญเงิน

100 เหรียญเงิน = 1 เหรียญทอง

100 เหรียญทอง = 1 เหรียญหยก

100 เหรียญหยก = 1 หินปราณ

ระดับของสัตว์อสูร มี 9 ระดับ เรียงเป็นระดับ 1-9 ระดับพลังจะเหนือกว่าเผ่าพันธ์อื่นๆ หนึ่งระดับเช่น มนุษย์ระดับก่อกำเนิด จะอ่อนแอกว่าสัตว์อสูรระดับ 1 สัตว์อสูรในระดับ 8 คือสัคว์อสูรระดับราชันอสูร ส่วนระดับ 9 นั้นเป็นระดับ จักรพรรดิอสูร

ระดับของนักหลอมสร้าง จะเรียกชื่อตามระดับของยุทธภัณฑ์ในระดับนั้นๆ เช่น นักหลอมสร้างระดับตำนาน ขั้นกลาง

ข้อมูลอื่นๆ จะอัพเดทภายหลังในแต่ละตอนที่เกี่ยวข้องหรือพูดถึง

โลกใบใหม่

ดินแดนทวีปเทียนหลง

ณ.หมู่บ้านของชนเผ่าแห่งหนึ่ง นามว่า หมู่บ้านเฟยเฟิ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขาลึกลับที่โอบล้อมไปด้วยทะเลทรายกว้างกว่า 10,000 ลี้ ในเมืองต้าหลง ของอาณาจักรมังกรปฐพี

ในม่านพิภพของเผ่าปักษาสวรรค์

หมู่บ้านแห่งนี้เร้นกายอยู่ ภายในม่านพิภพ เป็นมิติที่แยกออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง บ้านเรือนถูกสร้างตามไหล่เขา เหนือน้ำตก บนเทือกเขาน้อยใหญ่ ระแวกนี้มีชนเผ่าอาศัยอยู่มากกว่า 10 เผ่า และหมู่บ้านเฟยเฟิ่งนั้นก็เป็นหมู่บ้านของชาวเผ่าปักษาสวรรค์ บรรพบุรุษของพวกเขาได้มาตั้งรกรากที่นี่นานกว่าสองหมื่นห้าพันปี (25,000 ปี) มาแล้ว เผ่าอื่นๆในละแวกนี้ก็เช่นกัน พวกเขาอพยพมาจากมหาพิภพอื่นในเวลาไล่เลี่ยกัน กล่าวไปแล้วมหาพิภพแห่งนี้เป็นเพียงมหาพิภพระดับล่างเพียงเท่านั้น ณ.ดินแดนมหาพิภพต้นกำเนิดของเหล่าบรรพชนนั้นได้เกิดมหาสงครามระหว่าง เทพและมาร ทำให้มหาพิภพแห่งนั้นเสียหายเกินกว่าจะฟื้นฟูกลับมาได้

เหล่าบรรพชนของเผ่าต่างๆ จึงได้ร่วมมือกันค้นหาและมาพบกับที่นี่เข้า และได้ตัดสินใจที่จะตั้งรกรากบนมหาพิภพแห่งนี้ หมื่นเผ่าพันธุ์โบราณจึงได้แยกย้ายกันไปตั้งรกรากตามพื้นที่ต่างๆ และได้ขยับขยายออกไปจนทั่วมหาพิภพ หลายๆเผ่าพันธุ์ก็รุ่งเรืองจนสามารถตั้งราชวงศ์ขึ้นมาปกครองผู้คนนับล้านได้ ในขณะที่บางเผ่าพันธุ์นั้นกับถดถอยลงไปเรื่อยๆ รอวันที่จะล่มสลายลง และหลายเผ่าพันธุ์ก็หายสาบสูญไปจากหน้ามหาพิภพเลยก็มี

หมื่นเผ่าพันธุ์ในยุคโบราณนั้นในบัจจุบันหลงเหลือเพียงหลักพันเท่านั้น ตำหนักเฝ้ามองดารา สถานที่ที่ได้รวบรวมเหล่าปราชญ์เอาไว้มากมาย ได้จัดลำดับเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในปัจจุบันเอาไว้เป็นทำเนียบ 100 อันดับเผ่าพันธุ์โบราณ รายชื่อที่อยู่่ในทำเนียบแต่ละรายชื่อล้วนแล้วแต่เป็นเผ่าพันธุ์ที่ปกครองอาณาจักรใหญ่ๆ หรือเผ่าพันธุ์เร้นลับที่ซ่อนตัวจากมหาพิภพแต่กลับแข็งแกร่งอย่างมากทั้งสิ้น

