รีวิว | เรียลลิตี้หาคู่เกย์ของญี่ปุ่น The Boy Friend: รถกาแฟเร่หารัก ใครได้แฟนออกจากบ้านบ้าง ?
LSA Thailand
อัพเดต 07 ส.ค. 2567 เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2567 เวลา 04.00 น. • Lifestyle Asia Thailandนิยามความรักของคุณคืออะไร ? ความสัมพันธ์ที่ดีของคนสองคนเป็นแบบไหน ? น่าจะเป็นคำถามที่ใครหลายคนสงสัย ยิ่งโดยเฉพาะคนโสด และการเป็น LGBTQ+ ด้วยแล้ว ซับซ้อนขึ้นเป็นหลายเท่า ! เอาใจสาววายชวนจิ้น วันหยุดสบายๆ ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ปล่อยสมองโล่งๆ เสิร์ฟคอนเทนต์อุ่นๆ ฟีลโฮมมี่น่ารักๆ สไตล์ญี่ปุ่นกันสักหน่อยกับ “The Boy Friend: รถกาแฟเร่หารัก” ไปลุ้นกันว่า ความสัมพันธ์ของหนุ่มเกย์ทั้ง 9 คน ในบ้าน Green Room จะเป็นอย่างไร ? ความรักครั้งนี้จะขมเหมือนกาแฟดำ หรือจะหอมหวานเหมือนกาแฟนมกันนะ ?
Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในซีรีส์
Lifestyle Asia rating: 3/5
ประเภท: เรียลลีตี้หาคู่แบบชายชาย ความใกล้ชิด เกิดเป็นความโรแมนติกสไตล์ Boy Love ตามหารักแท้ ความสัมพันธ์ที่ยาวนานแบบคู่ชีวิต
นักแสดง: คอมเมนเตเตอร์หลายคนหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น เมกุมิ, โฮรัน จิอากิ, อาโอยามะ เธลม่า, แดร็กควีน ทุเรียน โลลโลบริจิดา, โทคุอิ โยชิมิ และหนุ่มทั้ง 9 คน ได้แก่
DAI ได: อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัย มาตามหาคนรักที่จะมาเป็นพาร์ทเนอร์ในชีวิตดีๆ ร่วมกัน
Shun ชุน: อายุ 23 ปี หนุ่มนักดนตรี ชอบเล่นเปียโน ศิลปินสาย Introvert อินดี้ขั้นสุด อารมณ์เดาทางยาก แต่ก็จริงจังกับความสัมพันธ์สุดๆ
Usak ยาซาคุ: อายุ 36 ปี นักเต้นอะโกโก้ หล่อล่ำ ที่มีชื่อเสียงทั่วเอเชีย เจ้าของบอดี้สุดเพอร์เฟ็ค กล้าม ซิกแพก ผลลัพธ์จากการออกกำลังกายและการทาน อกไก่ปั่น! ที่ทำวุ่นกันทั้งบ้าน
Taeheon แทฮอน: อายุ 34 ปี ดีไซน์เนอร์จากเกาหลี การมาเข้าร่วมรายการนี้ ก็เหมือนเป็นการ Come Out ตัวตนที่แสนยากกับครอบครัวของตัวเอง
Gensei เก็นเซย์: อายุ 34 ปี ช่างแต่งหน้าทำผมจากไต้หวัน หนุ่มสายหวานที่มีเทสแบบแมนๆ แต่ก็ซ่อนความนุ่มนวลไว้ด้วย
Ryota เรียวตะ: อายุ 28 ปี หนุ่มนายแบบและบาริสต้าในคาเฟ่ ที่ชัดเจนว่าความรักของเขานั้นไม่จำเป็นต้องจำกัดเพศ และอยากลุกขึ้นมาสู้อีกครั้งกับความรัก
Kazuto คาซูโตะ: อายุ 27 ปี ผู้จัดการร้านอาหารญี่ปุ่น ลุคแสนอบอุ่น หนุ่มฮอตประจำบ้าน ที่ฝันอยากมีคนรออยู่ที่บ้านทานข้าว และนอนกอดกันหลังเลิกงาน
