โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ทันสาเหตุแบตโทรศัพท์หมดไว และ 10 วิธีแก้แบบง่าย ๆ

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 27 ธ.ค. 2566 เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2566 เวลา 08.30 น. • Bright Today

ในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของผู้คนไปแล้ว ทั้งการใช้เพื่อติดต่อสื่อสาร ทำงาน เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่งผลให้แบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือหมดไวขึ้นกว่าปกติ

ซึ่งปัญหาแบตโทรศัพท์หมดไวกลายเป็นหนึ่งในปัญหาโลกแตกที่หลาย ๆ คนต้องพบเจอ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากการใช้งานที่ไม่ถูกวิธี มารู้ทันถึงปัญหาแบตโทรศัพท์หมดไว ว่าเกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ไขได้ที่นี่

รู้ทันสาเหตุของแบตโทรศัพท์เสื่อมไว

  • การใช้งานที่ไม่ถูกวิธี : หลาย ๆ คนคงเคยเจอกับการใช้งานโทรศัพท์จนแบตหมดเกลี้ยง หรือใช้จนเครื่องดับไปเองกันมาบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าการปล่อยให้แบตหมดไปเองเรื่อย ๆ เช่นนี้ จะยิ่งทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นและคายประจุออกไปเรื่อย ๆ จนมีความจุสูงสุดน้อยลง
  • ใช้งานเครื่องหนักเกินไป : การใช้งานโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานย่อมเกิดความร้อนจากตัวเครื่องอยู่แล้ว แต่หากเราฝืนใช้งานหนัก เช่น เล่นเกมติดต่อกันเป็นเวลานาน เปิดแสงหน้าจอความสว่างสูงสุดต่อเนื่อง หรือใช้งานพร้อมชาร์จเครื่องไปด้วย จนเกิดความร้อนสูง ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้แบตโทรศัพท์หมดไวและส่งผลให้แบตเสื่อมในที่สุด
  • การชาร์จแบตทิ้งไว้ทั้งคืน : การชาร์จแบตทิ้งไว้ทั้งคืน จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นเช่นกัน เนื่องจากแบตเตอรี่จะยังคงคายประจุออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะชาร์จเต็มแล้วก็ตาม รวมถึงอาจทำให้แบตเตอรี่ร้อนขึ้นได้ อีกทั้งความร้อนยังจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้เร็วขึ้นอีกด้วย
  • อุบัติเหตุต่าง ๆ : อุบัติเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เสียหาย เช่น การตกหล่น การกระแทก หรือมีน้ำเข้า อาจทำให้แบตเตอรี่เสียหายและเสื่อมเร็วได้
  • อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ : โดยปกติแล้ว แบตเตอรี่โทรศัพท์จะมีอายุการใช้งานประมาณ 2-3 ปี หากใช้งานอย่างถูกวิธี แต่หากใช้งานอย่างไม่เหมาะสม เช่น ใช้งานจนแบตหมดเกลี้ยงบ่อยครั้ง ชาร์จแบตทิ้งไว้ทั้งคืน ก็จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น และเมื่อทำแบบนี้เป็นประจำ แบตโทรศัพท์ก็จะหมดไวและมีอายุการใช้งานที่สั้นลง

สัญญาณเตือนแบตเสื่อมที่หลายคนมักมองข้าม

  • แบตโทรศัพท์หมดไวกว่าปกติ
  • เปอร์เซ็นต์แบตไม่คงที่
  • แบตเตอรี่มีการบวม
  • เครื่องดับเองโดยไม่มีสาเหตุ

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เพื่อป้องกันความเสียหายต่อตัวเครื่องและอุปกรณ์อื่น ๆ

10 วิธีแก้แบตโทรศัพท์เสื่อม แบตหมดไว

  • หลีกเลี่ยงการใช้มือถือในพื้นที่ที่อากาศร้อนหรืออุณหภูมิสูงเกินไป
  • ไม่ควรใช้งานโทรศัพท์จนแบตหมดเกลี้ยง แนะนำให้ชาร์จตอนแบตเหลือประมาณ 30%
  • ควรชาร์จแบตโทรศัพท์ให้เต็มอย่างน้อย 50% ก่อนใช้งาน
  • เลือกใช้อุปกรณ์ชาร์จแบตที่ได้มาตรฐาน เลือกซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ
  • หากใช้งานแบตมานานเกิน 3 ปี และมีอาการเสื่อมสภาพจนใช้งานได้ไม่นาน ควรดำเนินการเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยด่วน
  • ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้ถูกวิธี โดยเสียบอะแดปเตอร์เข้ากับปลั๊กก่อน แล้วค่อยเสียบสายชาร์จเข้ากับโทรศัพท์อีกที
  • หมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
  • เลือกใช้เคสโทรศัพท์ที่สามารถระบายความร้อนได้ดี
  • ปิดการใช้งานฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น เช่น บลูทูธ ไวไฟ ตำแหน่ง GPS เป็นต้น เพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี่
  • ปรับความสว่างของหน้าจอให้ลดลง หน้าจอเป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมากที่สุดในมือถือ การลดระดับความสว่างหน้าจอจะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้
วิธีเช็กสุขภาพแบตเตอรี่

วิธีเช็กสุขภาพแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือทั้ง iOS และ Andriod

ค่าความจุสูงสุด บ่งบอกถึงประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ หากค่าความจุสูงสุดลดลง อาจแสดงว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพแล้ว ส่งผลให้แบตโทรศัพท์หมดไวได้

iOS : สามารถเช็กได้ผ่าน Battery Health หรือ สุขภาพแบตเตอรี่ โดยดูที่ Maximum Capacity หรือ ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่

Android : สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AccuBattery ได้ฟรี จากนั้นทำการติดตั้ง และเข้าไปที่แถบ Health ซึ่งจะแสดงเปอร์เซ็นต์สุขภาพความจุของแบตเตอรี่ว่าเป็นปกติดี หรือแบตเสื่อมสภาพแล้ว

โดยทั่วไป แบตเตอรี่โทรศัพท์ที่ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 100% หากลดลงเหลือประมาณ 80% แสดงว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพแล้ว

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการดูแลและวิธีแก้แบตโทรศัพท์เสื่อม ซึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากพลาดความรู้รอบตัวที่มีประโยชน์แบบนี้ สามารถเข้ามาอัปเดตกันได้ที่ Bright Today แหล่งรวมข่าวเทคโนโลยี นวัตกรรม ที่จะสรุปมาให้อ่านกันแบบสั้น ๆ กระชับ ครบทุกประเด็น รับรองว่าไม่พลาดทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนใครแน่นอน!

ข้อมูลอ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...