ในเรือนหลังหนึ่ง ของหมู่บ้านเฟยเฟิ่ง นั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังนอนมองบนเพดานอยู่บนเตียง และคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยไม่ยอมลุกออกจากเตียงนอนของตนเองมาตั้งแต่ต้นยามเหม่า (05.00 น.) จนยามนี้ล่วงเข้าต้นยามเฉิน (07.00 น.) ไปแล้ว

เรือนของอวี้เหวินเทียน

" เห้ออออ นี่เราข้ามมิติมาในนิยายจริงๆใช่ไหมเนี้ย 3 วันแล้วนะคงต้องทำใจว่าจะต้องติดอยู่ที่นี่จริงๆแล้วล่ะ " เด็กหนุ่มที่นอนแห้งอยู่บนเตียงไม้ขนาดกลาง เอ่ยพึมพำเสียงเบา พลางทอดถอนใจอย่างจำยอมในโชคชะตาของตัวเอง สกาย นักแสดงดาวรุ่งจากดาวเคราะห์สีฟ้า อนาคตนักแสดงสายวายที่โดงดังเป็นพลุแตก กลับตาลปัตกายมาเป็นเด็กหนุ่มขี้โรควัย 16 ปีคนหนึ่ง

ที่น่าตลกร้ายกว่านั้นคือเขาหลุดเข้ามาในนิยายที่ตนเองนั้นติดตามอ่านอยู่ แต่เมื่อสามเดือนที่ผ่านมานี้นักเขียนก็หยุดลงตอนใหม่ไปเสียดื้อๆ เขาเลยเข้าไปคอมเม้นท์ต่อว่านักเขียน แต่กลายเป็นว่าเขาได้หลุดเข้ามาในนิยายเรื่องนั้นเฉยเลย แถมยังได้เป็นแค่ตัวประกอยที่มีบทกล่าวถึงแค่สองบรรทัด เป็นหินรองเท้าให้พระเอกเดินผ่านไปเป็นยอดบุรุษที่ปกครองทั่วหล้า ใช่แล้ว! เดินผ่านจริงๆ พระเอกไม่เคยเห็นหน้าเจ้าเด็กนี่ด้วยซ้ำ

" จริงสิพวกตัวละครที่ทะลุมิติมาส่วนใหญ่ต้องมีของวิเศษอย่างขาทองคำ หรืออะไรติดตัวมาบ้างสิ ทำไมเราไม่มีวะ? " สกาย หรือปัจจุบันคือ อวี้เหวินเทียน กำลังพลิกตัวและลุกขึ้นนั่งพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่มีคิ้วขมวดเป็นปมอยู่

" จริงสิ! วันที่มาถึงที่นี่วันแรก แล้วความทรงจำของร่างเก่ากำลังไหลเข้ามาในสมองของเรา ตอนนั้นเรามัวแต่ปวดหัวจนสลบไป จำได้ลางๆว่าตอนนั้นได้ยินเสียง เหมือนจะเป็นระบบอะไรสักอย่าง? " อวี้เหวินเทียน เหมือนนึกบางอย่างออกจึงได้พึมพำเสียงเบาออกมา

ติ้งค์!!

" เฮ้ย! ตกใจหมด นี่ นี่..นี่มัน ระบบหรือ? " อยู่ๆหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสก็ปรากฏขึ้นด้านหน้าของเขา ทำให้เขาสะดุ้งหงายหลังไปจังหวะหนึ่งก่อนจะตั้งสติได้ และจ้องมองหน้าจอตรงหน้าแบบไม่คาดสายตา พลางพิจารณาอย่างละเอียด

" เป็นเพราะ 2-3 วันมานี้เรามัวแต่หมดอาลัยตายอยากจนไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้สินะ ระบบถึงไม่เคยปรากฏให้เห็น แต่พอมาวันนี้นึกถึงมัน ก็มาปรากฏทันที ว่าแต่… ระบบเทพโอสถสวรรค์ อย่างงั้นหรือ? " อวี้เหวินเทียนมองหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า ที่ด้านบนสุดระบุเอาไว้ว่าเป็น ระบบเทพโอสถสวรรค์

[ ระบบเทพโอสถสวรรค์ ]

[ สถานะ ]

[ ช่องเก็บของ ]

[ เซียมซีโชคลาภ]

[ ร้านค้า ]

[ การหลอม / คัดลอก ]

[ ตำหนักพฤกษาสวรรค์ ]

