พ่อแม่ ‘น้องม่อน’ ร่ำไห้กอดรูปลูก หอบหลักฐานใหม่ บุกร้องทำเนียบฯ หลังคดีเงียบ
พ่อแม่ ‘น้องม่อน’ ร่ำไห้กอดรูปลูก หอบหลักฐานใหม่ บุกร้องทำเนียบฯ หวั่นลูกตายฟรี หลังลูกชายจมน้ำเสียชีวิตกว่า 1 เดือน ขณะสถานศึกษาเงียบกริบ
วันที่ 22 ธ.ค.2566 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาลนายอานนท์ หอมผา และน.ส.ณัฏฐพัชร พวกลำเจียก พ่อและแม่ของนายปณิธาน หรือน้องม่อน อายุ 18 ปี นักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งในจ.พระนครศรีอยุธยา ชั้นปี 3 สาขาคอมพิวเตอร์ เจ้าของเพจ “ไมกี้จอมป่วน” เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมให้ลูกชายที่จมน้ำเสียชีวิต ขณะเข้าร่วมกิจกรรมค่ายลูกเสือแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สระบุรีกับทางวิทยาลัย ผ่าน ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกฯ (สมศักดิ์ เทพสุทิน)
นายอานนท์ กล่าวว่า จนถึงปัจจุบันเรื่องน้องม่อน เงียบมากว่า 1 เดือน จึงกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องขอความเป็นธรรม เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับน้องม่อน และหาข้อเท็จจริงสิ่งที่เกิดขึ้น โดยมายื่นเอกสารหลักฐานและชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นจากหลักฐานที่หาให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะคลิปหลักฐานใหม่
- เจ้าของเพจดัง ใจแตกสลาย ‘น้องม่อน’ ลูกชาย จมน้ำเสียชีวิต ขณะร่วมกิจกรรมเข้าค่ายโรงเรียน
- เจ้าของค่ายลูกเสือ ย้ำ จุด น้องม่อน จมน้ำ อยู่ด้านนอก ไม่เกี่ยวกับค่าย
“เป็นภาพวิดีโออีกมุมในขณะที่น้องม่อน กำลังจมน้ำ แล้วมีผู้เห็นเหตุการณ์ที่อยู่รอบๆ น้องโบกมือขอความช่วยเหลือ แต่ปล่อยให้จมน้ำต่อหน้าต่อตา หนำซ้ำยังเป่านกหวีดไล่นักเรียนคนอื่นไม่ให้ช่วยน้อง แต่ขอไม่เปิดเผยแก่สื่อ เพราะกลัวมีผลต่อรูปคดี ซึ่งตำรวจขอเวลา 2 เดือน รวบรวมหลักฐานสำนวนคดี แต่ทางครอบครัวกลัวว่าหลักฐานจะสูญหายก่อน ทำให้ต้องมาร้องเรียนในวันนี้” นายอานนท์ กล่าว
เมื่อถามถึงคณะกรรมการสอบสวนที่วิทยาลัยตั้งขึ้น ได้ชี้แจงกับครอบครัวหรือไม่ นายอานนท์ กล่าวว่า ยังไม่รายงานใดๆ ให้รับทราบ ทำเหมือนน้องม่อน ไม่มีตัวตน ไม่มีชีวิต ขณะนี้พบว่าทางวิทยาลัย พยายามปกปิดข้อมูลและทำลายหลักฐานสั่งลบคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่มีใครกล้าเป็นพยาน จึงกลัวว่าน้องจะตายฟรี
ส่วนที่ผู้บริหารวิทยาลัยได้รับรางวัลผู้บริหารดีเด่น เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายอานนท์ กล่าวว่า การรับรางวัลทำให้ตนและภรรยายิ่งรู้สึกแย่ ขณะที่นักเรียนเสียชีวิตไป 1 เดือน ไม่มีความคืบหน้าและปกปิดจนเงียบ กลับมารับรางวัล ยิ่งตอกย้ำความช้ำใจ
จนถึงตอนนี้ ทางครอบครัวยังไม่ได้รับคำขอโทษใดๆ ปัจจุบันศพน้องม่อน ยังถูกเก็บไว้ที่บ้านจนกว่าจะได้รับความยุติธรรม และทางวิทยาลัยมารับผิดชอบ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“ครอบครัวอยากให้กรณีน้องม่อน เป็นกรณีตัวอย่าง วิทยาลัยพานักเรียนไปเข้าค่าย แล้วนักเรียนเสียชีวิตจากการดูแลของสถาบันการศึกษา แต่กลับไม่ยอมรับความจริง ไม่รับผิดชอบและไม่ยอมเปิดเผย จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกในอนาคต” นายอานนท์ กล่าวทั้งน้ำตา