Alan อลัน: อายุ 29 ปี หนุ่ม IT บริษัทต่างชาติ ลูกครึ่ง ลูกเสี้ยว บราซิล อิตาลี ญี่ปุ่น บุคลิกตรงไปตรงมา ชอบใครก็จะพุ่งไปเลย แต่ก็ดูอ่อนโยนเข้าใจคนอื่นมากๆ ถึงจะลุคดูแรงๆ แซ่บไม่ไหว แต่ถ้ามีเรื่องในบ้านให้เคลียร์ เค้านี้แหล่ะสายประนีประนอมของแท้
อิคุโอะ Ikuo: อายุ 22 ปี ทำงานที่ร้านแฮมเบอร์เกอร์ หนุ่มสายโรแมนซ์ที่พร้อมทำทุกอย่างให้อีกฝ่าย ยิ้มง่าย ดูเป็นมิตร แต่เรื่องรักก็จริงจังมากๆ เลย
ผู้กำกับ: เคสุเกะ ฮิชิดะ
จำนวนตอนทั้งหมด: 10 EP
ความยาวต่อตอน: ประมาณ 40 นาที
ดูได้ที่ไหน: Netflix
ดูได้เมื่อไหร่: 9 กรกฎาคม 2567
เราชอบอะไรในซีรีส์เรื่องนี้
เราชอบความเป็นเรียลลิตี้หาคู่ชายชายเรื่องแรกของญี่ปุ่น ประเทศที่ซึ่งเราคิดว่าไม่ได้เปิดเผยเรื่องความรักแบบเพศเดียวกันมากนัก การเลือกหนุ่มๆ ทั้ง 9 คน ที่มีนิสัย พื้นหลัง ความเป็นมา อาชีพ ที่แตกต่างกัน เข้ามาอยู่ในบ้านหลังเดียวกันเป็นเวลา 1 เดือน ทำให้เราได้เห็นถึงความน่ารัก แบบสุภาพตามแบบอย่างวัฒนธรรมญี่ปุ่นและเอเชีย เกิดเป็นเคมีที่ดูแล้วอบอุ่นหัวหัว ถ้าเปรียบเป็นเครื่องดื่มคงเป็นลาเต้อุ่นๆ ยามเช้า ในบรรยากาศริมทะเล เสียงแดดแห่งความสุข ที่สำคัญความสนุก น่าลุ้น น่าติดตาม คงเป็นเสน่ห์ของแต่ละคน ที่มีแนวคิด มุมมอง ทัศนคติ เรื่องความรัก ความสัมพันธ์แตกต่างกัน ได้มาแชร์ พูดคุย เปิดอก เล่าให้กันฟังแบบ Deep Talk จึงเกิดเป็นมิตรภาพแบบเพื่อนชายที่งดงาม โดยไม่ได้จำกัดเพียงความรู้สึกแบบแฟนเท่านั้น
เราไม่ชอบตรงไหน
หากใครไม่ใช่สายละเมียดละไม หรือมีภาพจำว่าเรียลลิตี้ต้องสนุก ดุ เด็ด เผ็ช มันส์ เต็มไปด้วยฉากจูบหรือเรื่องบนเตียงอย่างเดียวแล้วล่ะก็ อาจจะผิดหวังกับ “The Boy Friend: รถกาแฟเร่หารัก” ก็เป็นได้ เรียลลิตี้เรื่องนี้ไม่ได้มีกลิ่นอายของอะไรประเภทนั้นเลย การโชว์เรือนร่างมากสุดก็คือการถอดเสื้อซึ่งเป็นปกติของผู้ชาย และฉากจูบที่มาเพียงไม่กี่ครั้งของ ไดและชุน แต่นั้นก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้งแสนจะโรแมนติก หากจะให้เราหักคะแนนคงจะเป็นการที่ ซีรีส์โฟกัสกับคู่สร้างคู่สมอย่าง ไดและชุน มากจนเกินไป จนแอร์ไทม์ไม่ตกไปให้เพื่อนๆ คนอื่น ทำให้หลายๆ คนมีดราม่าจากชาวโซเชียลอย่าง แทฮอน ก็ไม่ได้ถูกรักหรือตกหลุมรักใครเลย และหนุ่มบอดี้แน่นกล้ามใหญ่อย่าง ยาซาคุ ก็หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย คล้ายเข้ามาเพื่อสร้างสีสันและต้องออกจากบ้านไปก่อนเสียอย่างนั้น อีกอย่างคงเป็นเรื่องรายได้จากการขายกาแฟที่ตอนแรกตั้งเป้าไว้ซะดิบดี มีสรุปยอดรายวัน แต่พอตอนท้ายๆ กลับไม่ได้บอก และก็ไม่ได้มีสรุปรวมบอกเราว่าตั้งแต่ขายมารวมทั้งหมดเท่าไหร่ ภารกิจสำเร็จไหม ? หรือนี้อาจะไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญของเรื่องที่ทางทีมผลิตตั้งใจไว้ก็ได้
