โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โอกาสทอง ภาคอุตสาหกรรมไทย ในการขับเคลื่อนการผลิตสีเขียว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ส.ค. 2567 เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2567 เวลา 04.25 น.
AFP (Photo by JUSTIN SULLIVAN)

คอลัมน์ : นอกรอบ ผู้เขียน : ปราโมทย์ วัฒนานุสาร ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

ภาคอุตสาหกรรมการผลิตเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษค่อนข้างสูง โดยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณสูงถึง 59.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือคิดเป็น 24% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของไทย จากกระบวนการผลิตสินค้าที่ใช้พลังงานความร้อนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตจำนวนมาก

ซึ่งหากไม่ดำเนินการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษหรือปรับตัวช้า อาจเผชิญกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) เช่น ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้าที่เข้มงวดขึ้น อาทิ มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และความเสี่ยงด้านตลาดจากความต้องการสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นของผู้บริโภค

รวมถึงความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีจากการขาดโอกาสลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หนึ่งในแนวทางที่ภาคอุตสาหกรรมในต่างประเทศใช้ในการปรับตัวเข้าสู่การผลิตสีเขียว คือ การใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยีลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล การปรับปรุงระบบทำความร้อนหรือทำความเย็น รวมถึงระบบจัดการพลังงาน ระบบควบคุมอัตโนมัติ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะถูกใช้แพร่หลายมากขึ้น

สะท้อนได้จากงานศึกษาของ Boston Consulting Group ซึ่งประเมินว่า มูลค่าตลาด Green Machinery and Equipment ของโลก ในหมวดเทคโนโลยี Heat Optimization and Recovery, Process Equipment Optimization และ Smart Pump and Vales ในช่วงปี 2563-2583 จะมีมูลค่าสะสมสูงกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 35 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ประเมินว่า ภายในปี 2593 ธุรกิจเครื่องจักรและอุปกรณ์จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวมกันถึง 3.1 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบได้กับการปลูกต้นไม้ราว 1.6 หมื่นล้านต้น ซึ่งจะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้อย่างยั่งยืน และรวมทั้งมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ภาคอุตสาหกรรมมุ่งไปสู่การผลิตสีเขียวได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับไทย ประเมินว่า 3 เทคโนโลยีที่ช่วยเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตสีเขียวให้กับภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรมการผลิต ประกอบกับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ไม่ยากและใช้เงินลงทุนไม่สูงมากนัก รวมถึงมีระยะเวลาคืนทุนที่สั้น ได้แก่

1) เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพและการนำความร้อนกลับมาใช้ (Heat Optimization and Recovery) คือ เทคโนโลยีที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานความร้อนในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม

ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนพลังงาน หากโรงงานอุตสาหกรรมของไทยมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพและการนำความร้อนกลับมาใช้ คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนราว 8 ล้านบาทต่อโรงงาน และมีระยะเวลาคืนทุนราว 5-6 ปี มีผลตอบแทนจากการลงทุน 19.6%

2) เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ในกระบวนการผลิต (Process Equipment Optimization) คือ เทคโนโลยีที่ใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักรและอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและลดความสูญเสียจากการหยุดชะงักของการผลิต

ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการหยุดชะงักของเครื่องจักรและลดต้นทุนการบำรุงรักษา หากโรงงานอุตสาหกรรมของไทยมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ในกระบวนการผลิต คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนราว 1.5 ล้านบาทต่อโรงงาน และมีระยะเวลาคืนทุนราว 5-6 ปี มีผลตอบแทนจากการลงทุน 20.0%

3) เทคโนโลยีปั๊มและวาล์วอัจฉริยะ (Smart Pump and Vales) คือ อุปกรณ์ปั๊มและวาล์วที่เชื่อมต่อข้อมูลกับเทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์

ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน หากโรงงานอุตสาหกรรมของไทยมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปั๊มและวาล์วอัจฉริยะ คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนราว 1.8 ล้านบาทต่อโรงงาน และมีระยะเวลาคืนทุนราว 3-4 ปี มีผลตอบแทนจากการลงทุน 27.2%

Krungthai COMPASS มองว่า ท้ายที่สุดหากไทยจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตสีเขียว จะต้องสร้างความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตเตรียมความพร้อมปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง อีกทั้งผู้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ควรมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

โดยสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ นอกจากนั้น ภาครัฐต้องเป็นแกนหลักในการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม โดยภาคการเงินจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการช่วยสนับสนุนเงินลงทุนในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โอกาสทอง ภาคอุตสาหกรรมไทย ในการขับเคลื่อนการผลิตสีเขียว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...