(มี ebook) หนูน้อยผู้มากับระบบคู่หู
ข้อมูลเบื้องต้น
หนูน้อยผู้มากับระบบคู่หู
*****
หนูน้อยตัวกลมที่เดินทางมาพร้อมคุณลุงระบบ จากโลกอนาคตย้อนกลับมายังยุคอดีต เพื่อทำภารกิจช่วยเหลือโลกที่เธอจากมา
นิยายเรื่องนี้ส่วนมากบรรยายผ่านตัวเอกของเรื่องที่อายุเพียง 5 ขวบนะคะ
*****
นิยายเรื่องนี้อ้างอิงยุคโบราณของจีน แต่ไม่ได้อ้างอิงทั้งหมด
ชื่อบุคคล สถานที่ ไม่มีอยู่จริง บางอย่างอาจดูไม่มีเหตุผลโปรดอ่านเพื่อความบันเทิงนะคะ
*****
ถ้าอ่านเจอคำภาษาอังกฤษหรือคำสมัยใหม่ ไม่ต้องตกใจนะคะเพราะตัวเอกของเรามาจากอนาคต
*****
เรื่องนี้เป็นแนวจีนโบราณเรื่องแรกของไรท์นะคะ อาจมีติดขัดบ้าง ภาษาอาจยังไม่ดีพอ แนะนำได้นะคะ
******
^^ไรท์ขอแจ้งนะคะ^^
ไรท์จะปรับแก้คำผิดและเพิ่มราคารายตอนที่ออกอีบุ๊คแล้วนะคะ
ตอนที่ 1 - 40 (เล่ม 1) ปรับราคาวันที่ 3/8/65
ตอนที่ 41 - 70 (เล่ม 2) ปรับราคาวันที่ 16/8/65
ตอนที่ 71 - 100 (เล่ม 3) ปรับราคาวันที่ 15/9/65
ตอนที่ 101 - 130 (เล่ม 4) ปรับราคาวันที่ 12/10/65
ตอนที่ 131 - 160 (เล่ม 5) ปรับราคาวันที่ 1/11/65
ตอนพิเศษ ปรับราคาวันที่ 1/11/65
(ซื้อไปแล้วอ่านได้ปกติค่ะ)
*** ปกติราคาเหรียญติดอยู่ที่ 2-4 เหรียญต่อตอน หากเจอราคาที่แพงกว่านั้นคือไรท์ได้ปรับราคาเพราะแก้คำผิดและออกอีบุ๊คแล้วนะคะ ตอนหนึ่งมีประมาณ 2000 กว่าคำค่ะ บางตอนมีถึง 3000 คำ
หากเจอราคาเหรียญที่ปรับแล้วมีทางเลือกให้นักอ่านได้เลือกนะคะ
เพื่อความคุ้มค่าของนักอ่านสามารถพิจารณาอีบุ๊คได้นะคะ
อีบุ๊คราคา 120 บาท (ซื้อผ่านหน้าเว็บ) มี 300 กว่าหน้าทุกเล่มค่ะ
ลองพิจารณากันนะคะ เพื่อความคุ้มค่าแก่นักอ่านเอง เพราะหากมองว่าราคารายตอนสูง
สามารถพิจารณาอีบุ๊ค เช็คจำนวนหน้าและจำนวนคำได้เลยค่ะ
ปล. นักเขียนส่วนมากจะคิดราคาที่ 0.002 - 0.004 x จำนวนคำ = ราคาขาย
ซึ่งอีบุ๊คเรื่องนี้ไม่ต่ำกว่า 70000 คำต่อเล่มค่ะ (ไรท์คิดในราคาที่ต่ำกว่านักเขียนแล้วค่ะ)
หวังว่าทุกคนจะเข้าใจจะได้ไม่มีดรามาเรื่องราคารายตอนนะคะ
ขอบคุณทุกยอดสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นรายตอนหรืออีบุ๊ค
หวังว่าทุกคนจะเอ็นดูลี่ลี่นานๆนะคะ^^
ข้ามมา
ตอนที่ 1 ข้ามมา
บนภูเขาที่อ้างว้าง มีร่างเล็กร่างหนึ่งที่นอนคว่ำหน้าไม่กระดุกกระดิก จนเวลาผ่านไปสักพัก ร่างเล็กก็ลุกขึ้นนั่งนิ่ง ๆ ดวงตาที่มีขนตายาวราวกับปีกผีเสื้อจ้องมองดูตัวเอง นิ้วเล็ก ๆ ค่อย ๆ ขยับไปมาเรื่อย ๆ จากนั้นมือก็สัมผัสตามร่างกายตัวเองอย่างตื่นเต้น ดวงตาสีดำเข้มสว่างขึ้นพร้อมกับส่งเสียงตะโกนโห่ร้องลั่นภูเขาด้วยความตื่นเต้น
"มันสำเร็จ!! โอ้วว… เย้ ๆ " เธอส่งเสียงร้องพร้อมกับกระโดดโลดเต้นไปทั่วบริเวณรอบ ๆ มันสำเร็จ เธอไม่ตาย เธอข้ามกาลเวลามาได้ เธอไม่แหลกละเอียดอยู่ในห้วงอวกาศเหมือนรุ่นพี่บางคนที่ถูกส่งมาแต่ไม่ได้กลับไปอีกเลย