บนหน้าจอโฮโลแกรมปรากฏหน้าต่างขึ้นมาเป็นหมวดหมู่ให้เห็นชัดเจน อวี้เหวินเทียนกำลังจะกดเข้าไปดูหน้าต่างสถานะ อยู่ๆก็มีหน้าต่างป๊อปอัพเด้งขึ้นมาเป็นรูปถุงของขวัญ ผ้าปักลายหงส์เพลิงสีแดงเลือดนก เขาจึงกดไปที่รูปถุงของขวัญนั้นด้วยความตื่นเต้น และมือที่สั่นเทาเล็กๆ

[ -ของขวัญต้อนรับการเริ่มต้นใหม่-]

[ เพื่อเป็นการเริ่มต้นใหม่อย่างเป็นทางการ ระบบขอมอบของขวัญเพื่อให้โฮสต์สามารถใช้ชีวิต และเอาตัวรอดได้อย่างงดงาม ขอให้โฮสต์มีความสุขกับโลกใบใหม่! ]

[ ตำราสมุนไพรเบื้องต้น, ตำราการหลอมโอสถเบื้องต้น,โอสถชำระกายาระดับ 5, เตาหลอมโอสถระดับวิเศษ ขั้นต้น, ค่าประสบการณ์ 1,000 แต้ม ]

[ ตรวจดูของขวัญได้ที่หน้าต่างช่องเก็บของ ]

" โอ้โห! ของขวัญต้อนร้บไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย ระบบใจปล้ำชะมัด ว่าแต่.. ระบบต้องการให้เราทำอะไรกันแน่ ถึงดึงเรามาบนโลกนี้ แปลกๆนะ " อวี้เหวินเทียน ตาลุกวาวเมื่อได้เห็นรายการของขวัญที่ได้รับ แต่ก็ฉุกคิดเรื่องของเหตุผลที่เขาต้องมาอยู่ที่นี่ ก็อดรู้สึกกังวลใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องมาอยู่ที่ที่มันประหลาดแบบนี้ด้วย

" เทียนเอ๋อร์ ลูกทำอะไรอยู่น่ะ ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว เหตุใดยังไม่ล้างหน้าล้างตาแล้วออกมากินข้าวล่ะลูก " เสียงของหญิงวัยกลางคนดังเข้ามาในห้องของอวี้เหวินเทียน ขณะกำลังอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองอยู่

" ขอรับ! ท่านแม่ ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะขอรับ " อวี้เหวินเทียนที่ได้สติรีบร้องบอกผู้เป็นมารดาของร่างนี้ ก่อนจะรีบลุกขึ้นจัดแจงทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยแล้วรีบออกไปจากห้องมุ่งหน้าไปยังห้องโถงของตัวเรือน

มารดาของอวี้เหวินเทียนนั้นมีนามว่า ซูเม่ย แซ่เมี่ยว เป็นหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามมากผู้หนึ่งเลย เท่าที่เขาเคยเห็นมา ถ้าอยู่ในโลกก่อนของเขา สามารถเป็นนางเอกซีรี่ส์ได้สบายๆ จากหน้าตาราวกับคนอายุ 30 ต้นๆคนหนึ่งเท่านั้น

" ลูกเป็นยังไงบ้างวันนี้ รู้สึกดีขึ้นหรือยัง วันนี้บิดาเจ้าเรียกไปพบตอนปลายยามเฉิน " เมี่ยวซูเม่ย มองสำรวจใบหน้าของลูกชาย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

" ดีขึ้นมากแล้วขอรับ แค่กๆ " อวี้เหวินเทียน ยิ้มบางก่อนจะตอบผู้เป็นมารดา แต่ก็เผลอไอออกมาด้วยยังไม่หายจากอาการป่วยดี

" ค่อยๆ ดื่มน้ำแกงก่อน เดี๋ยวหลังข้าวเช้า ค่อยดื่มยาอีกสักเทียบหนึ่ง แม่ให้คนต้มยาเอาไว้ให้เจ้าแล้ว " เมี่ยวซูเม่ย รินน้ำแกงใส่ถ้วย แล้วเลื่อนไปตรงหน้าของอวี้เหวินเทียน พลางกล่าวบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

" ขอรับ ท่านแม่ " อวี้เหวินเทียน กล่าวรับคำด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ก่อนจะยกชามน้ำแกงขึ้นจิบช้าๆ

