โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ร้านอาหาร QSR เจอศึกหนัก CRG ส่ง KFC ตีตลาดอำเภอรอง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ธ.ค. 2566 เวลา 16.31 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2566 เวลา 09.31 น.

ปัจจัยลบรอบด้านกดดันธุรกิจ QSR แข่งดุ-เข้าง่าย-ตายง่าย CRG ส่งโพรดักซ์ใหม่-โมเดลร้าน KFC ใหม่กระตุ้นตลาด ทุ่ม 500 ล้านบาทชูภาพลักษณ์ “Digital Lifestyle Hub” สปีดเจาะ “อำเภอรอง” ชิงความได้เปรียบรักษาเบอร์ 1 ของตลาด

จากการฟื้นตัวหลังโควิดของเศรษฐกิจภาพรวม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้ธุรกิจร้านอาหารฟื้นตัวตามไปด้วย โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่ามูลค่าธุรกิจร้านอาหารทั้งปี 2566 จะอยู่ที่ 4.35 แสนล้านบาท หรือเติบโต 7.1%

KFC

Quick Service Restaurant รับศึกหนัก “เกิดง่าย ตายไว”

อย่างไรก็ตามแม้ตลาดจะมีการเติบโตแต่ฟากของผู้ประกอบการยังต้องรับศึกหนักจากการแข่งขันที่รุนแรงในทุกเซ็กเมนต์และระดับราคา ต้นทุนธุรกิจที่ทรงตัวในระดับสูง การขาดแคลนแรงงาน ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงความสามารถในการทำกำไรและการคืนทุนที่นานขึ้นด้วย ทำให้หลายร้านต้องล้มหายตายจากไป

โดยสัดส่วนร้านอาหารที่สามารถอยู่รอดเกิน 3 ปีหลังการเปิดขาย มีเพียง 35% จากร้านอาหารเปิดใหม่ทั้งหมด และในอนาคตข้างหน้าเซกเมนต์ที่ต้องเจอศึกหนักคือกลุ่ม Casual Dining เนื่องจากจำนวนผู้เล่นมีความหนาแน่นสูง และกลุ่ม Quick Service Restaurant ที่เผชิญกับโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ทั้งนี้“ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส QSR & Western Cuisine ผู้บริหารแบรนด์ เคเอฟซี ภายใต้การบริหารโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจร้านอาหารโดยรวมเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่องทางการทานที่ร้านและซื้อกลับบ้าน จากการที่ผู้บริโภคออกมาใช้ชีวิตปกติและทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว

“ในส่วนของเชนธุรกิจร้านอาหาร QSR ในปีนี้มีการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะไก่ทอดมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท เติบโต Double digit เพราะธุรกิจนี้เข้าง่ายและออกง่าย หลายแบรนด์เข้ามาแล้วออกไป แต่เราอยู่นาน อยู่ทนและกินมาร์เก็ตแชร์เพิ่ม

แต่ก็ต้องยอมรับว่าการมีผู้เล่นใหม่เข้ามา ช่วยทำให้กระแสของไก่ทอดดีขึ้น แต่สุดท้าย เคเอฟซี ยังสามารถสร้าง Awareness ให้คนกลับเข้ามาได้จากการออกโพรดักซ์ใหม่ๆ เช่นเมนูข้าวที่ปัจจุบันวางขายระยะยาวรวมทั้ง “หนังไก่แซ่บ” ที่ได้รับการตอบรับอย่างดี”

KFC

KFC ในมือ CRG ยังเติบโตได้ดี

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า เคเอฟซี ภายใต้การบริหารของ CRG ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและทั้งปีน่าจะเติบโตตามตามเป้าแบบ double digit ที่ประมาณ 11 % หรือคาดการณ์ยอดขายที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท จากปี 2565 ที่มียอดขายรวมกว่า 6,300 ล้านบาท

“ร้าน KFC ภายใต้การบริหารของ CRG ตอนนี้มี 333 สาขา เราตั้งเป้าขยายสาขาครบ 335 สาขาภายในสิ้นปีนี้ และ350 สาขาภายในปี 2567 เราเชื่อว่าเราสามารถเติบโตจากธุรกิจไก่ทอดได้อีก เพราะตลาดไก่ทอดในไทยยังมีช่องทางให้เติบโตได้อีก ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาเราเติบโต 12-13% จากปีที่แล้วและการเติบโตในภาพรวมยังเป็นไปตามแพลนที่วางไว้”

KFC

ทดลองโมเดลใหม่ยึดทุกหัวหาด ลงลึกถึงอำเภอรอง

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เคเอฟซี มีแผนทดลองขยายสาขาในโมเดลใหม่ ๆ เพื่อเข้าถึงและสร้างความสดวกสบายให้ลูกค้าเช่น โมเดลสาขาในศูนย์การค้า และ ไฮเปอร์มาร์เก็ต, โมเดลสาขาในสถานีบริการน้ำมันและ โมเดล Shop House โดยนำอาคารพาณิชย์หรือตึกแถวที่อยู่ในย่านชุมชน มาปรับเปลี่ยนเป็นร้าน เคเอฟซีและโมเดล พาร์ค แอนด์ โก (Park and Go)