"โอ๊ะ! ตึง! ตึง… " เธอยื่นแขนเล็กสั้นออกไปข้างหน้าพร้อมกับแอ่นพุงน้อย ๆ ส่ายไปมาเป็นจังหวะที่แต่งขึ้นมาเอง ถึงจังหวะจะผิดไปบ้างแต่เธอก็ภูมิใจ เธอเต้นไปด้วย ร้องไปด้วย และยังวิ่งไปทั่วภูเขา จนสัตว์บางชนิดที่ได้ยินเสียงโห่ร้องของเธอพากันตื่นกลัวเสียงเล็ก ๆ นี่
หลังจากเต้นท่าส่ายพุงแล้ว เธอก็วิ่งไปเกาะต้นไม้พร้อมกับเต้นส่ายก้นไปมา ปากก็ร้องเพลงไปด้วย ซึ่งเพลงที่ร้องก็ยังเป็นเพลงที่เธอแต่งขึ้นมาเองอีกนั่นแหละ เธอมัวแต่ดีใจจนไม่ได้ยินเสียงเรียกในหัวของเธอ เพราะเสียงที่เธอตะเบ็งร้องเพลงมันดังกลบเสียงที่เรียกเธอซ้ำ ๆ ในหัว จนเวลาผ่านไปสักพักร่างกลม ๆ เล็ก ๆ ขาว ๆ ก็เริ่มเหนื่อยกับการวิ่งและเต้นไปทั่วภูเขา เธอจึงนั่งลงเหยียดขาอย่างหมดแรงและหายใจเหนื่อยหอบ
[โฮสต์ตัวน้อย…] ระบบส่งเสียงเรียกเธออีกครั้ง
"โอ๊ะ คุณลุงระบบ… " เสียงใสร้องขึ้นมาเหมือนเพิ่งนึกได้ จากนั้นก็ลากเสียงยาวเรียกคุณลุงระบบทันที
[อากาศข้างนอกหนาวเย็นเกินไป โฮสต์ควรกลับเข้าระบบ] ระบบเอ่ยเตือนโฮสต์ตัวน้อย
"ลิลลี่ไม่เคยเจออากาศแบบนี้เลย โลกของเราไม่มีแบบนี้ ลิลลี่ชอบมากกก… " เสียงใสยังคงเจื้อยแจ้วและลากเสียงยาวในท้ายประโยค บ่งบอกถึงความดีใจ
[มันจะทำให้ร่างกายของโฮสต์ป่วยได้] ระบบยังคงเตือนด้วยความใจเย็น โฮสต์มีเป็นพันเป็นหมื่นคน แต่ระบบของเขากลับต้องมาจับคู่กับโฮสต์ที่อายุน้อยที่สุด เด็กน้อยวัย 5 ขวบ ที่มีดีแค่ความฉลาดและระดับไอคิวที่สูง แต่เป็นเด็กที่ฉลาดและพ่วงความแปลกมาด้วย มันเลยทำให้ระบบรู้สึกว่าตัวเองเป็นพี่เลี้ยงเด็กมากกว่าระบบคู่หู
"แต่ลิลลี่ไม่ตายตอนถูกส่งมา ลิลลี่แข็งแรงมาก ไม่ป่วยแน่นอน" ลิลลี่ยังคงมีความสุขกับสิ่งที่เห็น เธอไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนัก รู้แต่ว่าจะมีการคัดคนและถูกส่งไปตามมิติต่าง ๆ และเธอคือหนึ่งในนั้นที่ถูกเลือก จากที่พี่ ๆ บอกเธอเพราะเธอไม่มีพ่อกับแม่ คนที่ถูกส่งมาจะเป็นพวกผู้ใหญ่ และส่วนมากจะหายไป ไม่สามารถติดต่อได้ ครั้งนี้เขาเลยอยากส่งเด็กมาบ้าง แต่เธอไม่รู้หรอกว่าจริง ๆ แล้วส่งมาทำไม ที่เธออยากมาเพราะคนอื่น ๆ ต่างพูดถึงโลกที่จะถูกส่งไปว่ามันดี มีต้นไม้ ใบหญ้า มีสัตว์ มีสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิด ซึ่งโลกที่เธอจากมานั้น ทุกสิ่งสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว
[ยังไงโฮสต์ก็ต้องเข้ามาตรวจร่างกายเพื่อส่งข้อมูลกลับ] ระบบยังคงบอกเด็กตัวกลมที่นั่งจุ้มปุ๊กไม่ยอมเข้ามาในระบบ
ลิลลี่ยังคงไม่สนใจสิ่งที่ระบบบอก เธอนอนกลิ้งบนพื้นดินและทำท่าว่ายน้ำกางแขนกางขา ทำให้ตัวขาว ๆ น้อย ๆ นั่นเละไปด้วยดิน และทำให้หน้าตากลม ๆ เปื้อนไปด้วยดิน แต่มันยิ่งทำให้เด็กน้อยมีความสุข เพราะที่ที่เธอจากมามันไม่มีที่แบบนี้!!
