โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟิทช์ ปรับแนวโน้มอันดับเครดิต PTTGC เป็น “เสถียรภาพ” จากเดิม “ลบ” คาดหนี้ลดต่อเนื่อง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ก.ย 2567 เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2567 เวลา 09.49 น.

ฟิทช์ ปรับแนวโน้มอันดับเครดิต PTTGC เป็นมี “เสถียรภาพ” จากเดิม “ลบ” คาด EBITDA Net Leverage ลดลงต่ำกว่า 3.5 เท่า ภายในปี 2568 คงเรทติ้งสกุลเงินต่างประเทศ ที่ ‘BBB’ และในประเทศ ที่ ‘AA ’

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ +ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ อันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (Long-Term Foreign-Currency Issuer Default Rating) และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) + ของบมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เป็นแนวโน้มเครดิตมี “เสถียรภาพ” จากแนวโน้ม “ลบ”

นอกจากนี้ ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ ที่ ‘BBB’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ที่ ‘AA(tha)’

ในขณะเดียวกัน ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ ‘F1+(tha)’ และอันดับเครดิตภายในประเทศของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิของบริษัท ที่ ‘AA(tha)’

และอันดับเครดิตสากลของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ภายใต้โปรแกรมการออกหุ้นกู้ (Global Medium-term Note Programme) ซึ่งออกโดยบริษัท จีซี ศูนย์บริหารเงิน จำกัด ในฐานะศูนย์บริหารเงินของกลุ่มPTTGC ที่ ‘BBB’ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยที่จะต้องชำระตามกำหนดโดยไม่มีเงื่อนไขและไม่สามารถเพิกถอนได้จากPTTGC

อันดับเครดิตของPTTGC ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตขึ้นสองอันดับจากสถานะเครดิตโดยลำพัง (Standalone Credit Profile) ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่

อันดับเครดิตของPTTGC สะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจของPTTGC ในฐานะบริษัทปิโตรเคมีชั้นนำในภูมิภาค การที่บริษัทฯ มีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้จากสัญญาการจัดหาวัตถุดิบ และสัญญาซื้อผลิตภัณฑ์ระยะยาวกับบริษัทแม่ ซึ่งได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ซึ่งมีอันดับเครดิตที่ ‘BBB+’/‘AAA(tha)’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ)

อันดับเครดิตของPTTGC ยังสะท้อนถึงอัตราส่วนหนี้สินของบริษัทฯ ที่อยู่ในระดับสูง และความเสี่ยงจากความผันผวนที่สูงของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีที่บริษัทฯ ดำเนินงานอยู่

การปรับแนวโน้มอันดับเครดิต สะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ว่า หนี้สินสุทธิต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Net Leverage) ของPTTGC จะยังคงปรับตัวลดลงตาม มาอยู่ระดับต่ำกว่า 3.5 เท่า ภายในปี 2568 ซึ่งเป็นไปตามที่ฟิทช์ได้คาดการณ์

“ฟิทช์เชื่อว่า PTTGC มีมาตรการต่างๆ ในการช่วยลดอัตราส่วนหนี้สิน แม้ว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอาจฟื้นตัวช้ากว่าที่ฟิทช์คาด”

บริษัทฯ ได้ดำเนินการขยายเทอมการชำระเงินในการซื้อน้ำมันดิบกับบริษัทแม่ เพื่อลดความต้องการในการใช้เงินทุนหมุนเวียน และได้มีการขายทรัพย์สินในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัทฯ ไปบ้างแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการขายทรัพย์สินในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัทฯ อื่นๆ เพิ่มเติม

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต

อัตราส่วนหนี้สินลดลงอย่างต่อเนื่อง : ฟิทช์คาดว่า EBITDA Net Leverage ของPTTGC จะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 3.5 เท่า ในปี 2568 จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนที่ปรับตัวลดลง

ผู้บริหารของ PTTGC มีความมุ่งมั่นในการลดอัตราส่วนหนี้สิน โดยมีมาตรการต่างๆ เพื่อลดหนี้สิน เช่น การขายทรัพย์สินในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัทฯ มาตรการดังกล่าวน่าจะช่วยให้บริษัทฯ มีความคล่องตัวในการปรับลดอัตราส่วนหนี้สิน ในกรณีที่กำไร และ ส่วนต่างของราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด

กำไรที่ปรับตัวดีขึ้น : ฟิทช์คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจาหน่าย (EBITDA) ของPTTGC น่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาทในปี 2567 (ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 อยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท) จากระดับที่ต่ำมากในปี 2566 (2.7 หมื่นล้านบาท) โดยได้รับการสนับสนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากระดับที่ต่ำในปี 2566 โดยธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันน่าจะมีผลประกอบการที่ดี

ฟิทช์คาดว่า EBITDA น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ในปี 2568 จากอุปสงค์ และอุปทานในธุรกิจปิโตรเคมีที่มีความสมดุลมากขึ้น ฟิทช์คาดว่าค่าการกลั่นของPTTGC ในปี 2568 จะยังคงอยู่ในระดับที่ดี ที่ประมาณ 5.5-6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์เคมีที่ต่ำ : ฟิทช์คาดว่า ส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี น่าจะยังคงอ่อนแอในปี 2567 แม้ว่าจะมีการฟื้นตัวเล็กบ้างจากระดับต่ำในปี 2566 เนื่องจาก ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของความต้องการของผู้บริโภคจากประเทศจีน การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ช้าลง และสภาวะกำลังการผลิตที่เกินความต้องการ จะยังคงกดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจีนน่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าในช่วงก่อนการเกิดสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด อย่างน้อยจนถึงปี 2569