ระบบเทพโอสถสวรรค์

อวี้เหวินเทียนกินข้าวเช้าเสร็จจึงตรงไปหาบิดาของร่างนี้ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงผู้อาวุโสระดับสูงในเผ่า มีหน้าที่ดแลกิจกรรมค้าขายของเผ่าปักษาสวรรค์ กิจการหลักๆคือการปลูกพืชพลังวิญญาณและสมุนไพรวิญญาณ โดยจะส่งขายผ่านกลุ่มของพ่อค้าที่จะมารับซื้อทุกๆ 3 เดือน

พืชพลังวิญญาณที่ปลูกได้นั้นไม่ได้มีระดับที่สูงนัก แต่ก็นับได้ว่าเผ่าปักษาสวรรค์นั้นเป็นกลุ่มที่สามารถเพาะปลูกพืชพลังวิญญาณได้เพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้นบนมหาพิภพอันกว้างใหญ่นี้ แต่ช่วงหลายปีมานี้ ทางเผ่าประสบกับปัญหาในการเพาะปลูก เนื่องมาจากพลังปราณฟ้าดินภายในม่านพิภพของพวกเขาเริ่มเสื่อมถอยลง

ไม่เพียงพืชพันธุ์วิญญาณเท่านั้น ระดับพลังปราณของคนในเผ่าเองก็เสื่อมถอยลงเช่นกัน ในปัจจุบันนั้นผู้นำระดับสูงมีพลังปราณสูงสุดเพียงแค่ระดับพิภพเท่านั้น วิกฤตนี้สร้างความกังวลใจให้กับชาวเผ่าปักษาสวรรค์อย่างยิ่ง แม้หลายปีมานี้พวกเขาจะพยายามค้นหาวิธีแก้ไขมากมาย แต่สุดท้าย ความเสื่อมก็ยังกลืนกินพวกเขาอย่างช้าๆ

อวี้เหวินเทียนเดินผ่านแปลงสมุนไพรวิญญาณพลางครุ่นคิดถึงปัญหานี้ในใจอย่างเงียบๆ นี่เป็นสิ่งที่รู้กันเฉพาะชนชั้นผู้นำของเผ่าเท่านั้น แต่เขารับรู้มันผ่านการอ่านในนิยายมาก่อน วิกฤตนี้จะเริ่มรุนแรงขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า พลังปราณฟ้าดินภายในม่านพิภพจะเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว จนผู้คนภายในเผ่ารับรู้ได้

นอกจากนี้ความขัดแย้งระหว่างชนเผ่าต่างๆ จะเริ่มสร้างปัญหาให้กับเผ่าปักษาสวรรค์ จนเกือบจะหายไปจากมหาพิภพแห่งนี้เลยทีเดียว อวี้เหวินเทียนมองรอบๆตัว พลางถอนหายใจอย่างหดหู่ เขามีเวลาอยู่ไม่มากแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการล่มสลายของเผ่าปักษาสวรรค์ เขาจะต้องหาวิธีช่วยไม่ให้ม่านพิภพแห่งนี้เสื่อมถอยลงไปอีก

ระหว่างคิดอะไรเพลินๆ เขาก็เดินมาถึงหน้าเรือนไม้ขนาดใหญ่ ตัวเรือนดูเก่าแก่โบราณ แต่ยังแฝงกลิ่นอายที่น่าเกรงขามออกมาอย่างเบาบาง อวี้เหวินเทียนเดินผ่านประตูไม้เข้าไปด้านใน และมุ่งหน้าไปยังห้องตำราซึ่งอยู่ทางปีกขวาของตัวเรือน ห้องนี้เป็นห้องที่บิดาของร่างนี้ใช้เป็นห้องทำงานหลัก

ก๊อกๆๆ

" เทียนเอ๋อร์ขอรับ! " อวี้เหวินเทียนเคาะประตูพร้อมกับแจ้งให้คนภายในห้องทราบ

" เข้ามา! " เสียงชายวัยกลางคนจากภายในห้องตอบกลับมา

" คาราวะท่านพ่อขอรับ " อวี้เหวินเทียนเปิดประตูและเดินสาวเท้าเข้ามาภายในห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะตัวใหญ่กลางห้องที่เต็มไปด้วยชั้นวางตำราหลายสิบตู้ และเอ่ยทักทายผู้เป็นบิดาของร่างนี้ อวี้เหวินฉิอนั้นมีหน้าตาคล้ายกับอวี้เหวินเทียนอยู่เกือบจะ 4 ส่วน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายมีหนวดเคราสมกับเป็นบัณฑิตวัยกลางคนผู้หนึ่ง แววตาเฉลียวฉลาดแฝงความใจดีมีเมตตา

" เทียนเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เห็นมารดาเจ้าบอกข้าวาเจ้าล้มป่วยอีกแล้ว บิดาอย่างข้าผิดต่อเจ้าแล้ว ไม่มีแม้แต่เวลาจะไปเยี่ยมดูอาการของเจ้า " อวี้เหวินฉือ เงยหน้าขึ้นมาสำรวจลูกชายที่ไม่ได้พอมาเกือบเดือน พลางกล่าวด้วยความรู้สึกผิดอยู่สักหน่อยที่ปล่อยปละละเลยลูกชายคนนี้ไปบ้าง

" ข้าดีขึ้นมากแล้วขอรับ ข้าอกตัญญูแล้วที่ทำให้ท่านพ่อต้องเป็นห่วง " อวี้เหวินเทียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแหบแห้งอยู่บ้าง และมีอาการเหนื่อยหอบเล็กๆให้เห็น

" อย่าโทษตัวเองไปเลย นั่งลงก่อนเถอะ ที่เรียกเจ้ามาวันนี้ก็มีเรื่องที่จะบอกกล่าวกับเจ้า อีก 3 เดือนข้างหน้านี้ทางเผ่าของพวกเราจะจัดให้มีการแข่งขันประชันโอสถของรุนเยาว์ เพื่อเป็นตัวแทนไปแข่งกับเผ่าอื่นๆในอีก 6 เดือนข้างหน้า บิดาจึงอยากให้เจ้าลงประชันโอสถในครั้งนี้ด้วย เพื่อหาประสบการณ์ เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร? " อวี้เหวินฉือ พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเอ่ยบอกสาเหตุที่เรียกลูกชายมาพบในวันนี้ให้อวี้เหวินเทียนฟัง

" งานประชันโอสถรุ่นเยาว์? เอ่อ… ขอรับท่านพ่อ ข้าจะพยายามทำอย่างสุดความสามารถ " อวี้เหวินเทียน ทวนคำของบิดา พลางคิดไปถึงเนื้อหาในนิยาย เพื่อเปรียบเทียบช่วงเวลากัน ก่อนจะหันไปรับคำของผู้เป็นบิดา

" เช่นนั้นก็ดี เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ นี่เป็นโอสถที่บิดาเบิกมาจากคลังของตระกูล น่าจะช่วยให้เจ้าอาการดีขึ้นไม่มากก็น้อย หากต้องการวัตถุดิบในการฝึกหลอมโอสถ ก็ให้แจ้งกับพ่อบ้านได้เลย " อวี้เหวินฉือพยักหน้าพอใจ ก่อนจะยื่นห่อบรรจุโอสถเม็ดหนึ่งส่งให้ลูกชายพลางกล่าวบอก

จากนั้นอวี้เหวินเทียนก็ขอตัวกลับมายังเรือนพักของตนเอง บรรยากาศในม่านพิภพของเผ่าปักษาสวรรค์นั้นงดงามแปลกตาเป็นอย่างมากสำหรับเขา บ้านเรือนถูกปลูกสร้างเหนือน้ำตกขนาดใหญ่ ดูไปก็คล้ายกับการทำรังของนกบางชนิดอยู่เหมือนกันที่ชอบสร้างรังอยู่บนชะง่อนหินผา บรรยากาศโดยรวมนั้นเงียบสงบอย่างแท้จริง นอกจากเสียงของน้ำตกแล้ว ก็ยังมีเสียงของนกบ้าง แมลงบ้างให้ได้ยินเป็นระยะ เดินชื่นชมทิวทัศน์สวยงามเพลินๆ ไม่ถึงเค่ออวี้เหวินเทียนก็มาถึงเรือนของตนเองแล้ว

" ไหนดูสิว่าระบบเทพโอสถสวรรค์นี่ทำอะไรได้บ้าง? " อวี้เหวินเทียนนั่งลงที่ม้านั่งริมหน้าต่าง ที่มองออกไปเห็นธารน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกหลักของเผ่าปักษาสวรรค์ ริมลำธารนั้นยังมีดอกไม้หลากหลายสายพันธ์ชูช่อแข่งกันส่งกลิ่นหอมอ่อนและความสวยงาม ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างยิ่ง ดอกไม้เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเมี่ยวซูเม่ยคัดสรรหามาปลูกทั้งสิ้น แม้มิใช่สมุนไพรระดับสูงอะไร แต่ก็ยังนับว่าเป็นสมุนไพรชั้นดีทีเดียวที่ช่วยให้เกิดความผ่อนคลายได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความใส่ใจของนางทั้งสิ้น ด้วยรู้ว่าลูกชายคนเดียวของนางเจ็บป่วยอยู่เสมอ จึงคัดสรรหาแต่สิ่งที่จะช่วยให้ร่างกายของลูกชายคลายความทุกข์ทรมานจากอาการป่วยได้บ้าง