"เราสำรวจเลยไหม" ลิลลี่ตื่นเต้นกับสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ
[โฮสต์ตัวน้อยเข้ามาในระบบก่อน จะได้รู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง] ระบบพยายามเกลี้ยกล่อมเด็กน้อยตัวกลมที่ยังอยากอยู่ข้างนอก ถึงระบบอยากสำรวจภายนอกมากแค่ไหน เขาก็ต้องให้โฮสต์เข้ามาก่อน มนุษย์ตัวน้อยนั่งกะพริบตาปริบ ๆ มองทุกอย่างรอบตัวด้วยรอยยิ้มกว้าง
"ก็ได้… " ลิลลี่ตอบรับพร้อมกับที่ร่างกายหายวับไปจากตรงนั้นทันที
ลิลลี่เดินเข้าบ้านของตัวเองอย่างคุ้นเคย คนที่ถูกคัดเลือกจะมีบ้านเป็นของตัวเอง และต้องฝึกเข้าออกจนชำนาญ ตอนนี้มีเด็กน้อยวัย 5 ขวบ เดินดุ๊ก ๆ เข้าไปในครัวที่มีอาหารสำเร็จอยู่ในตู้ เนื่องจากเธอเป็นแค่เด็กน้อย อาหารที่ถูกจัดส่งมาให้เธอจึงเป็นอาหารสำเร็จหรืออาหารแช่แข็งซึ่งสามารถอุ่นร้อนด้วยวิธีง่าย ๆ ลิลลี่ผู้ที่รักการกินจึงทำได้เองโดยไม่ติดขัดอะไรแม้แต่น้อย
"คุณลุงระบบบ… "ลิลลี่ลากเสียงยาวแบบที่ชอบเรียกระบบที่ผูกติดกับเธอ
"มีคนรอดแบบลิลลี่เยอะไหม" เธอเดินมาเปิดตู้และหยิบนมขึ้นมากินพร้อมกับขนมปังอย่างเอร็ดอร่อย แต่แค่ครู่เดียวก็ต้องคายขนมปังทันที เพราะมันสาก ๆ แหยะ ๆ ไม่เหมือนกินขนมปังอย่างที่เคยกิน พอก้มมองดูมือตัวเองก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอไปคลุกกับดินมา แต่เธอไม่ได้ล้างมือ!! เมื่อรู้ว่าเป็นแบบนั้น เธอก็กรีดร้องออกมาเสียงดังลั่นบ้านด้วยความดีใจ เธอได้ทำตามบทเรียนที่ได้เรียนมาก่อนหน้านี้ เธอได้กินดินและรู้แล้วว่าดินมีรสชาติเป็นยังไง เธอเลยรีบวิ่งไปหยิบสมุดจดบันทึกทันที เพราะกลัวลืมรสชาติ ลิลลี่เลียดินที่ติดตามมือและเคี้ยว ก่อนที่เธอจะ…
"แหวะ… มันแปลก ๆ ฟัน เหมือนฟันจะหลุดออกมา" ลิลลี่พูดออกมาเสียงดัง แต่ยังคงเขียนบันทึกเพื่อส่งให้คนอีกโลกได้รับรู้ เพราะคนที่โลกนั้นไม่เคยได้รับรู้ว่าดินจริง ๆ เป็นยังไง ที่นั่นมีแต่ดินปลอมหรือดินนาโน เธอรีบเขียนบันทึกทันที บันทึกที่เธอเขียนต้องใช้กระดาษหลายแผ่นและต้องใช้หลายหน้า เนื่องจากเด็กน้อยเพิ่งจะหัดเขียนอ่านได้ แต่การเขียนยังไม่คล่อง อักษรไม่กี่ตัวก็แทบเต็มหน้ากระดาษแล้ว จึงทำให้ลิลลี่ใช้กระดาษเปลืองมาก!!
