โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตัวตนด้านหนึ่งและความรู้สึกลึกๆ ข้างใน ที่ 4 สาว ‘aespa’ ใช้สื่อสารผ่านเพลงโซโล่บนเวทีคอนเสิร์ตอย่างทรงพลัง

Mirror Thailand

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 07.24 น.
ภาพไฮไลต์

“MY รักนะคะ~” เป็นประโยคบอกรักภาษาไทยที่ 4 สาว ‘aespa’ พูดบนเวที ก่อนชาว MY จะพร้อมใจบอกรักกลับทันทีว่า “เอสป้า รักนะคะ~” และโบกมือลากันอย่างอบอุ่นหลังจบการแสดงคอนเสิร์ตปิดท้ายเอเชียทัวร์กับ 2024 aespa LIVE TOUR – SYNK : PARALLEL LINE – in BANGKOK

คอนเสิร์ตในครั้งนี้ของสาวๆ เรียกได้ว่าพวกเธอมาเพื่อสร้างตำนานอีกครั้ง ผู้เขียนเองที่เป็นหนึ่งใน MY ก็เป็นปลื้มสุดๆ ที่ในที่สุดพวกเราก็ได้ยินท่อน“Bangkok Calling!” เป็นบุญหู จากปาก จีเซล (GISELLE) ผ่านเพลง Next Level เอ็นดูในความน่ารักของหนิงหนิง (NINGNING) ที่รับบทเป็นมัมหมีฮิปโปสวนสัตว์เขาเขียวอย่าง น้องหมูเด้ง คาริน่า (KARINA) แซวแฟนๆ ว่าอย่าแย่งร้องเพลง เพราะมายชาวไทย ยืนหนึ่งเรื่องร้องตาม (ทั้งเพลง) อยู่แล้ว! หรือจะ วินเทอร์ (WINTER) ที่อัปรูปคู่กับธงชาติไทยแบบคิ้วท์ๆ และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ นี่เป็นครั้งแรกของคนไทยที่ได้ดูโชว์เพลง ‘โซโล่’ เดี่ยวของแต่ละคน ที่พวกเธอได้ลงมือเขียนเนื้อเพลงและมีส่วนร่วมในกระบวนการทำเพลงของตัวเอง ที่บอกได้เลยว่า 4 คน 4 สไตล์ และเป็น 4 เรื่องราวที่พวกเธออยากสื่อสารมุมหนึ่งในตัวเองผ่านบทเพลงโซโล่เหล่านี้

หากดูวิดีโอที่ฉายระหว่างคอนเสิร์ต เราจะได้เห็นเรื่องราวเกี่ยวกับการค้นหาตัวตนด้านอื่นๆ ของตัวเองที่เปรียบเสมือนตัวเราในแต่ละจักรวาล เพราะ “บางครั้งความจริงไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว มันมีหลายด้าน” จากที่เคยทำอะไรแบบวนลูป ลองทำอะไรใหม่ๆ กันดู เพื่อให้ได้ค้นพบ ‘อิสระ’ และได้รู้จัก ‘ตัวเอง’ มากยิ่งขึ้น นำไปสู่การแสดงโซโลเดี่ยวของพวกเธอ ที่เป็นตัวตนด้านหนึ่ง ซึ่งพวกเธออยากให้แฟนๆ ได้รู้จักมากขึ้น

‘Dopamine’ เพลงแนว R&B สุดแซ่บ โดย จีเซล aka มาดามจือ หรือพี่เจลของทุกคน เล่าถึงผู้หญิงที่ขีดเส้นให้ผู้ชายเป็นเพียง ‘เครื่องประดับ’ ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ และพยายามไม่ให้เขาเข้าใกล้เกินไปเพราะไม่อยากให้มันเกินเลยกว่านั้น

‘UP’ เพลงแนว Old-school hip-hop ที่พี่น่าได้โชว์ความเท่เรียกเสียงกรี๊ด โดยเนื้อเพลงว่าด้วยการบูสต์พลังขึ้นมาได้ทุกครั้งแม้จะเจอเรื่องยากๆ หรืออยู่ท่ามกลางคนที่เกลียด