เนื้อเรื่องย่อ
ณ กรีนรูม บ้านพักตากอากาศริมทะเลสีเขียวเปปเปอร์มินต์ หนุ่มๆ ทั้ง 9 คน ได, ชุน, ยาซาคุ, แทฮอน, เก็นเซย์, เรียวตะ, คาซูโตะ, อลัน และ อิคุโอะ ต้องเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันร่วม 1 เดือน โดยแต่ละวันจะพลัดเปลี่ยนเวรกันขับรถไปเปิดร้านขายกาแฟริมทะเล เพื่อนำเงินมาเป็นค่าอาหารภายในบ้าน โดยต้องจัดสรรให้เพียงพอสำหรับทุกคน ระหว่างทางจึงเกิดเป็นความใกล้ชิด มิตรภาพ ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน ทั้งแบบเพื่อน หรือ ความโรแมนติกแบบแฟน ที่อาจพัฒนาไปสู่คู่แท้ในชีวิต ทางรายการจะมีบททดสอบหัวใจมาให้พวกเขาเป็นระยะ ทั้งการเขียนจดหมายลับถึงคนที่แอบชอบ การเลือกคู่เดทที่ต้องมีใจตรงกัน การเลือกเพื่อนออกไปขายกาแฟด้วยกัน หรือแม้กระทั้งการพูดคุยกันส่วนตัวแบบสองต่อสอง เพื่อบอกความรู้สึกของอีกฝ่ายออกไปแบบตรงๆ ท้ายที่สุดคู่ไหนจะได้จูงมือกันออกไปจากบ้าน ต้องไปตามลุ้นกันในซีรีส์นะสาววาย รับรองฟินและจิ้นจนสมองไหลแน่นอน
Green Room
ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าซีรีส์ปล่อยตั้งแต่ต้นเดือนก็จริง แต่ 2 EP สุดท้ายพึ่งมาจบตอนปลายเดือน จึงขออภัยคุณผู้อ่านด้วยที่อาจจะมารีวิวช้าไปหน่อย แต่มวลความรู้สึก ความอบอุ่นของ “The Boy Friend: รถกาแฟเร่หารัก” ไม่ได้หายไปไหนเลย ต้องขออวยคอนเซ็ปต์ของรายการที่เซอร์ไพรส์เรามาก ด้วยการเป็นเรียลลิตี้หาคู่แบบชายชายเรื่องแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่มองจากข้างนอกในสายตาต่างชาติคล้ายจะปิดกั้นเรื่องของความหลากหลายทางเพศ แต่ลึกๆ แล้ว เรื่องพวกนี้ ญี่ปุ่น เปิดกว้างมานานมากแล้ว ตัวอย่างจากตัวละครในการ์ตูนตาหวานเรื่องดังอย่าง เซเลอร์มูน (Sailor Moon) ที่มีรสนิยม การแสดงออกของคาแรคเตอร์แบบ LGBTQ+ อย่างชัดเจน เชื่อว่าอีกไม่นานคงมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมตามมาเช่นเดียวกับประเทศไทยเป็นแน่
กลับมาที่เรื่องซีรีส์ ระหว่างที่ดูไปยิ้มไปจิกหมอนไป อยู่ดีๆ ก็แอบนึกไม่ได้ว่าถ้ามีร้านกาแฟ Food Truck แบบนี้มาขายใกล้บ้านเราจริงๆ ก็ต้องออกไปซื้อแน่นอน เรื่องรสชาติไม่แน่ใจ แต่ที่สำคัญเราซื้อการทำ Marketing ของคุณเค้าไปเต็มๆ คงไม่ต่างจากปัจจุบันในบ้านเราที่มักจะมีการเหล่าชายหญิง เปลื้องผ้า นุ่งน้อย ห่มน้อย ออกมาไลฟ์สดขายของ ขายทุเรียน แล้วปรากฎว่ายอดปังถล่มทลาย แต่สำหรับ The Boy Friend คงไม่ได้ฮาร์ดเซลล์ขนาดนั้น การมีหนุ่มๆ บาริสต้า ชงกาแฟร้อนๆ เสิร์ฟคุกกี้อุ่นๆ น้ำฝรั่งแสนสดชื่น ในรถสีเขียวเปปเปอร์มินต์ บรรยากาศริมทะเล แค่นี้คือจุดขายมากๆ แล้ว
ฤดูร้อนนั้น ผมตกหลุมรักเขา !