"โอ๊ะ… " อยู่ ๆ ตัวเธอถือถูกยกให้ลอยขึ้นจากพื้น ขาดิ้นกระแด่ว ๆ กลางอากาศ
"โฮสต์ตัวน้อยต้องอาบน้ำ"
"ลุงระบบบบ" ลิลลี่เรียกเสียงยานเมื่อรู้ว่าลุงระบบมาพาตัวเธอไปอาบน้ำ
หลังจากจับเด็กน้อยอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ระบบก็พาเจ้าตัวเล็กมาเข้าเครื่องตรวจร่างกาย ระบบอย่างเขามีรูปร่างและตัวตน แต่ต้องอยู่ในบ้านหลังนี้เท่านั้น เขาไม่สามารถตามโฮสต์ตัวน้อยออกไปข้างนอกได้
โลกที่พวกเขาจากมาเป็นโลกที่มนุษย์กับหุ่นยนต์ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เป็นโลกที่หลาย ๆ อย่างสูญพันธุ์ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ต่าง ๆ ทุกอย่างจะถูกจำลองมาจากวิทยาศาสตร์และระบบปัญญาประดิษฐ์ทั้งนั้น มนุษย์ที่นั่นมีอายุยืนนาน จึงทำให้ทรัพยากรไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ส่งผลทำให้เกิดการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมาก มนุษย์และระบบจึงได้ก่อตั้งระบบข้ามมิติหรือย้อนเวลากลับ เพื่อให้คนที่ถูกส่งมานำสิ่งของที่อยู่ในโลกอดีตส่งไปให้โลกอนาคต และทำการวิจัยพัฒนาไม่ให้มันสูญพันธุ์ แต่ไม่เคยสำเร็จเลย
จนกระทั่งทางศูนย์บัญชาการค้นพบว่าเด็กน้อยผู้นี้แตกต่างจากคนอื่น ไม่ว่าจะจับเจ้าหนูน้อยตัวกลมนี่ไปทดลองกับสารเคมีหรือทดลองกับระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ เธอก็รอดมาได้ และสามารถเข้าออกระบบที่เป็นช่องว่างหรือมิติว่างที่พวกระบบอาศัยอยู่ได้อย่างสบาย ตอนนี้เธอจึงกลายเป็นเด็กที่มีอายุน้อยที่สุดที่เดินทางข้ามกาลเวลามาได้สำเร็จ และมีความเป็นไปได้ที่เด็กคนนี้จะข้ามกลับไปได้อีกเช่นกัน แต่นั่นมันเป็นเรื่องของอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ตอนนี้คือต้องสำรวจก่อนว่าโลกภายนอกนั้นอยู่ในช่วงไหนยุคไหนกันแน่…
ยุคจีนโบราณ
ตอนที่ 2 ยุคจีนโบราณ
ระบบกำลังอ่านค่าตรวจวัดพลังงานต่าง ๆ ในร่างกายของโฮสต์ตัวน้อย ซึ่งโฮสต์ก็กำลังนั่งตาปรือ ขนตาเป็นแพยาวดำสนิทเหมือนปีกอีกาขยับไปมาอย่างเชื่องช้า ปากแดง ๆ น้อย ๆ นั่นยัดขนมปังเข้าปากเรื่อย ๆ และเคี้ยวอย่างไม่สนใจว่าตอนนี้ตาจะปิดอยู่แล้ว แก้มขาว ๆ กลม ๆ นั้นขยายใหญ่ขึ้นด้วยขนมปังที่เพิ่งถูกยัดเข้าไป ถ้าใช้ภาษามนุษย์นิยามเด็กน้อยคนนี้ ก็ถือว่าเธอเป็นเด็กน้อยที่น่ารักเหมือนตุ๊กตา มีดวงตากลมโตสีหมึก ผิวที่ขาวจัด ตัวกลม ๆ แขนสั้นที่มาพร้อมนิ้วป้อม ๆ เส้นผมสีดำขลับดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่น่าแปลกที่เด็กน้อยที่ดูดีขนาดนี้ถูกเอามาทิ้งไว้ตั้งแต่เด็ก และเหมือนเด็กน้อยก็ไม่สนใจว่าพ่อแม่คือใคร หรืออาจเป็นเพราะเธอยังไร้เดียงสาเกินไปที่จะถามคำถามแบบนั้น
"คุณลุงงง… " ลิลลี่ยื่นมือมาหาคุณลุงระบบทันที เพราะตอนนี้ตาของเธอจะปิดแล้ว ระบบคู่หูอย่างเขาก็ต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงพาเด็กน้อยเข้านอนตามที่ร้องขอ
ที่นอนของโฮสต์ตัวน้อยเป็นเหมือนกล่องสุญญากาศที่รักษาอุณหภูมิและระดับออกซิเจนให้เพียงพอต่อร่างกาย ทางศูนย์เข้มงวดเกี่ยวกับร่างกายของโฮสต์เป็นพิเศษ เพราะภารกิจจะสำเร็จได้ต้องอาศัยโฮสต์ เพราะระบบอย่างพวกเขาไม่สามารถออกไปภายนอกได้
เมื่อพาโฮสต์เข้านอนเรียบร้อย ระบบก็ทำหน้าที่สแกนพื้นที่โดยรอบ ซึ่งทำให้ระบบตื่นตาเป็นอย่างมาก เพราะพื้นที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก แต่ที่ยังไม่รู้คือ พวกเขาถูกส่งมายุคไหน เพราะไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ น้อยนักที่จะโฮสต์จะรอดชีวิตจากแรงอัดของอวกาศ โฮสต์ส่วนมากจะเสียชีวิตในห้วงอวกาศ
หากมีคนที่รอดไปได้ก็จะมีปัญหาเข้าออกระบบ และมีปัญหากับระบบขนส่งหรือระบบนำร่อง ซึ่งระบบอย่างเขาต้องทำหน้าที่ตรงนี้ด้วย ถึงจะมีร่างกายคล้ายมนุษย์แต่เขาเป็นระบบคอมพิวเตอร์หรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่จำเป็นต้องนอนหลับพักผ่อน ไม่มีเหนื่อย
ระบบสามารถทำงานได้ตลอดเวลาแบบไม่หยุดพัก แต่น่าแปลก ตั้งแต่ที่เขาถูกผูกระบบกับเด็กน้อยคนนี้ เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยเหมือนพวกมนุษย์หรือพวกระบบพี่เลี้ยงเด็กที่ชอบมาเล่าให้ฟังในช่วงวันหยุด หรือระบบของเขาปรับเปลี่ยนเป็นระบบพี่เลี้ยงเด็กไปแล้วโดยที่เขาไม่รู้ตัว
เวลาผ่านไปนาน เด็กน้อยค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สองมือก็ขยี้ตาไปด้วย ปากก็หาวหวอด ๆ ออกมา ก่อนจะเปิดฝาครอบกล่องนอนและค่อย ๆ ปีนลงมา ความสูงระหว่างพื้นกับตัวกล่องนอน ทำให้ลิลลี่ยังเกาะที่กล่องนอน ขาดิ้นกระแด่ว ๆ กลางอากาศ เธอค่อย ๆ ยืดขาให้ยาว เพื่อให้ขาถึงพื้น และใช้พุงน้อย ๆ ดันร่างให้ไหลลงมาอย่างเชื่องช้า แต่จังหวะสุดท้ายเพราะน้ำหนักตัวที่มาก ทำให้มือและแขนรับน้ำหนักตัวเองได้ไม่นาน แขนเริ่มล้า เธอเลยจำใจปล่อยมือ ทำให้ร่างกลม ๆ หล่นลงบนพื้นเสียงดัง
ตุ๊บ!!