‘Bored’ เพลงแนว R&B ของหนิงหนิง ที่เล่าถึงการอยู่ในความสัมพันธ์กับผู้ชายที่ชอบใช้มุกเดิมๆ ประคองความสัมพันธ์ (ที่มันก็ไม่ได้เวิร์กเสมอไป) จนทำให้ผู้หญิงอย่างเราเบื่อหน่ายในที่สุด

และ‘Spark’ เพลงแนว EDM ที่แฝงดนตรีชวนฝันเข้าไปด้วย ของน้องหนาว หรือ วินเทอร์ ที่หมายถึงการลุกขึ้นเพื่อไปต่อ แม้ในวันที่เรามีเพียงประกายไฟเล็กๆ ในตัวเอง ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้

ความเริ่ดและเรื่องเล่าของทั้ง 4 สาว ผ่านเพลงเดี่ยวของตัวเอง มีอะไรน่าพูดถึงอีกบ้าง อ่านได้เลย!

‘Dopamine’ โดย GISELLE

การขีดเส้นไว้ให้ผู้ชายเป็นเพียงเครื่องประดับ และไม่ควรเข้ามาใกล้เกินไปเพราะไม่อยากให้เกินเลยไปกว่านั้น

“I don't need a man, just accessories” เป็นเนื้อร้องจากเพลง 'Dopamine' ของ จีเซล ที่ชาวมายร้องตามกันกระหึ่มฮอลล์พร้อมโยกตัวตามจังหวะด้วยจริตแซ่บๆ ถึงพริกถึงขิง โดยเนื้อหาเพลงก็เป็นไปตามท่อนดังกล่าวเลยว่า “ฉันไม่ต้องการผู้ชาย ก็แค่แอคเซสเซอรี่” ที่จะมีไว้ประดับให้รู้ว่ามีแฟนก็ได้ แต่จะให้เป็นความต้องการสูงสุดของชีวิต ก็คงไม่ใช่

เพลงนี้ จีเซล เปรียบการมีผู้ชายข้างกายเป็นเพียง ‘เครื่องประดับ’ และเธอพยายามขีดเส้นให้ชัดว่า เขาจะต้องไม่เป็นมากกว่านั้น ไม่เช่นนั้น อาจนำพาไปสู่การตกหลุมรัก และสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดอย่าง ‘โดปามีน’ หรือสารแห่งความสุขที่จะหลั่งออกมาตอนที่เรากำลังมีความสุขหรือพอใจอะไรมากๆ มันก็อาจจะหายไป นี่จึงเป็นเพลงของผู้หญิงที่ยึดมั่นในการหาความสุขให้ตัวเอง และจะไม่ยอมให้ผู้ชายเข้ามาทำลายความสุขนั้นเด็ดขาด จะพูดว่าระมัดระวังในการมีความรักก็ไม่ผิดอะไร

แต่ความรู้สึกคนก็ห้ามยาก เมื่อครั้งที่แม้จะระมัดระวังมากขนาดไหน หรืออย่างที่เธอบอกในเนื้อเพลงว่า “ล็อกมันไว้ข้างใน ฉันคงต้องซ่อนความรู้สึกของฉัน” เพราะกลัวจะผิดหวัง แต่สุดท้ายความลับก็ถูกเผยออกมาว่า “ฉันคิดว่าฉันกำลังมีความรัก แต่ฉันคงยังไม่พูดอะไรหรอก ถึงอย่างนั้นฉันก็คิดว่าคุณก็รู้” และปิดท้ายด้วยบทสรุป “พระเจ้าคงล่วงรู้แล้วล่ะ ว่าทำไมฉันถึงต้องการคุณ” เพราะถึงแม้เราจะรู้อยู่เต็มอกว่าผู้ชายคนนั้นมีปัญหา และควรจะเว้นระยะห่างกับเขา ให้เขาเป็นแค่เครื่องประดับเสียจะดีกว่าปล่อยให้เขาเข้ามาเล่นกับใจ แต่ลึกๆ เราก็อาจจะห้ามใจไว้ไม่ได้ก็ได้เหมือนกัน และคงต้องจัดการกับความรู้สึกตัวเองต่อไป ไม่ให้ถลำลึกจนเป็นอันตรายต่อหัวใจ