อวี้เหวินเทียนเรียกระบบด้วยการนึกคิด ก็ปรากฏหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมาต่อหน้าของเขา หน้าจอดูโปร่งแสงแต่กลับสามารถมองเห็นข้อความหรือรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างชัดเจนจนน่าประหลาดใจ เขาจ้องหน้าจอและมองไปรอบอย่างสำรวจก่อนจะใช้จิตสั่งระบบให้เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา

[ อวี้เหวินเทียน : อายุ 16 ปี : เพศเกอ ]

[ เผ่าพันธุ์ : ปักษาสวรรค์ (ขั้นที่ 1) 0/1000 ]

[ ระดับพลังปราณ : ก่อกำเนิด ขั้น 3* 26/300 (*เพิ่มระดับได้ด้วยค่าประสบการณ์) ]

[ ระดับพลังวิญญาณ : กำเนิดวิญญาณ ขั้นต้น 0/100 (*เพิ่มระดับได้ด้วยค่าประสบการณ์) ]

[ ค่าประสบการณ์ : 1,000 แต้ม ]

[ เพลิงธาตุประจำตัว : เพลิงวิจิตรสุวรรณหงส์ ระดับ 1 ]

[ เคล็ดวิชา : N/A ]

[ ทักษะ : นักปรุงโอสถระดับ 1 ]

[ อุปกรณ์สวมใส่ : N/A ]

' หืมม หน้าตาเหมือนกับเกมส์ออนไลน์เลยแหะ? ' อวี้เหวินเทียนขมวดคิ้ว พลางคิดในใจเมื่อได้อ่านรายละเอียกของหน้าต่างสถานะแล้ว ก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างมาก ด้วยช่วงเวลาหนึ่งเขาเองก็เคยเป็นเด็กติดเกมส์คนหนึ่งเช่นกัน

" เลื่อนระดับพลังกับสายเลือดได้ด้วยการอัพคะแนนจากค่าประสบการณ์งั้นหรือ? ไหนดูสิ! ว่าค่าประสบการณ์หาได้จากไหนบ้าง? " อวี้เหวินเทียนยกนิ้วชี้ข้างขวาขึ้นมาเคาะที่คางของตัวเองเบาๆ พลางเอ่ยพึมพำอย่างใช้ความคิด

ภารกิจเริ่มต้น

อวี้เหวินเทียนใช้จิตสั่งระบบให้เปิดรายละเอียกของค่าประสบการณ์ขึ้นมา ในหน้าต่างนั้นบอกรายละเอียดการได้มาซึ่งค่าประสบการณ์เช่น ได้จากการทำภารกิจสำเร็จ การหลอมโอสถ การเลื่อนทักษะนักปรุงโอสถ การสังหารศัตรูหรือสัตว์อสูร เป็นต้น การได้มาซึ่งค่าประสบการณ์นั้นค่อนข้างจะยืดหยุ่นและหลากหลายพอสมควร ทำให้อวี้เหวินเทียนนั้นคลายความกังวลใจลงไปได้บ้าง จากนั้นเขาก็เลือกที่จะไปให้ความสนใจกับหน้าต่างภารกิจต่อ เพราะอยากรู้ว่าในตอนนี้ระบบต้องการจะให้เขาทำอะไร ซึ่งอาจจะทำให้เขาพอคาดเดาอนาคตได้บ้างว่าจะต้องพบเจอกับสิ่งใด

[ ภารกิจ : เลื่อนระดับนักปรุงโอสถระดับ 2 ]

[ ระยะเวลา : 30 วัน ]

[ รางวัล : สุ่มเซียมซีทองแดง 3 ครั้ง, ค่าประสบการณ์ 1000 แต้ม ]

[ บทลงโทษ : ติดพิษระดับกลาง แบบสุ่ม เป็นเวลา 7 วัน ]

[ 29 วัน - 23:59 ชั่วโมง ]

" โอ้! เพิ่มระดับทักษะการปรุงโอสถงั้นหรือ? ดูเหมือนว่าระบบต้องการจะปั้นเราให้เป็นเทพโอสถสินะ " อวี้เหวินเทียนอ่านรายละเอียดของภารกิจเริ่มต้น ก็พอจะเดาทางได้ลางๆแล้วว่าอนาคตจะต้องมุ่งเน้นไปทางใด