"อีกแล้วนะ!! ทำไมชอบปล่อยมือลิลลี่อยู่เรื่อย รู้ไหมว่าลิลลี่เจ็บก้น!! " ลิลลี่ชี้นิ้วป้อม ๆ ไปที่กล่องนอน พร้อมกับต่อว่ากล่องนอนไม่หยุด ทั้งที่กล่องนอนไม่มีชีวิตและไม่ใช่ระบบ มันคือสิ่งของที่วางไว้เฉย ๆ แต่ลิลลี่ก็สามารถทะเลาะกับกล่องนอนได้ทุกเช้า
หลังทะเลาะกับกล่องนอนเสร็จแล้ว ลิลลี่ตัวแสบก็วิ่งตื๋อหัวพุ่งไปข้างหน้า ตรงเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน วันนี้อยากกินโจ๊กหอม ๆ แค่คิดถึงของกิน มือข้างหนึ่งก็แปรงฟัน อีกข้างก็วาดลวดลายไปในอากาศ ตูดก็ส่ายไปเรื่อย
"อู้วว… อี้… " เสียงฮัมเพลงขณะที่แปรงฟันและส่ายก้นดุ๊กดิ๊กไปด้วย ทั้งที่จังหวะเพลงกับก้นสวนทางกัน แต่ลิลลี่ก็ไม่สนใจ…
หลังจากทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จ ลิลลี่ตัวน้อยก็กระดึ๊บก้าวขาไปทีละก้าว พร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้า วาดแขนและขาเต้นพร้อมกับเดินไปด้วยจังหวะและเพลงที่เธอแต่งขึ้นมาใหม่ล่าสุด
"ฮา… เล… ลูว… ยาา… " ก้นก็ส่ายดุ๊กดิ๊กไปด้วย เธอมีความสุขมากที่ตื่นมาแล้วสามารถแต่งเพลงใหม่ได้ ถึงแม้เพลงของเธอจะมีไม่กี่พยางค์ก็ตาม
"คุณลุงงง… " หลังจากจบเพลงที่มีไม่กี่พยางค์ ลิลลี่ก็ป้องปากร้องเรียกระบบเสียงดังลั่นบ้าน จริง ๆ แล้วแค่คิดหรือเรียกเบา ๆ ระบบก็รับรู้ได้ทันที แต่ลิลลี่เป็นเด็กที่ต้องการแสดงออกให้เห็นว่า ตอนนี้กำลังหาตัวคุณลุงอยู่ ยิ่งตะโกนเสียงดังเท่าไหร่ ก็หมายความว่ายิ่งอยากเจอมากเท่านั้น การบอกเบา ๆ คือไม่ได้อยากเจอมากนัก นี่คือระบบความคิดของลิลลี่ตัวน้อย…
[สวัสดีตอนเช้า โฮสต์ตัวน้อย] ระบบตอบกลับด้วยเสียงปกติ ต้องบอกว่าระบบค่อนข้างคุ้นชินกับเสียงของโฮสต์ที่ต้องตะเบ็งเสียงดัง ทั้งที่แค่คิดก็เพียงพอแล้ว
"คุณลุงงง… ลิลลี่ออกไปข้างนอกได้หรือยัง" ลิลลี่ยังคงเรียกคุณลุงด้วยเสียงยาน ๆ ลากยาว เธออยากออกไปข้างนอกเร็ว ๆ จะได้มีเวลาในการเที่ยวเล่นนาน ๆ
[โฮสต์ควรทานมื้อเช้าให้เรียบร้อยก่อน] ระบบรู้ว่าโฮสต์อยากออกไปเที่ยวเล่น แต่โฮสต์ตัวน้อยชอบอ้างว่าจะไปสำรวจ เธอคงคิดว่าไม่มีใครรู้ทันความคิด ถึงได้อ้างสำรวจบ่อยเหลือเกิน
ลิลลี่ตัวน้อยนั่งจุ้มปุ๊กกินโจ๊กหอมกรุ่น ปากน้อย ๆ กินทั้งโจ๊กทั้งขนมไปพร้อม ๆ กัน จนบางครั้งก็โดนระบบกล่าวเตือนบ่อย ๆ ลิลลี่จะเชื่อฟังแค่ช่วงแรกเท่านั้น พอผ่านไปสักพักก็เป็นแบบเดิม ระบบจึงเริ่มแก้ปัญหาโดยการเอาอาหารที่ย่อยง่ายให้โฮสต์แทน
[มิติคู่ขนานที่เราอยู่คือมิติของจีนโบราณ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ายุคไหน] ระบบเริ่มแนะนำโฮสต์ตัวน้อยที่พยักหน้าหัวสั่นหัวคลอนราวกับไก่จิก ดูเหมือนเธอจะเต็มใจรับภารกิจนี้เป็นอย่างมาก แต่ไม่รู้ว่าจะทำให้ป่วนหรือทำให้เป็นอะไรกันแน่