รวมไปถึงการขยายสาขาร่วมกันกับบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล อาทิ CPN และ CRC อย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัล และ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง อาทิ เซ็นทรัลนครปฐม, เซ็นทรัลนครสวรรค์ ที่กำลังจะเปิดในปีถัดไป

รวมถึงหลายสาขาที่เปิดในปีนี้อย่าง โรบินสันไลฟ์สไตล์ ฉลอง และ เซ็นทรัลเวสต์วิลล์ ซึ่งเน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ทำให้เคเอฟซีในโมเดลใหม่ มีความทันสมัยและเหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของย่านมากขึ้น

“เราได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายนอกทั้งท่องเที่ยวดีขึ้น รีเทลเปิดเยอะขึ้น ซึ่งเราสามารถตามไปเปิดได้ทุกที่ โดยเฉพาะห้างหรือศูนย์การค้าในเครือCPN และ CRC “เราก็ไปด้วยทุกที่” และนอกจากหัวเมืองหลักที่ขยายไปได้มากแล้วเรายังมองไปถึง “อำเภอรอง”**

ล่าสุดเปิดสาขาไทรโยค ลาดหญ้า จอมบึง ในปั๊มน้ำมัน และตอนนี้ช้อปปิ้งมอลล์เปิดใหม่มากขึ้น เราก็มีแผนจะโตไปกับช้อปปิ้งมอลล์เช่นเดียวกัน แต่ก็ต้องตั้งราคาไม่ให้โอเวอร์เกินไปเพื่อให้คนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น”

KFC

ทุ่มดิจิทัลสร้างภาพแบรนด์ใหม่ KFC Digital Lifestyle Hub

ขณะเดียวกันผู้บริหารมองว่าการปรับโฉมร้านใหม่ ทั้งรูปแบบ ดีไซน์ และคอนเซ็ปต์ให้ทันสมัยรวมถึงการนำเอาKFC Application เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัน

โดยที่ผ่านมา เคเอฟซี เริ่ม Refresh Brand ปรับปรุงโฉมร้าน KFC Flagship Store @ centralwOrld ใหม่ ให้ทันสมัย ในคอนเซ็ปต์ “KFC Digital Lifestyle Hub” ภายใต้งบกว่า 17 ล้านบาท

พร้อมเปิดตัวบริการ Bucket Kiosk จุดสั่งอาหารผ่านเครื่องสั่งอาหารและชำระเงินอัตโนมัติ รองรับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ ให้ลูกค้าสนุกกับการเลือกและสั่งอาหารด้วยตนเองได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงบริการ KFC Café by Arigato Coffee Bar มุมกาแฟใหม่ในร้าน

“ในอนาคต ดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากจากไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เช่น การใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์ต่าง ๆ ตอนนี้เราเริ่มนำดิจิทัลเข้ามาใช้ใน 10 กว่าสาขา และตั้งเป้าเปลี่ยนเป็นดิจิทัล 50 สาขาในปีหน้า รวมทั้งเปิดแฟลกชิพสโตร์ปีละ 1 สาขา เบื้องต้นวางงบลงทุน 500 ล้านบาท สำหรับรีโนเวทสาขาเดิมกว่า 40 สาขา ให้เป็นดิจิทัลในปีหน้า โดยใช้งบลงทุนสาขาละ 15-17 ล้านบาท”

KFC

เป้าหมาย 3-5 ปี เห็นสโตร์ดิจิทัลเพิ่มลูกเล่นสิ่งแวดล้อม

สำหรับความท้าทายในปี 2567 ผู้บริหารยอมรับว่า ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องของนักท่องเที่ยวจีน ที่ยังคาดเดาไม่ได้ว่าจะกลับเข้ามาตามคาดหรือไม่ ถ้านักท่องเที่ยวยังไม่กลับเข้ามาจะกลายเป็นความท้าทายที่ต้องพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก

นอกจากนี้ ยังต้องดูเรื่องของต้นทุนวัตถุดิบที่ราคายังมีความผันผวน เคเอฟซี มีการหารือกับซัพพลายเออร์เพื่อคงราคาวัตถุดิบให้ใกล้เคียงราคาเดิมมากที่สุด รวมทั้งลงทุนในเรื่องดิจิทัลซึ่งผู้บริหารยอมรับว่าในระยะสั้นอาจไม่ช่วยแต่ในระยะยาวดิจิทัลจะช่วยทดแทนแรงงานคนได้อย่างแน่นอน

“เคเอฟซี ในปี 2567 จะมุ่งเน้นใน 3 ส่วนคือ 1. ดิจิทัลมาแน่ 2. อีเวนท์แปลก ๆ และ 3.โพรดักซ์ใหม่ ๆ ส่วนเป้าหมาย 3-5 ปี จะเห็นสโตร์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีลูกเล่นเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง ตอนนี้เราเริ่มทำโซลาร์รูฟท็อปเพื่อลดค่าไฟเป็นต้น”

อ่านข่าวเพิ่มเติม :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...