" ร่างนี้พลังปราณก็อ่อนแอ ติดอยู่ในระดับก่อกำเนิดขั้น 3 กับนักปรุงโอสถระดับ 1 มา 2 ปีกว่าแล้ว ไม่มีความคืบหน้าใดๆเลย แปลกใจนักเหตุใดพ่อของเจ้าร่างนี้ ถึงคิดที่จะส่งร่างนี้ไปลงแข่งขันด้วย? แต่อย่างไงก็ชั่งเถอะ เมื่อเรามาอยู่ในร่างนี้แล้วก็ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เริ่มจาก.. ของขวัญต้อนรับดีกว่า ดูสิมีอะไรบ้าง " อวี้เหวินเทียนมุ่นคิ้ว ครุ่นคิดไปเรื่อยเปื่อยถึงสาเหตุที่ถูกอวี้เหวินฉือให้ลงแข่งประชันโอสถในครั้งนี้ด้วย ก่อนจะหันไปสนใจของขวัญจากระบบแทน

หน้าต่างช่องเก็บของซึ่งก็เหมือนกับข่องเก็บของของเกมส์ออนไลน์ในโลกก่อน ไม่มีอะไรแปลกตานัก สิ่งที่อวี้เหวินเทียนเห็นนั้นมีของอยู่ทั้งหมด 4 ช่องที่มีของอยู่ จากทั้งหมด 20 ช่องเก็บของ ดูเหมือนว่าช่องเก็บของเองก็สามารถใช้ค่าประสบการณ์ในการขยายจำนวนช่องได้ด้วยเช่นกัน

สิ่งของที่นอนอยู่ในช่องเก็บของนั้นมีม้วนตำราอยู่ 2 เล่ม เม็ดโอสถสีน้ำตาลเข้ม 1 เม็ด และอีกชั้นเป็นเตาหลอมกลั่นโอสถ อวี้เหวินเทียนอ่านรายชื่อของสิ่งของต่างๆ ได้แก่ ตำราสมุนไพรเบื้องต้น ตำราการหลอมโอสถเบื้องต้น โอสถชำระกายาระดับ 5 เตาหลอมโอสถระดับวิเศษ ขั้นต้น

" เริ่มจากเจ้านี่ก่อนละกัน! " อวี้เหวินเทียนเรียกโอสถออกมาจากช่องเก็บของ มันปรากฏออกมาข้างหน้าของเขาโดยลอยอยู่เอื่อยๆราวกับมีพลังลึกลับบางอย่างที่ประคองมันอยู่ อวี้เหวินเทียนคิดว่าน่าจะเป็นพลังของระบบอย่างแน่นอน เขายื่นมือออกไปรับเม็ดโอสถนั้นมาพิจารณะอย่างถี่ถ้วน

เม็ดโอสถสีน้ำตาลเข้ม ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆของสมุนไพรออกมาตลอดเวลา เพียงได้กลิ่นก็รู้สิกได้ถึงพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมอย่างน่าประหลาด แม้โอสถระดับ 5 นี้ภายนอกจะไม่ได้ดูพิสดารไปกว่าโอสถระดับต้นอื่นๆมากนัก แต่สรรพคุณของมันนั้นนับว่าเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง โอสถระดับ 5 นี้แม้แต่ในม่านพิภพของเผ่าปักษาสวรรค์ยังมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ปรุงมันขึ้นมาได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ สูตรโอสถนั้นหายสาบสูญไปในสงครามกับเผ่ามารเมื่อหลายหมื่นปีก่อนไปไม่น้อย

ทำให้สูตรโอสถในปัจจุบัน แต่ละเผ่าพันธุ์มักจะเก็บไว้เป็นความลับประจำเผ่า จะสืบทอดต่อกันมาเฉพาะภายในเท่านั้น นั่นทำให้โอสถระดับ 5 ของเผ่าปักษาสวรรค์ไม่ได้มีความหลากหลายนัก และโอสถชำระกายาชนิดนี้เช่นกัน ที่ทางเผ่าไม่มีสูตรโอสถ เพราะหากมีมันอยู่ ร่างนี้คงจะได้รับมันมาตั้งนานแล้ว ด้วยอำนาจของบิดาร่างนี้ ซึ่งเป็นถึงผู้อาวุโสระดับสูงของเผ่าคนหนึ่ง

อวี้เหวินเทียนเพ่งมองมันอย่างพิจารณา หากสามารถแกะสูตรมันได้ก็คงจะดีไม่น้อย มันจะสร้างรายได้ให้เขาไม่น้อยทีเดียว แต่ก็จำต้องตัดใจ เพราะตัวเขาในตอนนี้ยังไร้ความสามารถด้านสมุนไพรและโอสถอย่างมาก มีเพียงความรู้เล็กน้อยของเจ้าของร่างเดิม ซึ่งก็เป็นเพียงความรู้พื้นฐานของนักปรุงโอสถระดับ 1 เพียงเท่านั้น