‘UP’ โดย KARINA

กับการบูสต์เอเนอร์จี้ให้แข็งแกร่ง ท่ามกลางคนที่อยากฉุดเราให้ล้ม

ไม่ว่าจะเจอเรื่องยากๆ แค่ไหน หรือคนที่เกลียดเราพยายามจะพังชีวิตจนเราล้มลง แต่สุดท้าย เราจะกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง! นี่เป็นสารสุดทรงพลังภายใต้เพลง 'UP' ของ คาริน่า ที่ทำงานกับเรามากถึงมากที่สุด

จากที่เป็นแฟนคลับพี่น่ามา เรารับรู้ได้ว่า เธอผ่านเรื่องราวยากๆ มามากมาย ทั้งตอนที่โดนโจมตีเมื่อมีข่าวเดตทั้งที่นั่นคือเรื่องส่วนตัวของเธอ หรือครั้งที่โดนโจมตีเพราะแค่ไม่ชอบที่เธอเป็นจะ ‘เธอ’ แต่พี่น่าของเราก็ผ่านมันมาได้อย่างสง่างาม และยังคงตั้งใจทำงานของเธออย่างเต็มที่

“รับคำพูดสุดแฟนซีของเธอเข้ามา get it, get it, all out. I pump it, I pump it, I pump it up, up. So we roll up every weekend” แม้คาริน่าจะได้รับคำพูดมากมายที่พูดถึงตัวเธอ ซึ่งบางครั้งมันก็เป็นคำที่ดูจะแฟนซีและตื้นเขิน ซึ่งอาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดของตัวเธอ แต่เธอก็พยายามจะบูสต์ๆ บูสต์ๆ เอเนอร์จี้ๆ ขึ้นมา ในทุกๆ สัปดาห์ และเธอก็ยืนยันว่าแม้จะเจออะไรมาก็แล้วแต่ที่ทำให้เธอแทบคลั่ง แต่ “Cause we be winning, be winning in a row” คนที่ชนะพวก Haters ทั้งหลาย ก็คือตัวเธอเองที่เข้มแข็งเพื่อตัวเองนั่นเอง

ดั่งท่อนฮุคของเธอ“Spice it up, up, up, hold up!” จะเมาท์ฉันให้แซ่บก็ทำไป แต่ฉันก็จะแซ่บขึ้นไปด้วยเช่นกัน และบางครั้งที่ทำเป็นเมินคำพูดร้ายๆ เหล่านั้น “เชื่อเถอะ ฉันดูมาหมดแล้วล่ะ” แต่ “ฉันจะโชว์ให้เห็นว่าฉันมาจากไหน” เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้คนได้เห็นว่า คำพูดร้ายๆ ของคุณมันไม่เป็นความจริง และคาริน่าก็จะใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีต่อไปด้วยความสามารถของเธอ

‘Bored’ โดย NINGNING

กับการลองไปต่อในความสัมพันธ์ แม้ผู้ชายจะทำแต่อะไรเดิมๆ จนเธอเริ่มเบื่อหน่าย

มาต่อกันที่เพลง‘Bored’ ของ หนิงหนิง ที่เธอปรากฏตัวในเสื้อคลุมสีดำยาวของ Versace ซึ่งเธอเป็น Global Brand Ambassador ของแบรนด์ และด้านในเธอสวมเกาะอกสั้นสีดำที่เขียนว่า BORED! หรือ เบื่อ! ถ้าถามว่าเธอเบื่ออะไร เพลงของเธอกำลังสื่อสารถึงการ “เบื่อผู้ชาย!” ที่การกระทำของเขามันชวนให้เบื่อหน่าย แต่ก็ไม่ใช่เธอไม่พยายามในความสัมพันธ์ เพราะตัวแม่คนนี้จะไปให้สุดจนกว่าจะไม่ไหวนั่นเอง