ฟิทช์คาดว่ากำลังการผลิตใหม่ในอุตสาหกรรม น่าจะเริ่มลดลงหลังจากปี 2567 ซึ่งน่าจะทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ฟื้นตัวหลังจากนั้น

ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนที่ลดลง : ฟิทช์คาดว่าค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนของบริษัทฯ จะอยู่ที่ระดับประมาณ 2.0-2.3 หมื่นล้านบาทต่อปี ในปี 2567 และ 2568 เมื่อเปรียบเที่ยบกับ 2 หมื่นล้านบาท ในปี 2566 ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนในปี 2567 น่าจะปรับตัวลดลง หลังจากที่บริษัทฯ เสร็จสิ้นการก่อสร้างโครงการ Olefins 2 Modification และเริ่มดำเนินการในปี 2566 ฟิทช์คาดว่า PTTGC จะยังคงไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่ใหม่ๆ โดยเฉพาะในช่วงสภาวะตลาดยังคงอ่อนแออยู่

การขยายเทอมการชำระเงินช่วยเสริมความคล่องตัวทางการเงิน : ฟิทช์มองว่าการขยายเทอมการชำระเงินในการซื้อวัตถุดิบจาก ปตท.ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ นั้น จะช่วยเสริมสภาพคล่องและเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินให้กับPTTGC ในการบริหารจัดการอัตราส่วนหนี้สิน PTTGC ได้มีการลดเทอมการชำระเงินดังกล่าวในช่วงปี 2565 เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงกลั่น ฟิทช์คาดว่า PTTGC จะคงการขยายเทอมการชำระเงินดังกล่าวเป็น 90 วัน ในปี 2566-2567 ซึ่งน่าจะช่วยลดความต้องการใช้เงินทุนหมุนเวียน จำนวนประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท

ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและการกระจายตัวของผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น : การเข้าซื้อกิจการ Allnex สอดคล้องกับกลยุทธ์ของPTTGC ในการเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และการกระจายธุรกิจไปยังธุรกิจเคมีเกรดพิเศษ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์และธุรกิจที่มีเสถียรภาพมากกว่าผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีแบบพื้นฐานในช่วงที่อุตสาหกรรมอยู่ในช่วงขาลง เนื่องจากความต้องการของผลิตภัณฑ์ปลายทางมีความผันผวนที่น้อยกว่า

สัดส่วน EBITDA จากผลิตภัณฑ์ Performance Chemicals ของPTTGC จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 22 ในปี 2567 และ ปี 2568 จากระดับที่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ซึ่งทำให้สถานะทางธุรกิจปรับตัวดีขึ้น

การผลิตที่ครบวงจรและต้นทุนการผลิตที่ต่ำ : PTTGC มีขนาดธุรกิจที่ใหญ่ มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูง ส่งผลให้บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่มากกว่า และอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับผู้ผลิตปิโตรเคมีและน้ำมันอื่นๆ ในประเทศ

นอกจากนี้ PTTGCยังมีความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนการผลิตเนื่องจากวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตโอเลฟินส์ คือก๊าซธรรมชาติซึ่งจัดหาได้จากภายในประเทศ และบริษัทฯ ยังได้รับประโยชน์จากการที่มีสัญญาการจัดหาก๊าซธรรมชาติระยะยาวกับ ปตท. ซึ่งช่วยลดความผันผวนของส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบได้ PTTGC เป็นบริษัทปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่ม ปตท.

แรงจูงใจในการให้การสนับสนุนจาก ปตท. ในระดับปานกลาง : อันดับเครดิตของPTTGC ได้มีการพิจารณารวมถึงการปรับเพิ่มอันดับเครดิตขึ้นสองอันดับจากสถานะเครดิตโดยลำพังของบริษัทฯ ที่ ‘bb+’/’a+(tha)’ ซึ่งสะท้อนถึงแรงจูงใจของบริษัทแม่ซึ่งได้แก่ ปตท. ในการให้การสนับสนุน จากความสำคัญทางกลยุทธ์ และความสำคัญทางด้านการดำเนินงานแก่ PTTGC ในระดับปานกลาง ตามหลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตของฟิทช์ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูก

ฟิทช์เชื่อว่าธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น ซึ่ง PTTGCเป็นหนึ่งในบริษัทหลักของธุรกิจนี้ มีความสำคัญด้านกลยุทธ์ต่อ ปตท. นอกจากนี้ PTTGCยังเป็นผู้รับซื้อวัตถุดิบที่เป็นผลิตภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีรายใหญ่ของ ปตท.

ความผันผวนตามวัฏจักรของธุรกิจ : อันดับเครดิตของบริษัทฯ ถูกลดทอนจากความผันผวนของราคาผลิตภัณฑ์ตามวัฎจักรของธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น ความผันผวนของส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ ค่าการกลั่น ราคาวัตถุดิบ ราคาน้ำมัน และความต้องการใช้เงินทุนหมุนเวียน อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อกำไรและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ

นอกจากนี้ PTTGCยังมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งวัตถุดิบน้อยแหล่ง เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตส่วนใหญ่มาจาก ปตท. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงจากการที่บริษัทฯ รับวัตถุดิบส่วนใหญ่จาก ปตท. ได้ถูกบรรเทาลงจากการที่ ปตท. มีอันดับเครดิตที่แข็งแกร่ง และเป็นผู้ดำเนินธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ในประเทศไทย

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...