พอรู้ว่าเป็นมิติจีนโบราณ ลิลลี่ก็ตาโตขึ้นมาทันที มันใช่ยุคที่มีกำลังภายใน มีธาตุต่าง ๆ และผู้คนที่เหมือนมีเวทมนตร์หรือเปล่า… เรื่องพวกนี้เธอเรียนมาแล้ว ถึงแม้จะเรียนมาน้อยกว่าคนอื่น แต่เธอก็อ่านหนังสือออก และชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวที่มีคนมีพลังเหาะได้ เล่มไหนอ่านไม่ออก เธอก็จะดูสมุดภาพและดูทีวีเกี่ยวกับเรื่องนั้น จนเธออยากมีพลังแบบนั้นบ้าง
พอรู้ว่าตัวเองมาอยู่ในยุคจีนโบราณ มันทำให้ลิลลี่คิดว่าตัวเองจะมีพลังวิเศษเหมือนคนที่นี่ พอคิดได้ดังนั้น ลิลลี่ก็กระโดดลงจากเก้าอี้ดังตุ๊บ!! เธอยืนแอ่นพุง ยกแขนสั้น ๆ ป้อม ๆ ชูขึ้นเหนือหัว ทำท่าเบ่งพลังเหมือนที่เคยดูและจดจำท่าทางเป็นอย่างดี
"ย๊ากกกก… " ลิลลี่เลียนแบบได้เหมือนที่สุด!!!
ปู้ดด… ป้าดด… และพลังก็ถูกปล่อยออกมา แต่พลังนี้เป็นแก๊สที่ปล่อยออกมาจากร่างกาย ซึ่งแตกต่างจากพลังที่เธออ่านและดูมา พลังตดของลิลลี่มีพลังทำลายล้างสูงด้วยกลิ่นที่รุนแรง พอปล่อยออกมาสองระลอก ลิลลี่ก็วิ่งตื๋อไปที่ห้องน้ำทันที..
[…] ระบบหมดคำจะพูด เพราะระบบเห็นอาการแบบนี้ของโฮสต์ตัวน้อยบ่อย ๆ และได้แต่บอกให้ตัวเองคุ้นชินกับสิ่งนี้ แต่ระบบก็ยังไม่คุ้นชินสักที…
สำรวจ
ตอนที่ 3 สำรวจ
หลังจากกินข้าวทางปากแล้วออกทางก้น ลิลลี่ก็ยืนให้ลุงระบบแต่งตัวเพื่อจะได้ออกสำรวจ เธอยืนบิดตัวไปมาเพราะเขินอายที่ตัวเองเผลอปล่อยพลังตดให้คุณลุงระบบเห็นอีกแล้ว และกลิ่นของมันยังทรงพลัง แม้แต่ลิลลี่เองยังทนกลิ่นไม่ได้ ต้องวิ่งหนีไปตั้งหลักไกล ๆ แต่ลุงระบบไม่พูดหรือว่าอะไรเธอเลย จึงทำให้ลิลลี่ปิดปากหัวเราะคิกคัก และคิดว่าพลังตดของตัวเองจะทำให้คนตายได้เหมือนพลังอย่างอื่นไหมหนอ…
[โฮสต์ต้องสำรวจพื้นที่รอบ ๆ ก่อน และสิ่งแรกที่โฮสต์ต้องส่งเข้าระบบคือดิน เพื่อจะได้ทำการวิจัยว่าลักษณะของดินและคุณภาพของมันเป็นอย่างไร] ระบบต้องบอกอย่างละเอียด โฮสต์จะได้เข้าใจ เพราะโฮสต์ตัวน้อยยังเด็กเหลือเกิน ระบบกลัวเธอจะไม่เข้าใจเลยต้องเน้นย้ำบ่อย ๆ
"เราเอาแลกอะไรได้เหรอ" ลิลลี่ไม่ได้สนใจเรื่องวิจัยอะไรทั้งนั้น ลิลลี่สนใจแต่สิ่งที่แลกเปลี่ยนได้เท่านั้น เพราะทุกอย่างที่ส่งเข้าไปในระบบ ทางศูนย์วิจัยจะต้องมีสิ่งของแลกเปลี่ยนกลับมา
[ต้องรอจนกว่าจะส่งเข้าไป ถึงจะรู้ว่าแลกอะไรได้บ้าง]
มันเหมือนระบบแลกเปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า ยาต่าง ๆ ที่โฮสต์จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนมาไว้เพื่อจะได้มีใช้อย่างเพียงพอ ถึงโฮสต์จะสามารถออกไปใช้ชีวิตภายนอกได้ แต่ยาบางตัวก็สำคัญต่อโฮสต์ตัวน้อยอยู่ดี แต่เพราะโฮสต์ยังเด็ก ระบบอย่างเขาเลยต้องเป็นคนจัดการแลกของจำเป็นมาไว้เอง เพราะถ้าให้โฮสต์แลกเอง คงแลกแค่สิ่งของที่ไร้ประโยชน์แน่นอน