“I'm so pretty in your head, boy, yeah. Picking flowers, put 'em right behind my ear. Eyes catch you daydreamin'. Look at the signs, love as advertised” ท่อนเปิดก็เริ่ดแล้ว เมื่อหนิงหนิงพูดถึงการเป็นคนสวยในสายตาผู้ชาย ที่เขาจะเด็ดดอกไม้มาแนบไว้ที่หูของเธอ ดวงตาของเขาชวนฝัน แต่มันก็เหมือนกับป้ายตามโฆษณาที่เคยเห็นมาก่อน และตัวเธอใจจริงก็ไม่ชอบเอาซะเลยที่ผู้ชายใช้มุกเดิมๆ ประคองความสัมพันธ์ ซึ่งเธอนิยามมันว่า “recycled lines” หรือการกระทำที่เขาวนทำซ้ำไปมา ที่เขาอาจจะคิดว่าเวิร์คกับผู้หญิง

หนิงหนิงคิดว่าเธอจะ “Love 'till the end of the road then I tend to get bored” ก็รักเขาไปให้สุดทางก่อน ให้มันเบื่อไปข้างหนึ่ง! แต่ดูเหมือนว่าความเบื่อนั้นอาจใกล้เข้ามาแล้ว เพราะวันนี้ได้ต่างไปจากวันแรกที่พบกัน เพราะความรู้สึกนั้นได้หายไปแล้ว ตามท่อน “I keep falling for the feeling. But the feeling finds a way to go away. So tell me where it goes” เพราะเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว และขืนยังทำอะไรเดิมๆ อยู่ เบื่อและเหนื่อยจะพยายามต่อเมื่อไหร่ ก็ขอบ๊ายบายแล้วนะ

‘Spark’ โดย WINTER

กับการเชื่อในประกายไฟเล็กๆ ในตัวเองที่จะไม่มีวันดับลง ถ้าเราเห็นคุณค่าของมัน

แม้ในวันที่เรามีเพียงประกายไฟเล็กๆ ในตัวเอง ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้ ใช้ประกายนั้นแหละ ลุกขึ้นมา แล้วไปต่อ ถือเป็นเพลงฮีลใจ และปลุกพลังในตัวผู้คนที่กำลังอยู่ในภาวะหมดไฟได้ดี สำหรับ ‘Spark’ โดย น้องหนาว หรือ วินเทอร์ ที่ลงตัวสุดๆ ทั้งเสียงทรงพลังอันโดดเด่นของเธอ การเต้น การแปรแถว การทำโชว์ ที่เหล่ามายดูแล้วต้องปรบมือให้เธอดังๆ และส่งเสียงกรี๊ดให้กับเธออย่างสุดเสียง อีกทั้งพอมาฟังเนื้อเพลงดีๆ ก็ยิ่งตอกย้ำถึงการปลุกพลังในตัวเอง พร้อมๆ กับปลุกใจให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้

“One little spark is all I need. A fire burning for something new. One little spark and you set me free. Now one becomes two” วินเทอร์บอกเล่าในเพลงของเธอว่าแม้บางคนจะมีเพียงประกายไฟเล็กๆ ในตัว ก็อย่าได้มองตัวเองว่าด้อยกว่าใคร เพราะไฟเล็กๆ น้อยๆ นั้น อาจทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และเป็นประกายที่สร้างสิ่งใหม่ๆ ได้มากกว่าที่คิด ขอแค่เชื่อในตัวเองเข้าไว้ และเมื่อเราเชื่อในตัวเอง นั่นแหละจะทำให้ทุกคนมีหัวใจที่เป็น ‘อิสระ’ ไม่จำกัดตัวเองด้วยคำว่าจะลุกเพื่อก้าวเดินไม่ได้ หรือคิดว่า บางเรื่องคงเป็นไปไม่ได้หรอก

เพราะเมื่อเราเชื่อมั่นในตัวเอง และยึดมั่นในคุณค่าของตัวเราเสมอ เราจะไม่ร่วงหล่นลงไปในความมืด และเราจะส่องสว่างอยู่เสมอ แม้เราจะเจอเรื่องยากๆ ที่ทำให้ประกายไฟของเราแทบจะไม่เหลือก็ตาม เหมือนกับท่อน “Feel the spark with me. It will never be dark”

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...