โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพใหม่จาก NASA เผยเหตุการณ์ ซุปเปอร์โนวา 2 ครั้งในที่เดียว ห่างจากโลก 160,000 ปีแสง

Environman

เผยแพร่ 08 ม.ค. 2567 เวลา 13.00 น.

ภาพใหม่จาก NASA เผยให้เห็นซุปเปอร์โนวา 2 ครั้ง ก่อตัวเป็นเศษซากที่สวยงามอลังการ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง?

ข้าง ๆ กาแล็กซีทางช้างเผือกของเรามีเหตุการณ์ที่น่าสนใจอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเนบิวลาทารันทูล่า หรือ ซุปเปอร์โนวาที่ใกล้โลกสุดในรอบ 50 ปีอย่าง Supernova 1987A แต่มีสิ่งหนึ่งที่ได้ดึงดูดนักวิทยาศาสตร์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

นักดาราศาสตร์ของ NASA กำลังศึกษาพัลซาร์ PSR J0537-6910 และพื้นที่โดยรอบด้วยความยาวคลื่นที่หลากหลาย พัลซาร์นั้นเป็นดาวนิวตรอนประเภทหนึ่งซึ่งปล่อยไอพ่นเจ็ทออกมาจากบริเวณขั้วและหมุนวนด้วยความเร็วสูง โดยดาวนิวตรอนนั้นถือเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ของซุปเปอร์โนวา หรือเรียกอีกอย่างว่า ‘การตายของดวงดาว’

ดาวฤกษ์หลายดวงที่มีมวลมากพอจะระเบิดตอนตายได้ แต่ก็ไม่ใหญ่มากพอจะกลายเป็นหลุมดำ ดังนั้นมันจึงเป็นดาวนิวตรอน พวกมันเป็นวัตถุที่มีพลังงานสูงมากและปล่อยความยาวคลื่นหลายช่วงตั้งแต่รังสีเอ็กซ์ไปจนถึงคลื่นวิทยุ ด้วยเหตุนี้การศึกษามันจึงให้ข้อมูลเชิงลึกมากมาย

และหนึ่งในนั้นคือเนบิวลาที่ชื่อว่า 30 Doradus B (ชื่อเล่นว่า 30 Dor B) มันถูกจัดเป็นเนบิวลาที่สวยงาม ตั้งอยู่ในกลุ่มเมฆแมกเจลแลนใหญ่ (Large Magellanic Cloud) ซึ่งเป็นกาแล็กซีขนาดเล็กที่ห่างจากโลกไปประมาณ 160,000 ปีแสง และนักวิทยาศาสตร์ก็สงสัยว่า 30 Dor B เกิดขึ้นได้ยังไง?

“ทีมนักดาราศาสตร์ที่นำโดย Wei-An Chen จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันในไทเป ประเทศไต้หวัน ได้ใช้เวลากว่าสองล้านวินาทีในการสังเกตจันทราที่ 30 Dor B และสภาพแวดล้อมในการวิเคราะห์ภูมิภาค” NASA ระบุผ่านเว็บไซต์

ภาพใหม่นี้เกิดจากความร่วมมือหลายฝ่าย ข้อมูลรังสีเอกซ์จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ NASA’s Chandra X-ray (สีม่วง) ข้อมูลแสงจากกล้องโทรทรรศน์บลังโกขนาด 4 เมตรในชิลี (สีส้มและสีฟ้า) และข้อมูลอินฟราเรดจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Spitzer ของ NASA รวมถึงข้อมูลออปติคัล(สีแดง) จากกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลที่ถูกเพิ่มเข้ามาเป็นขาวดำเพื่อเน้นส่วนที่คมชัดในภาพ

เมื่อนำมารวมกันแล้วทีมงานพบว่า 30 Dor B นั้นน่าจะเกิดจากซุปเปอร์โนวาถึง 2 ครั้งด้วยกัน โดยครั้งแรกน่าจะเป็นช่วงมากกว่า 5,000 ปีก่อน ที่ได้สร้างเปลือกที่มองเห็นได้ในรังสีเอ็กซ์จาง ๆ ขนาดใหญ่ที่แผ่ออกไปประมาณ 130 ปีแสง ตามข้อมูลระบุว่าอนุภาคเหล่านี้ถูกพัดออกไปโดยลมจากพัลซาร์

และอีกครั้งคือเมื่อ 5,000 ปีก่อนได้สร้างเศษซากหลักฐานที่ชัดเจนของซุปเปอร์โนวาครั้งล่าสุด โดยรวมแล้ว ต้องมีซุปเปอร์โนวา 2 ครั้งถึงจะเกิดเป็นโครงสร้างเช่นนี้ได้ แต่ยังไงก็ตามทีมวิจัยยังไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรหรือเพราะอะไร? ซึ่งพวกเขาหวังจะศึกษาต่อไปในอนาคต

“ผลลัพธ์นี้สามารถช่วยให้นักดาราศาสตร์เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับชีวิตของดาวมวลมากและผลกระทบของการระเบิดซุปเปอร์โนวาของพวกมัน” NASA ระบุ

ที่มา

https://chandra.harvard.edu/photo/2024/30dorb/

https://iopscience.iop.org/article/10.3847/1538-3881/acff72

https://www.space.com/30-dor-b-double-supernova-image

https://www.iflscience.com/extraordinary-celestial…

https://www.nasa.gov/…/nasa-telescopes-start-the-year…/

Photo : NASA

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...