" เอาล่ะ เลิกคิดมาก มาดูสิ โอสถนี่จะช่วยข้ารักษาอาการป่วยตั้งแต่กำเนิดมาได้หรือไม่? " อวี้เหวินเทียนถอนหายใจ ก่อนจะโยนเม็ดโอสถเข้าในปาก และเดินไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงนอนของตัวเอง พลางกล่าวพึมพำไปด้วย

อวี้เหวินเทียนเดินลมปราณตามความทรงจำของร่างเดิม ที่ใช้ในการฝึกฝนลมปราณ แม้จะรู้สึกติดขัดอยู่บ้าง เนื่องจากว่าตัวเขาเองก็เพิ่งจะเคยทำดูเป็นครั้งแรกเช่นกัน แต่เวลาไม่นานเขาก็เริ่มจะจับทางได้ ดูเหมือนว่าร่างนี้ก็ไม่ได้แย่ไปทุกเรื่อง เพราะอย่างน้อยร่างนี้ก็สามารถจดจำทุกอย่างได้อย่างแม่นยำ ด้วยเวลาสั้นๆ แต่กลับละเอียดจนน่าตกใจ

ฤทธิ์ของเม็ดโอสถกำลังละลายอย่างช้าๆ และแทรกซึมเข้าสู่เส้นโลหิตไหลเวียนไปทั่วร่าง ไม่ว่าจะเป็นเส้นเอ็น ไขกระดูก กระดูกทั่วร่าง ชั้นผิวหนัง อวัยวะภายในทุกส่วน ล้วนได้รับการซ่อมแซมฟื้นฟูอย่างเห็นได้ชัด ความเจ็บปวดที่จู่ๆก็รุนแรงขึ้นมาอย่างไม่มีการเตือนนั้น สร้างความทรมานให้กับอวี้เหวินเทียนอยู่นานกว่า 2 ชั่วยาม จนเขาไม่สามารถอดทนกับความทรมานนั้นได้ จึงสลบไปทั้งอย่างนั้น

" เทียนเอ๋อร์! ลูกนี่จะสายแล้วนะ เจ้าตื่นหรือยัง? " เสียงของเมื่ยวซูเม่ย ร้องเรียกอวี้เหวินเทียนอยู่หน้าเรือน นางมุ่นดิ้วพลางคิดว่า ลูกชายนางล้มป่วยอีกหรือไม่ จึงรู้สึกกังวลใจขึ้นมา

อวี้เหวินเทียนขยับเปลือกตาเบาๆ เพื่อขับไล่ความงุนงงสับสนอยู่สักพัก จึงค่อยได้สติและได้ยินเสียงของมารดา จึงตะโกนตอบกลับไป " ข้าตื่นแล้วขอรับ ขอเวลาสักครู่จะออกไปขอรับท่านแม่ "

" เจ้าไม่สบายหรือเปล่าเทียนเอ๋อร์ ปกติไม่ตื่นสายเช่นนี้นี่? " เมี่ยวซูเม่ยได้ยินเสียงตอบของลูกชายก็เบาใจไปเปราะหนึ่ง แต่ก็ยังกังวลใจอยู่จึงเอ่ยปากถามไป

" ข้ารู้สึกดีมากขอรับท่านแม่ ไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน " อวี้เหวินเทียน เดินมาเปิดประตู้ห้องให้มารคา พร้อมกับส่งยิ้มให้อีกฝ่าย ใบหน้านั้นกลับมาดูเหมือนคนที่มีสุขภาพดี ต่างจากคนเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง เขาเอ่ยปากกับมารดาเมื่อเห็นท่าทางเป็นกังวลของผู้เป็นแม่

" ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เช่นนั้นแม่จะไปเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ เจ้าจัดการตัวเองแล้วรีบออกไปทานข้าวเสีย ก่อนอาหารจะเย็น " เมี่ยวซูเม่ยสำราจหน้าตาและร่างกายของลูกชายจนสบายในแล้ว จึงได้เอ่ยบอกกับอวี้เหวินเทียน

" ขอรับท่านแม่! " อวี้เหวินเทียนรับคำ ก่อนจะปิดประตูแล้วไปทำธรุะส่วนตัวชำระร่างกายและผลัดเสื้อผ้าชุดใหม่

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...