"คุณลุงต้องใช้ดินเยอะไหม" ลิลลี่มองพลั่วขุดดินขนาดเล็กและถังใส่ดินที่มีขนาดพอดีมือของเธออย่างสงสัย เพราะเมื่อวานเธอเห็นดินเยอะมาก มันเป็นงานง่าย ๆ เธอทำได้อยู่แล้ว
วันนี้ระบบจับโฮสต์ตัวน้อยแต่งตัวด้วยชุดนาโนกันหนาวอย่างดี พร้อมทั้งมีกระเป๋าเป้สีชมพูใบเล็ก ๆ สะพายอยู่ด้านหลัง สามารถหยิบเอาของกินออกมาได้เหมือนเป็นกระเป๋าเชื่อมต่อภายนอกกับระบบ ทำให้โฮสต์หยิบของที่ต้องการได้สะดวกขึ้น
หลังจากนั้นระบบก็จับโฮสต์ตัวน้อยเข้าไปในกล่องทำผม มันเป็นกล่องสี่เหลี่ยมที่คลุมลงบนศีรษะได้พอดี และมีโปรแกรมทรงผมให้หลายร้อยแบบ สามารถกดเลือกทรงผมว่าอยากทำทรงผมไหน เจ้าเครื่องตัวนี้ก็จะเนรมิตให้ทันที
ระบบยอมเอาคะแนนแทบทั้งหมดแลกมาเพราะระบบไม่สามารถทำผมให้โฮสต์ตัวน้อยได้ และถ้าไม่ทำผมให้โฮสต์ ผมก็จะกระจาย จากผมสวยในตอนแรกพอตกเย็นก็จะยุ่งเหยิงพันกัน หวีไม่ได้จนแทบอยากจับโกนผมเลยทีเดียว หลังเหตุการณ์นั้น ระบบจึงรวบรวมคะแนนที่มีอยู่น้อยนิดแลกมาให้โฮสต์โดยเฉพาะ
[แค่เต็มถังนี้] ระบบแจ้งหลังจากเครื่องทำผมเกล้าผมแกละให้เรียบร้อยแล้ว
"ดินอย่างเดียวเหรอ… ถ้ามีอย่างอื่นที่ต้องส่งละคุณลุ๊งงงง" ลิลลี่หาเรื่องเถลไถลเพื่อที่จะอยู่ข้างนอกนาน ๆ เธออยากเห็นโลกภายนอก แต่เพราะเธอยังเด็กจึงเก็บอาการไม่อยู่ ทำให้เรียกลุงระบบด้วยเสียง สู้ง… สูง… จากตอนแรกไม่น่าสงสัยก็กลายเป็นน่าสงสัยทันที
[ถ้าเจอสิ่งที่ทางศูนย์ต้องการ ระบบจะแจ้งโฮสต์อีกที] ระบบสามารถมองเห็นแบบที่โฮสต์มองเห็น และสามารถสำรวจรอบ ๆ ร่างกายโฮสต์ได้ รวมถึงวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ได้ทันที
"เข้าใจล้าววว… ลิลลี่จะทำหน้าที่อย่างดีเลย… " ในเมื่อหาทางอยู่ข้างนอกนาน ๆ ได้แล้ว เลยทำให้ลิลลี่ตัวน้อยแย้มยิ้มอย่างมีความสุขทันที
ลิลลี่ออกมายืนท่ามกลางป่าที่มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบ เธอยืนมองรอบ ๆ แล้วแหงนหน้าขึ้นมองหาท้องฟ้า แต่เพราะเธออยู่ในป่าทึบที่มีแต่ต้นไม้หนาและสูงใหญ่ เธอเลยมองไม่เห็นท้องฟ้า หัวใจน้อย ๆ เต้นตึก! ตึก! ด้วยความตื่นเต้น เธอเคยเห็นแต่ในสารคดี ไม่เคยเห็นของจริง เลยอดตื่นเต้นไม่ได้ พอแหงนหน้าขึ้นเรื่อย ๆ ก็หงายหลัง ระบบจะร้องเตือนก็ไม่ทัน ทำให้ร่างกลม ๆ น้อย ๆ นั้นกลิ้งอยู่กับพื้น
พอลุกขึ้นนั่งได้ก็ปิดปากหัวเราะด้วยความเขินอายจากการหงายหลัง ยังดีไม่มีใครอยู่ ไม่มีใครรับรู้เรื่องนี้ จึงทำให้เด็กน้อยหัวเราะอย่างชอบใจมากกว่าเดิม แต่เธอไม่รู้เลยว่าภาพเมื่อสักครู่ถูกบันทึกเป็นภาพเคลื่อนไหวเพื่อส่งกลับไปยังโลกที่เธอจากมา นี่คือความสามารถของระบบอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือการบันทึกภาพรอบ ๆ รวมถึงบันทึกภาพโฮสต์โดยเฉพาะ
