โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

2 พี่น้องวัยชรา นอนกับศพน้องชายคนเล็ก โดยไม่รู้ว่าเสียชีวิตมาหลายวันแล้ว พบชีวิตลำบากไม่มีกิน ไม่มีสวัสดิการรัฐ

สวพ.FM91

อัพเดต 05 ธ.ค. 2566 เวลา 22.02 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2566 เวลา 22.02 น.

2 พี่น้องวัยชรา นอนกับศพน้องชายคนเล็ก โดยไม่รู้ว่าเสียชีวิตมาหลายวันแล้ว พบชีวิตลำบากไม่มีกิน ไม่มีสวัสดิการรัฐ

วันที่ 5 ธ.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังห้องเช่าไม่มีเลขที่ ในซอยนนทบุรี 12 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี หลังจากได้รับแจ้งจากอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูว่า เมื่อช่วงเวลา 19.00 น.วันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมามีชายสูงอายุเสียชีวิตอยู่ในห้องเช่ามาหลายวัน จึงเข้ามาตรวจสอบสุดท้ายต้องมาทราบข้อมูลสุดรันทดว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตอยู่ด้วยกัน 3 คนพี่น้องเป็นผู้สูงอายุทั้งหมด

เมื่อไปถึงพบว่าเป็นห้องแถว 2 ชั้น ภายในห้องชั้นล่างพบ น.ส.นิด อายุ 72 ปี และนายณรงค์ อายุ 67 ปี เป็นพี่น้องกัน นั่งอยู่ในห้องเช่ามีข้าวของเต็มไปหมดรวมถึงกลิ่นปัสสาวะเหม็นคลุ้งไปทั่ว ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวยังเดินขึ้นไปดูชั้น 2 ซึ่งเป็นจุดที่ นายมาโนช อายุ 65 ปีน้องชายนอนเสียชีวิตอยู่ในมุ้งมานานประมาณ 4 วัน โดยที่นอนดังกล่าว 3 คนพี่น้องใช้นอนร่วมกัน จนกระทั่งมาทราบว่าน้องชายคนเล็กเสียชีวิตเมื่อวานนี้ จากการชันสูตรพบว่าเสียชีวิตมาแล้วถึงประมาณ 4 วัน

น.ส.กัลยา อายุ 53 ปีคนดูแลห้องเช่า กล่าวว่า 3 พี่น้องก่อนที่จะมาอยู่ที่นี้ เจ้าของห้องเช่าได้ไปพบเห็นอยู่แถววัดค้างคาว ด้วยความสงสารจึงได้ให้มาอยู่อาศัยที่ห้องเช่าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มานานประมาณ 30 ปีแล้ว แรกๆ คุณยายนิด มีอาชีพเย็บผ้ามีรายได้เล็กๆน้อยๆ แต่ละวันจะเห็นแกเดินออกไปซื้อกับข้าวพวกไข่ไก่มาทอดกินกัน ปัจจุบันทั้ง 3 ชีวิตไม่มีอาชีพ ส่วนการกินคุณยายนิด เป็นคนเดียวที่เดินออกไปตลาดเพื่อหาของกินมาให้น้องชาย 2 คน ซึ่งนายณรงค์ สมองก็ไม่ค่อยดี นายมาโนช ปกติดีทุกอย่าง แต่ก็มาเสียชีวิตไปเสียก่อน และตนก็เพิ่งมาทราบภายหลังว่าทั้ง 3 คนพี่น้อง ไม่มีสิทธิ์สวัสดิการของรัฐใดๆ เลย ทุกวันนี้ก็จะมีเพื่อนบ้านเอาของให้ เอาอาหารมาให้แกกิน ซึ่งก็ไม่เคยพบเห็นมีญาติพี่น้องมาหา ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล โดยเฉพาะน้องชายไม่ค่อยปกติกลัวจะมีอันตรายในภายหลัง

