ชาวนา เลิกทำนาขายให้โรงสี หันเก็บไว้กินเอง หลังต้นทุนแพง ไม่คุ้ม วอนรบ.แก้ปัญหา
ชาวนาโคราชโอดต้นทุนทำนาแพง ต้องเลิกทำนาขายให้โรงสีเพราะไม่คุ้มทุน หันทำนาเก็บข้าวไว้กินเอง ในยุคข้าวยากหมากแพง วอนรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาของแพง
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายสายรุ้ง ศรอินทร์ อายุ 62 ปี ชาวนาในพื้นที่บ้านโนนตาล ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา และชาวบ้านในพื้นที่ ต่างช่วยกันปักดำต้นข้าวในนาข้าว เพื่อเตรียมทำนาข้าวในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง รวมทั้งเพื่อลดต้นทุนในการทำนา
นายสายรุ้งเปิดเผยว่า เลือกใช้วิธีการปักดำต้นข้าวแทนการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อลดปัญหาเมล็ดพันธุ์เสียหายจากนกที่มากินเมล็ดพันธุ์ข้าว รวมทั้งลดปัญหาวัชพืช ต้นหญ้าที่จะเกิดในนาข้าว ซึ่งวิธีการปักดำนาข้าวจะทำให้ผลิตข้าวต่อไร่ดีกว่าการหว่านเมล็ดพันธุ์ในนาข้าว เนื่องจากตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เลือกที่จะปลูกข้าวบนที่นา 7 ไร่ของตนเอง พอได้ผลผลิตข้าวจะเก็บไว้กินเองในครอบครัว แทนการส่งขายให้กับทางโรงสีข้าว เนื่องจากราคาข้าวที่ตกต่ำ ราคาค่าปุ๋ยเคมี ค่าแรง ค่าไถ ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การทำนาในแต่ละปีไม่คุ้มกับต้นทุนที่ตกต่อไร่ อยู่ที่ประมาณไร่ละ 6,000-7,000 บาท แต่ขายข้าวได้ไร่ละประมาณ เฉลี่ยไม่เกิน 10,000 บาทต่อไร่
“จึงคิดว่าควรเก็บข้าวที่ทำได้ไว้กินเองในครอบครัวจะดีกว่าไปซื้อ จากสภาพเศรษฐกิจที่แย่ ข้าวของแพงขึ้นทุกวัน ซึ่งลูกๆ ได้บอกให้เลิกทำนาข้าว เพราะทำไปก็ไม่ได้กำไร แต่ตลอดระยะเวลา 40 ปี ทำนามาตลอดชีวิต จึงไม่รู้จะไปประกอบอาชีพอะไร แต่ลึกๆ ก็อยากจะเลิก เพราะเหนื่อยและท้อ อยากจะเลิกแต่ไม่สามารถจะเลิกได้ หากราคาต้นทุนทำนาสูงขึ้นไปกว่านี้ คงจะต้องเลิกทำนาแล้วหันไปซื้อข้าวมากิน อย่างไรก็ตาม อยากให้ทางรัฐบาลเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ ราคาปุ๋ย และราคาสินค้าต่างๆ ที่แพงขึ้นโดยเร็ว เพื่อประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรจะได้ไม่เดือดร้อนดังเช่นทุกวันนี้” นายสายรุ้งกล่าว