[โฮสต์ต้องเดินตรงไป จะมีแหล่งน้ำ ค่อยไปขุดดินที่บริเวณนั้น] ระบบรีบเตือนทันที เพราะดูแล้วโฮสต์จะห่วงเล่นมากกว่าห่วงทำภารกิจส่งดินเข้าระบบ
"ฮึบ! ฮึบ!… ลุกไม่ไหว กลิ้งไปได้ม้ายยย… " ลิลลี่ยังคงไม่สนใจ เธอตะโกนลั่นป่าจนทำให้นกที่อยู่แถวนั้นแตกฮือและบินหนีทันที พอเห็นแบบนั้น ลิลลี่จึงป้องปากห่อลิ้นและตะโกนเสียงดัง ทำให้สัตว์ป่าแตกตื่นวิ่งหนี
[โฮสต์… ถ้ายังไม่ขุดดิน โฮสต์จะไม่มีคะแนนไปแลกอาหาร โฮสต์อดอาหารได้ใช่ไหม] เมื่อรู้ว่าไม่มีทางหว่านล้อมได้ ระบบจึงจำเป็นต้องเอาเรื่องอาหารมาขู่ เพราะสิ่งที่โฮสต์กลัวมากที่สุดคือการอดอาหาร
พอได้ยินดังนั้น ลิลลี่ก็ตาโตทันที เธอจะอดอาหารไม่ได้ เธอต้องโตขึ้น เธอไม่อยากขาสั้นแขนสั้นแบบนี้ พอรู้ว่าไม่มีอาหารแล้ว ความขยันก็เข้ามาแทนที่การเล่นทันที ลิลลี่วิ่งตื๋อหัวพุ่งไปข้างหน้าตามทิศทางที่ระบบบอก
พอไปถึงก็เจอแม่น้ำที่มีขนาดไม่กว้างมากนัก เท่าที่ดู แม่น้ำนี้ไม่ลึกและน้ำใสมาก ทำให้ลิลลี่ดีใจกรีดร้องเสียงดังพร้อมกับวิ่งไปเกาะโขดหินและส่ายตูดเต้นทันที พอหยุดเต้นก็โยนอุปกรณ์ขุดดินทิ้ง และกระโดดลงน้ำโดยที่ไม่ฟังเสียงระบบที่ร้องเตือนเรื่องขุดดินแม้แต่น้อย
ระบบถึงกับกุมขมับ แต่พอศูนย์ใหญ่ติดต่อกลับมาว่าต้องการเอาภาพที่โฮสต์ออกสำรวจเผยแพร่สู่สาธารณชน เพื่อยืนยันว่าการส่งมนุษย์ในครั้งนี้สำเร็จและระบบไม่มีความเสียหายอะไร เพราะสามารถติดต่อกับศูนย์หลักได้ นอกจากนั้น ทุกคนก็อยากเห็นสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น ธรรมชาติหรือป่าเขา ทั้งมันยังเป็นผลดีกับโฮสต์ เพราะสามารถระดมทุนหรือสิ่งของที่โฮสต์ต้องการมาได้โดยไม่ต้องแลกแต้ม แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องได้รับอนุญาตจากโฮสต์ตัวน้อยเสียก่อน
ตอนนี้ที่ศูนย์ใหญ่แทบจะเอาของทุกอย่างที่โฮสต์อยากได้มาให้ เพราะตอนนี้มีเพียงโฮสต์ลิลลี่คนเดียวที่ข้ามมาโดยไม่มีผลกระทบอะไรเลย ไม่ว่าระบบหรือร่างกายมนุษย์
เพราะมัวแต่ติดต่อสื่อสารกับศูนย์หลัก ระบบเลยไม่ได้ดูว่าตอนนี้โฮสต์ได้ทิ้งถังและพลั่วตักดินไปแล้ว เนื่องจากติดใจกับสายน้ำที่เย็นฉ่ำ เธอเลยดำผุดดำว่ายกับสายน้ำตื้น ๆ นั้น จากน้ำใสที่มองเห็นทุกอย่างได้ ตอนนี้น้ำกลายเป็นสีแดงขุ่น เนื่องจากดินที่ลอยขึ้นมาเหนือน้ำ
การกระทำทุกอย่างก็ยังถูกบันทึกไว้ในระบบ รอแค่ให้โฮสต์อนุญาตก็สามารถเอาออกสื่อได้ทันที แต่ระบบของโฮสต์จะมีระบบป้องกันตัดต่อ สามารถเลือกได้ว่าควรตัดส่วนไหนออกไป หรือควรทำแบบไหนก่อนที่จะส่งภาพออกไป…