คุณยายนิด ให้ข้อมูลกับทีมข่าวโดยมีลักษณะอาการคล้ายเริ่มหลงลืมบ้างแล้ว กล่าวว่า ปกติที่นี้อยู่ด้วยกัน 3 คนครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 7 คนตนเองเป็นคนที่ 3 นายณรงค์ เป็นคนที่ 4 ส่วนนายมาโนช ที่เสียชีวิตไปเป็นคนสุดท้อง ซึ่งทางผู้สื่อข่าวถามคุณยายว่าไม่รู้หรือว่านายมาโนช เสียชีวิตมาแล้วหลายวัน คุณยายกับตอบว่านายมาโนช เพิ่งเสียพอรู้ว่าเสียก็แจ้งชาวบ้านทันที ปกติตนทั้ง 3 คนจะขึ้นไปนอนชั้น 2 กัน รุ่งเช้าก็จะลงมาชั้นล่าง ส่วนรายได้มาจากน้องชายอีกคนนำมาให้ครั้งละ 500 บาทถ้าขอ ซึ่งไม่ได้ทุกเดือนปัจจุบันไม่มีรายได้หลัก และทั้ง 3 คนก็ไม่มีเบี้ยยังชีพหรือสวัสดิการของรัฐ ส่วนการกินอยู่ทุกวันนี้ก็ออกไปซื้อของบางทีมีคนเอามาให้บ้าง ผู้สื่อข่าวยังถามว่ามีเงินพอใช้หรือยายตอบกลับมาว่า พอไม่พอก็ต้องพอ ใช้อย่างประหยัดเอา ผู้สื่อข่าวยังถามคุณยายต้องการอะไรบ้าง คุณยายบอกว่าต้องการเงินเพื่อมาซื้ออาหารการกิน ส่วนถ้าจะให้ไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานเช่นบ้านพักคนชรา ถ้าต้องแยกกับน้องชายก็จะไม่ไปขออยู่ตรงนี้ต่อไป

ขณะเดียวกันคุณยายนิด ไม่ขอไปเผาศพน้องชายเนื่องจากใจไม่ดี ไม่อยากเห็น เลยไม่ขอไปดีกว่า หลังจากนั้นทางกู้ภัยจึงให้คุณยายและน้องชายจุดธูปบอกกล่าวแทนการเดินทางไปเผาศพน้องชาย

นายยุทธศักดิ์ ภาสุรจิตมงคล อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูเป็นหนึ่งในทีมงานที่เข้ามาดำเนินการเรื่องผู้เสียชีวิตคือนายมาโนช กล่าวว่า หลังจากที่มาดำเนินการศพและมีการพูดคุยถึงได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ มีความสงสารและเห็นใจ ตนเองและบรรดาเหล่าอาสาจึงรวบรวมเงินซื้อข้าวสารอาหารแห้งมามอบให้คุณยาย พร้อมกับทำความสะอาดที่อยู่ให้ใหม่ รวมไปถึงเรื่องการเผาศพทางเราก็รับดำเนินให้ด้วยเช่นกัน

นายพงษภัทร แสงพิทูร หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า วันนี้เรามาดูสภาพข้อเท็จจริงของคุณยายว่ามีความเดือดร้อนเรื่องอะไร และมาให้กำลังใจคุณยายให้มีจิตใจเข้มแข็ง เบื้องต้นจะดูแลค่าจัดการศพตามประเพณี เป็นสวัสดิการที่สามารถจัดการเรื่องงานศพจำนวน 3,000 บาท ที่ทาง พม.จังหวัดดูแล ส่วนคุณยายและน้องชายที่อยู่ด้วยกัน ดูสภาพข้อเท็จจริงแล้ว น่าจะมีปัญหาด้านสุขภาพ เดี๋ยวเราจะนำตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เพื่อดูแลในเรื่องสุขภาพ ต่อจากนั้นเราจะดูแลในเรื่องที่อยู่อาศัย และดูแลเรื่องสิทธิ์สวัสดิการที่จะได้รับ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพคนพิการ หรือผู้สูงอายุในสภาวะยากลำบาก ซึ่งทาง พม.จะมีเงินอุดหนุน รายการที่จะดูแลคุณยายได้ในเบื้องต้น
ส่วนที่ยายยังไม่ได้รับสวัสดิการอะไรเป็นเพราะที่อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเราดูจากบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน เดิมที่คุณยายอาศัยอยู่ที่นนทบุรี และย้ายออกไปอยู่ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ตรงนี้น่าจะเป็นเหตุให้คุณยายไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์ในเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ ซึ่งตรงนี้ทาง พม.จังหวัดนนทบุรี จะไปดูข้อมูลเชิงลึกก่อนว่าเป็นอย่างไร แล้วเราจึงจะจัดการแก้ไขเพื่อให้คุณยายได้รับสิทธิ์ โดยช่วงนี้จะดูแลเรื่องสุขภาพของคุณยายก่อนและดูแลเรื่องที่อยู่อาศัย

พิรฎา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...