ที่เป็นเสน่ห์มากๆ คงเกิดจาก ความต่าง เรื่องราวของหนุ่มๆ แต่ละคน ที่ต้องมาอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเดียวกัน ทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกันทั้ง การเรียนชงกาแฟ ทำลาเต้อาร์ต เครื่องดื่มต่างๆ เปลี่ยนเวรกันออกไปขายกาแฟเพื่อให้ได้เงินตามยอด ทำบัญชี รายรับ-รายจ่าย ออกไปซื้อวัตถุดิบมาทำกับข้าวทานด้วยกัน ทำความสะอาดบ้าน ซักเสื้อผ้า นี้แลดูจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันไปแล้ว จะไม่ให้ผูกพันกันได้อย่างไร แถมบางช่วงทางรายการก็แอบมาหยอดเกมทดสอบหัวใจอยู่เรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่การให้ทุกคนเขียนจดหมายลับบอกความรู้สึกของตัวเองกับคนที่เราแอบชอบอยู่ โดยไปหย่อนไว้ในกล่องจดหมายหน้าห้องโดยที่เค้าคนนั้นไม่รู้ คนที่ได้รับจดหมายก็แอบยิ้มฟินกันไป แต่คนที่ไม่ได้ก็คงมีนอยด์กันบ้างแหล่ะว่าทำไมเราถึงไม่ใช่คนที่ถูกรัก
แต่ละวันก็จะมีเสียงเตือนจาก Ipad ว่าวันนี้ใครจะเป็นคนออกร้าน ความสนุกคือจะสามารถเลือกเพื่อนไปได้ด้วย 1-2 คน ก็จะเป็นช่วงเวลาวัดใจว่า แอบชอบใครอยู่หรือเปล่า สบายใจที่จะทำงานกับใคร หรือมีอะไรที่อยากพูดคุยกันแบบสองต่อสองกับคนๆ นั้นหรือไม่ ? กิจกรรมของหนุ่มๆ ก็มีมากมายทั้ง การเล่มเกมจังก้า เล่นกีฬา ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย อบซาวน่า แข่งโคคาร์ท หรือออกไปปิกนิก ท่ามกลางซัมเมอร์ริมทะเลของเกาะ ดูแล้วก็อบอุ่นหัวใจไปกับบรรยากาศของพวกเขา
คุณรอผมนานไหม ? ผมรอคุณมาตลอดเลย…
สำหรับเราแล้วสิ่งที่ชอบมากๆ จากเรียลลิตี้เรื่องนี้ที่มากกว่าการนั่งดูหนุ่มๆ ที่เคมีเข้ากัน คือ การนั่งจับเข่าคุยกับแบบ ‘Deep Talk’ ที่ฉุกให้เราคิดว่า หลายๆ ความสัมพันธ์ ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเป็นแฟน คู่ชีวิต สามี ภรรยา เท่านั้น อาจจะเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน หรือคนในครอบครัวก็ตาม อาจจะละเลย หลงลืม สิ่งสำคัญนี้ไป จนทำให้เกิดปัญหาการแยกทาง หย่าร้างตามมา ซึ่งเป็นผลจากความไม่เข้าใจความรู้สึก ความต้องการของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง เปรียบเสมือนการตัดสินใจด้วยการมองเหรียญเพียงด้านเดียว
ตลอดทั้งซีรีส์เราจะได้เห็นช่วงเวลาการจับเข่าคุยกันระหว่างสมาชิกแต่ละคนค่อนข้างบ่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากในการพยายามสร้างความสัมพันธ์ ด้วยการแชร์ความรู้สึกนึกคิด สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ อะไรคือสิ่งที่ดีและอะไรที่ควรปรับ ของแต่ละคนให้กันและกันฟังแบบตรงไปตรงมา อย่างที่หลายๆ คนในบ้าน Green Room มักพูดไว้ว่า ช่วงเวลาในนี้พิเศษและสำคัญมากๆ ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ รู้สึกอย่างไร กับใคร ตกหลุมรักคนไหน ก็ควรแสดงออกไปแบบตรงๆ อย่ามัวเสียเวลา เพราะสิ่งเหล่านี้ อาจไม่สามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวันเมื่อออกไปนอกบ้าน คล้ายกับการจบหลักสูตรฝึกหัดความรัก ที่เมื่ออกจากสถาบันนี้ไปแล้ว เชื่อว่าทุกคนจะมีความมั่นใจมากขึ้น ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง กล้าได้ กล้าเสี่ยง เพื่อความรักที่กำลังรอเราอยู่ เพราะบางครั้งความสัมพันธ์ดีๆ อาจจะอยู่รอบตัวคุณเอง เหลือเพียงแค่ว่าคุณเท่านั้นเองที่ต้องกล้าพูดออกไป
ถ้าเราจูบกัน แล้วผมจะรู้สึกชอบคุณจริงๆ หรือเปล่า ?
