โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผักดิบทำพิษ! สาวมีอาการคันก้น ทนไม่ไหว ลองเอามือเกา ช็อกเจอพยาธิเข็มหมุด

Khaosod

อัพเดต 13 เม.ย. 2565 เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2565 เวลา 08.44 น.

ผักดิบทำพิษ! สาวไต้หวันมีอาการคันก้น ทนไม่ไหว ลองเอามือเกา ช็อกเจอพยาธิเข็มหมุดออกมาจากรูทวาร ลั่นผวาจนแทบร้องไห้

นักศึกษาสาววัย 20 ปีเล่าอุทาหรณ์เตือนใจในเว็บไซต์ดีการ์ดถึงการทานผักจำนวนมกเป็นเวลา 5 วัน สร้าปัญหาต่อเธอมากกว่าที่คิด โดยคืนหนึ่ง ขณะที่เธออาบน้ำ เธอรู้สึกคันแปลก ๆ ที่บริเวณทวารหนัก พอลองเอามือไปแตะบริเวณนั้น ก่อนจะมีสิ่งแปลกปลอมสีขาวบาง ๆ คล้ายไส้เดือนฝอยหลุดออกมาสร้างความช็อกจนผวาให้กับเธอจนต้องรีบไปร้านขายยา

เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นพยาธิเข็มหมุด (Pinworm) เธอกล่าวว่าเธอเคยตรวจหาพยาธิขณะเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา แต่ไม่พบไข่ของพยาธิอย่างใด ทำให้เธอไม่คาดคิดว่าตนจะพบพยาธิเข็มหมุดในตัวเธออีกครั้งใน 13 ปีต่อมา

ภาพจาก Dcard

ในช่วงที่โรคระบาด เธอวิตกกังวลมาก ทำให้เธอล้างมือ ฉีดแอลกอฮอล์บ่อย ๆ แม้กระทั่งตัดเล็บให้สั้น เพื่อความสะอาด แต่เธอเมื่อสัปดาห์ก่อน เธอทานผักกาด 5 วันติดต่อกันเพื่อลดน้ำหนัก หลังจากนั้น 10 วัน เธอรีบเข้านอนกลางดึกรู้สึกแปลก ๆ

"ฉันรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่คืบคลานออกมาจากก้น เหมือนก้นของฉัน ไม่ใช่ก้นของฉันอีกต่อไป" วินาทีถัดมา เธอเห็นร่างพยาธิที่บิดเบี้ยว ทำให้เธอสะเทือนขวัญจนแทบร้องไห้ เธอพยายามล้างก้นถึง 3 รอบพร้อมปลอบใจตัวเองให้เข็มแข็ง อย่าร้องไห้

เภสัชในร้านขายยาทั้ง 3 คนรุมสั่งยาให้เธอ พร้อมแนะนำวิธีทานยาถ่ายและเตือนว่าควรใส่ใจในสุขอนามัยและความสะอาด ไม่รับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หลังจากกลับถึงบ้าน เธอซักและตากผ้าปูที่นอนและทำความสะอาดห้องน้ำ หลังจากทานยาถ่ายพยาธิแล้ว เธอก็เริ่มมีอาการท้องร่วง “ฉันแอบมองเวลาห้องน้ำ หลังจากขับถ่าย ดูเหมือนว่ามีพยาธิที่ตายแล้วออกมาจริง ๆ”

ภาพจาก Dcard

ดร.เชียนเจิงฮง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร ตับ และท่อน้ำดีชี้ให้เห็นว่า "ไข่พยาธิเข็มหมุดอาจยังคงอยู่ในผัก ที่เป็นการปฏิสนธิแต่เนิ่น ๆ ด้วยน้ำปุ๋ยคอกอาจทำให้ผักติดเชื้อปรสิตได้" นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่า "ไข่อาจติดอยู่กับอาหาร สิ่งของ หรือเล็บ และสามารถกินไข่ได้ง่าย หากไม่ล้างมือ กัดเล็บ หรือรับประทานอาหารไม่สุก"

พยาธิเข็มหมุด (Pinworm) หรือบางครั้งเรียกว่าพยาธิเส้นด้าย เป็นหนอนตัวเล็ก ๆ ขนาด 2 – 10 มิลลิเมตร ที่รูปร่างคล้ายเข็มหมุดหรือเส้นด้าย เมื่อมองด้วยตาเปล่า อาศัยในทางเดินอาหารโดยเฉพาะทางเดินอาหารส่วนล่างและรับสารอาหารจากคน ทำให้เกิดอาการคันและสามารถติดเชื้อในลำไส้ ทั้งยังพบได้บ่อยในเด็กที่ไม่ค่อยชอบทำความสะอาดมือก่อนหยิบอาหาร

ภาพจาก Dcard

เมื่อจำนวนพยาธิที่ติดเชื้อมีน้อยจะไม่มีอาการที่ชัดเจน ยกเว้นอาการคันที่ทวารหนักหรือฝีเย็บเนื่องจากการวางไข่ของพยาธิตัวเมียในเวลากลางคืน เมื่อมีอาการรุนแรง พยาธิเข็มหมุดอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยา เช่น โรคหวัด แผลพุพอง และเลือดออก พร้อมทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร, น้ำหนักลด, นอนไม่หลับ, ปวดท้อง, คลื่นไส้, อาเจียน และผิวหนังระคายเคือง เป็นต้น

บางครั้งพยาธิเข็มหมุดอาจบุกรุกผนังลำไส้ หรือเนื้อเยื่อนอกลำไส้จนทำให้เกิดแกรนูโลมา หรือการอักเสบเรื้อรัง ที่ก่อตัวขึ้นเพื่อพยายามกักเก็บและกำจัดสารอันตรายออกจากร่างกาย

ตามรายงานของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล วิธีการรักษาการติดเชื้อพยาธิเข็มหมุด คือ ยาถ่ายพยาธิ Albendazole 400 mg หรือ Mebendazole 100 mg หนึ่งครั้ง หลังจากนั้นให้ยาซ้ำอีกภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี

วิธีการป้องกันการติดเชื้อจากพยาธิเข็มหมุด

  • อย่าเขย่าเสื้อผ้าหรือเครื่องนอน เพื่อป้องกันไข่ตกบนพื้น
  • ห้ามใช้ผ้าขนหนูร่วมกัน
  • อย่ากัดเล็บหรือดูดนิ้วมือ
  • ควรล้างมือให้สะอาด เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกจากใต้เล็บ โดยเฉพาะเวลาก่อนรับประทานอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำ
  • หมั่นรักษาความสะอาดร่างกายและของใช้ต่าง ๆ เช่น อาบน้ำทุกวันและล้างแปรงสีฟันก่อนใช้เสมอ
  • ซักชุดนอนและผ้าขนหนูในอุณหภูมิที่ร้อน
  • ดูดฝุ่น ปัดฝุ่น หรือทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ

ขอบคุณที่มาจาก Ettoday Dcard คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...