โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รวบ สาวกัมพูชาเป็นหนี้เงินกู้ วิ่งราวสร้อยนาค 3 เส้น ประมาณ 4 หมื่น สุดท้ายไปไม่รอด

77kaoded

เผยแพร่ 20 ก.ย 2567 เวลา 21.14 น. • 77 ข่าวเด็ด

https://youtu.be/B7bvdX2LpBo

รวบ สาวกัมพูชาเป็นหนี้เงินกู้ 6 หมื่นบาท ไม่มีเงินใช้หนีที่ยืมมา เพื่อเลี้ยงลูก 2 คน สามีก็ไม่ได้ดช่วยเหลืออะไรเลย จึงมาทำทีมาขอดูสร้อยนาค จำนวน 3 เส้น ราคารวมประมาณ 4 หมื่นบาท พอสบโอกาสก็รวบสร้อยทั้ง 3 เส้นวิ่งหลบหนี ซึ่งขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ออกตรวจบริเวณที่เกิดเหตุพอดี จึงได้ช่วยกันกับพลเมืองดี จับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ เจ้าหน้าที่ยอมรับถูกเจ้าหนี้มาทวงเงิน จึงเดินทางจากปราจีนบุรี มาหาญาติที่นี้เพื่อจะยืมเงิน แต่ก็ยังไม่เจอญาติ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ จึงลงมือก่อเหตุ จะนำสร้อยนาคที่ได้ไปกลับไปขายที่บ้าน เนื่องจากได้ราคาสูงพอที่จะใช้หนี้ได้

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 กันยายน 2567 ร.ต.ท.ธนกิจ แก่นอินทร์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางพลี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ภายในตลาด แห่งหนึ่ง หมู่ 8 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี พร้อมประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลี เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุ หน้าร้านขายเครื่องประดับ นาค และจิวเวลรี่ พบ Mrs.Sreyno Chhor (นาง สไรโน ชอ) อายุ 32 ปี สัญชาติ กัมพูชา ถูกประชาชนช่วยกันควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมของกลาง สร้อยคอนาค จำนวน 3 เส้น มูลค่ารวมประมาณ 40,000 บาท อยู่ในมือผู้ต้องหา ขณะจับกุม เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวมาทำการสอบสวน และชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา วิ่งราวทรัพย์ของผู้อื่น

จาการสอบถาม นาง สไรโน ชอ เล่าว่า ตนเองเป็นลูกจ้างเลี้ยงไก่ ได้เดินทางมาจาก อ.กบินบุ รี จ.สระแก้ว เมื่อเช้านี้เพื่อเดินทางมาหาน้าสาวที่อยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบจึงเดินทางมาที่ตลาดดังกล่าว เนื่องจากตนเคยเอาทองมาขายที่ตลาดนี้ และทำทีเข้าไปขอดูสร้อยคอนาค จำนวน 3 เส้น เมื่อสบโอกาสจึงคว้าทองวิ่งหนีไป จนถูกชาวบ้านและเด็กในร้านจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถ ส่วนสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุเพราะตนเป็นหนี เงินกู้อยู่ 6 หมื่นบาทไม่มีเงินใช้หนีที่ยืมมาเพื่อเลี้ยงลูก 2 คน ส่วนสามีไม่ได้ช่วยเหลือตนเองหาเงิน ด้วยตนเองเป็นหนี้อยู่รู้อยู่แล้วว่าสร้อยนาคดังกล่าว มีราคา ถ้าเอากลับไปขายที่ประเทศตนเองจะได้ราคาสูงพอที่จะใช้หนี้ได้ จึงลงมือก่อเหตุและโดนจับตัวไว้ได้

ด้านนาย ประวัติ เจ้าของร้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ทำทีมาขอดูสร้อยนาค ที่ร้าน โดยพนักงานของร้านได้นำสร้อยนาคจำนวน 3 เส้น มาให้ผู้ก่อเหตุดู จากนั้นผู้ก่อเหตุได้อาศัยจังหวะที่พนักงานเผลอ หยิบสร้อยนาค จำนวน 3 เส้น ดังกล่าว แล้ววิ่งหลบหนีไป จากนั้นพนักงานจึงได้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากประชาชนที่อยู่บริเวณภายในตลาด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้มาตรวจสอบ และจับกุมไว้ได้

นางพิมพ์เดือน โสภณพัน อายุ 59 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นเด็กในร้านเอาทองออกมาให้ผู้ก่อเหตุดู จำนวน 3 เส้น รวมแล้วประมาณ 8 บาทได้ พอสบโอกาสผู้ก่อเหตุคว้าทองเดินออกมาจากร้านพอน้องในร้านตะโกนช่วยด้วยคนร้ายเอาทองไป ช่วยจับที ผุ้ก่อเหตุจึงออกวิ่งหนี พวกตนจึงพากันวิ่งตามไปช่วยกันจับตัวได้ที่ลานจอดรถของตลาด สอบถามรู้ว่าเป็นชาวกัมพูชา และเดินทางมาจากกบินบุรี

ด้าน พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี กล่าว่า วันนี้ประมาณ 13.39 น. ได้มีผู้ต้องหาเป็นคนสัญชาติกัมพูชา อายุ 32 ปี ได้มาขอดูเลือกซื้อนาคจำนวน 3 เส้น พอสบโอกาสได้รวบสร้อยนาคทั้ง 3 เส้นหลบหนี ขณะหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเขต 4 ได้ออกตรวจบริเวณนี้พอดี แล้วมีพลเมืองดีแจ้งจึงได้ติดตาม และมีพลเมืองดีอีกส่วนได้ช่วยตำรวจจับกุมตัวไว้ได้ ผู้ต้องหาเป็นผู้หญิงจากการสอบถามแล้ว บอกว่าตัวเขาติดหนี้ทำงานอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี มาหาญาติที่นี้เพื่อจะมายืมเงิน แต่ยังไม่เจอญาติจึงมาก่อเหตุ จากการสอบถามว่าทำไมถึงมาขโมยนาค เขาให้คำตอบว่าเขาไม่มีความรู้เรื่องทองหรือนาค แต่คิดว่ามีมูลค่าหลังจากการขาย จากการสอบถามจากทางร้านบอกว่านาคจะมีมูลค่าถ้าหากขายที่ประเทศกัมพูชา เพราะฉะนั้นถ้าเขาได้ไปแล้วนำไปขายที่ประเทศกัมพูชาสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินได้ มูลค่าหลักเส้นที่หนึ่งและเส้นที่สองเส้นละ 15,000 บาท เส้นที่สาม 10,000 บาท มูลค่าทรัพย์ที่ถูกวิ่งราวครั้งนี้รวมแล้ว 40,000 บาท เนื่องจากเป็นการกระทำที่ฉกฉวยซึ่งหน้า เลย แจ้งข้อกล่าวหาวิ่งราวทรัพย์ของผู้อื่น ซึ่งตัวเขามีบัตรทำงานในประเทศไทย ซึ่งในส่วนจะตรวจสอบว่าเป็นบุคคลต่างด้าวต้องตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...