ช่วงเวลาบีบหัวใจของทุกคนในบ้าน คงจะเป็นการให้เขียนชื่อคนที่อยากออกไปเดทด้วยลงในโหลแก้ว แต่เงื่อนไขคือต้องมีชื่อถูกเลือกตรงกันเท่านั้น ถึงจะได้มีโอกาสไปเดท มีทั้งแบบไปเช้าเย็นกลับ และแบบค้างคืนก็ด้วย นี้คือ 3 คู่ ที่พัฒนาความสัมพันธ์จนได้มีโอกาสออกเดทด้วยกัน
ได – ชุน: คู่นี้รับบทพ่อแง่แม่งอน ฝ่ายไดพ่อหนุ่มยิ้มหวาน โลกสดใส Possitive มากๆ ดันไปปิ๊งกับ ชุน หนุ่มน้อยศิลปินสุดจะอินดี้ ที่สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง มีอารมณ์บูดให้เห็นบ่อยๆ จนบางครั้งก็แอบสงสาร ได ที่ตามง้อตลอด เพราะเรื่องบางเรื่องก็แสนจะเล็กน้อย อย่างการที่ ได ไม่ยอมใส่เสื้อของตัวเอง เพราะไปเปรียบเทียบกับแฟนเก่าที่ชอบใส่เสื้อยืดที่เขาให้ตลอด ส่วนประเด็นดราม่าใหญ่ก็คงจะเป็นการที่ ชุน เลื่อนไปเห็นรูปลับของ ได ในมือถือที่เคยใช้ในแอปพลิเคชั่นหาคู่ ที่ทำเอา ชุน โกรธสุดๆ รวมถึงยังมีบุคคลที่ 3 ที่มักมาทดสอบความแข็งแกร่งของหัวใจ หนุ่มได อย่าง อลัน พ่อหนุ่มสุดแซ่บที่พึ่งเข้ามาใหม่ และเคยเจอกับ ได มาก่อนโดยทั้งสองเคยมีความสัมพันธ์กันมาแล้วด้วย รวมถึงสมาชิกคนล่าสุดอย่าง อิคุโอะ ก็เข้ามาปั่นป่วนว้าวุ่นให้ ได สับสน ด้วยลุคน่ารักสดใสแสนจะ Cute แตกต่างจาก ชุน ที่เอาแต่งอนตลอด แต่บทสรุปแล้ว 4 ห้องหัวใจของไดก็ยกให้ชุนไปหมดแล้ว ไม่อาจแบ่งให้ใคร เพราะเป็นคนที่อยู่ใกล้แล้วหวั่นไหว อยากดูแลทะนุถนอม เกิดเป็น‘จูบ’ แห่งประวัติศาสตร์ตามที่คอมเมนเตเตอร์ของรายการได้จำกัดความเอาไว้ จนหลายคนแซวว่าทั้ง 10 EP โฟกัสแค่เรื่องของ ได – ชุน สองคนที่เป็นพระเอก นายเอก เท่านั้น เพื่อนคนอื่นคือตัวประกอบ
เก็นเซย์ – เรียวตะ: คู่นี้ได้ออกไปเดทด้วยกันหนึ่งครั้งแต่ก็ไม่ได้นอนค้างคืน เก็นเซย์ หนุ่มช่างแต่งหน้า ก็น่าจะเหมาะกับอาชีพนายแบบอย่าง เรียวตะ อยู่แล้วนิ แต่ความจริงกลับไม่ใช่ เพราะงานนี้สุดเศร้าเป็นการรักข้างเดียวของ เก็นเซย์ ที่อุตสาห์ทำทุกอย่าง พูดความรู้สึกออกไป ซื้อสร้อยให้ใส่เป็นของที่ระลึก แต่กลับถูกเมินเฉยจาก เรียวตะ หนุ่มเนิร์ดผู้ซึ่งปกใจอยู่แต่กับ คาซูโตะ เชฟร้านอาหารสุดฮอตประจำบ้าน ที่ถึงมีการเรียก คาซูโตะ ไปคุยแบบส่วนตัวริมสระน้ำถึงสองครั้ง แต่ก็ผิดหวังกลับมาเช่นกัน ทำให้คู่ เก็นเซย์ – เรียวตะ เรือล่มเสียก่อนไม่ได้ไปถึงฝั่ง จึงขอมอบคำคม “กาแฟไม่ใส่นม ยังไม่ขมเท่าเธอไม่ใส่ใจ”
คาซูโตะ – อลัน: เป็นอีกคู่ ที่เราดูแล้วก็ค่อนข้างสับสนเพราะด้วยบุคลิก นิสัย ใจคอ ทั้งสองคนดูจะต่างขั้วกันมากๆ คาซูโตะ เรียบร้อย ขี้อาย อ่อนหวาน ขี้เกรงใจ ส่วน อลัน มั่นใจ พูดตรงๆ กล้าแสดงออก ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่อ้อมค้อม กลายเป็นแอบงงว่า อะไรที่ คาซูโตะ เลือก อลัน เป็นเพื่อนออกไปขายของด้วยกันบ่อยๆ และออกไปเดตแบบค้างคืนถึง 2 ครั้ง ถึงแม้ตอนท้าย คาซูโตะ จะบอกว่าตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่มีให้ อลัน จะถลำลึกไปถึงขนาดเป็นแฟน แต่ก็เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี
บทสรุปความสัมพันธ์ของหนุ่มบาริสต้า แห่ง Green Room
- ได – ชุน: คู่กรรมที่ทำบุญร่วมกันมา ถึง อิคุโอะ จะบอกชอบ ได แต่ก็ไม่หวั่นไหว อดทนให้กับสุดที่รักของเขาสุดยอดไปเลย
- คาซูโตะ – อลัน: ถึงแม้จะยังคลุมเครือ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความสัมพันธ์ในอนาคต อลัน ชอบเฟียซที่มาปาดหน้าเค้กทุกคน เพราะเชฟหนุ่ม คาซูโตะ เป็นที่ตกหลุมรักของทั้ง ยาซาคุ, แทฮอน, เรียวตะ, และ อิคุโอะ ฮอตขนาดไหนที่ถ้ารวมอลัน ด้วยก็ 5 คนไปแล้ว
- ยาซาคุ, แทฮอน, เก็นเซย์, เรียวตะ, และ อิคุโอะ: เก็บกระเป๋ากลับบ้านแบบเฟลๆ แต่ก็ได้เพื่อนใหม่ที่ฟีลกู๊ดมากๆ
- สรุปว่าคนที่จูงมือกันออกจากบ้านกรีนรูมมี 2 คู่ ได้แก่ ได – ชุน และ คาซูโตะ – อลัน
อำลาซีซั่นนี้ด้วยจูบของ ได – ชุน ที่ลึกซึ้งเปี่ยมด้วยความหมาย ถึงแม้จะไม่ได้มีอะไรมาการันตีว่า ทั้งสองจะได้คบเป็นแฟนกันจริงๆ ในอนาคต แต่ก็เป็นเสมือนเครื่องหมายที่บ่งบอกว่า ทั้งสองพร้อมที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ยอมรับความผิดพลาด ข้อดี ข้อเสีย หันหน้าเข้ามาคุยกัน ไม่ว่าจะพบกับอุปสรรคใดๆ เพลงไตเติ้ลที่แสนใจฟูอย่าง “Dazed & Confused” โดยวงร็อคอินดี้จากเกาหลีอย่าง Glen Check ยังคงดังก้องอยู่ในใจ หวังว่าจะมีซีซัน 2 กลับมาให้เราฟินกันอีก หรือถ้าจะให้สุด ก็อยากให้ไทยเราซื้อลิขสิทธิ์มาทำด้วยเลย รับรองว่า“The Boy Friend: รถกาแฟเร่หารัก” ฉบับเวอร์ชัน Thailand ต้องแซ่บ ประทับใจ น้ำตาแตก ไม่แพ้ของญี่ปุ่นแน่นอน ปิดท้ายกันด้วยคำคม “ชีวิตก็เหมือนกาแฟ อยากขม อยากหวาน ต้องแต่งเติมด้วยตัวเอง”
อ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องบันเทิงสนุก ๆ ได้ ที่นี่ เลย
Main, Hero and Featured images: Netflix
The information in this article is accurate as of the date of publication.