โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

INVX ประเมิน หุ้นไทย พ้นวิกฤติ ตั้งเป้าสิ้นปีแตะ 1,500 จุด แนะหุ้นเด่น BDMS, CPALL, GPSC, HANA, LHHOTEL

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.ย 2567 เวลา 14.05 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2567 เวลา 07.05 น.

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมิน "หุ้นไทย" ผ่านพ้นวิกฤติแล้ว ชี้ต่างชาติเริ่มกลับซื้อสุทธิ คาดสิ้นปีดัชนีหุ้นไทยแตะ 1,500 จุด แนวโน้ม Q4/67 ยังผันผวนสูง จีดีพีโต 3.5% ชี้เศรษฐกิจและการลงทุนกำลังเปลี่ยนผ่านเข้ายุคใหม่ แนะนำลงทุนด้วยความระมัดระวัง แนะนำหุ้นเด่น ได้แก่ BDMS CPALL GPSC HANA และ LHHOTEL

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในไตรมาส 4/67 ดัชนี หุ้นไทย ได้ผ่านพ้นวิกฤติแล้ว เนื่องจากวิกฤติความเชื่อมั่นคลี่คลายลง ส่งผลให้ราคาหุ้นกลับไปสะท้อนปัจจัยพื้นฐาน เห็นได้จากมูลค่าการซื้อขายต่อวัน เพิ่มขึ้นกว่า 30% จากค่าเฉลี่ย 8 เดือนของปี 67 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิต่อเนื่อง และทำให้ตลาดหุ้นไทยมีผลตอบแทนที่ใกล้เคียงตลาดหุ้นเพื่อนบ้านมากขึ้น

ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องติดตามในไตรมาส 4/67 ประกอบด้วย

  • ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังคงขยายตัวได้และไม่เกิดภาวะถดถอย ตามที่ตลาดกำลังคาดการณ์หรือไม่
  • ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องต่อเศรษฐกิจและการเมืองโลก เนื่องจากแนวนโยบายของทั้ง 2 พรรคแตกต่างกัน
  • ทิศทางธุรกิจเทคโนโลยีว่าจะสามารถรักษาอัตราการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
  • นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในด้านอื่นๆ ต่อจาก Digital wallet คืออะไร

ทั้งนี้ มีความเห็นว่าการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยในช่วง เดือน ส.ค - ก.ย.เนื่องจาก “วิกฤตความเชื่อมั่นคลี่คลาย” ส่งผลให้ราคาหุ้นกลับไปสะท้อนปัจจัยพื้นฐาน เห็นได้จากมูลค่าการซื้อขายต่อวันเพิ่มขึ้นกว่า 30% จากค่าเฉลี่ย 8 เดือนของปี 2567นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิต่อเนื่อง และทำให้ตลาดหุ้นไทยมีผลตอบแทนที่ใกล้เคียงตลาดหุ้นเพื่อนบ้านมากขึ้น

นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล. อินโนเวสท์ เอกซ์จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวได้ดี แม้ในระยะถัดไปประเทศหลักจะเริ่มชะลอลงในลักษณะ soft-landing การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ธนาคารกลางอื่นๆ เริ่มลดอัตราดอกเบี้ยตาม ช่วยหนุนความน่าสนใจของตลาดหุ้นในตลาดเกิดใหม่ (EM) รวมถึงประเทศไทย ด้านอัตราเงินเฟ้อยังชะลอตัว

อีกทั้งเงินเฟ้อที่มาจากราคาพลังงานมีแนวโน้มลดลงได้ต่อ จากตลาดน้ำมันที่เริ่มกำลังพลิกเข้าสู่ภาวะอุปทานส่วนเกินจากอุปสงค์ที่ชะลอตัว และอุปทานที่เพิ่มต่อเนื่อง

ทั้งนี้แนะนำให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจและการจ้างงานสหรัฐฯ หลังการลดดอกเบี้ย เศรษฐกิจของจีนที่อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายของทางการที่ 5% การเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกและการเมืองระหว่างประเทศ สำหรับในประเทศไทยติดตามมาตรการของรัฐบาลใหม่ รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะเป็นตัวกำหนดความเคลื่อนไหวของ SET Index ในระยะถัดไป

ดร. ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า ในไตรมาส 4 ปี 2567 เศรษฐกิจ ดอกเบี้ย และการเมืองโลกจะเข้าสู่ยุคใหม่ โดยเศรษฐกิจหลักจะชะลอตัวลง โดยเฉพาะภาคการผลิต ดอกเบี้ยจะเข้าสู่ยุควัฏจักรขาลงหลังจากเฟดลดดอกเบี้ยเชิงรุก ขณะที่การเมืองโลกจะเปลี่ยนแปลงและผันผวน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่ผู้สมัครประธานาธิบดีทั้ง 2 ฝั่งมีนโยบายเศรษฐกิจต่างกัน

ในส่วนของทิศทางเศรษฐกิจโลกนั้น เศรษฐกิจยุโรปจะขยายตัว 0.8% ในปีนี้ น้อยกว่าสหรัฐฯ ที่ขยายตัว 2.3% เศรษฐกิจจีนจะชะลอลงสู่ 4.8% และญี่ปุ่นจะชะลอลงสู่ 0.0% ด้านเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกชะลอลงจากปัจจัยการเมืองและนโยบายการเงินการคลังตึงตัวอย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลสามารถผลักดันนโยบาย Digital Wallet ได้สำเร็จ ทำให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัวในไตรมาส 4 โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ 3.5%

ขณะที่ทั้งปี 2567 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.5% ด้านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสลดดอกเบี้ย 1.0% ในปี 2567 และ 2568 เพื่อสนับสนุนการเติบโต นอกจากนั้นการลดดอกเบี้ยจะช่วยลดการแข็งค่าของเงินบาทด้วยเช่นกัน

นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 4/67 จะมีความผันผวนสูง โดยประเมินเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทย จะปรับขึ้นแตะระดับที่ 1,500 จุด ภายในสิ้นปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 1,550 จุด ในปี 2568

ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 4/67 มีปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยปัจจัยจากภายนอกที่กดดัน ประกอบด้วย เลือกตั้งสหรัฐ ขณะที่การลดดอกเบี้ยของเฟด จะส่งผลดีต่อตลาดเกิดใหม่ ที่เศรษฐกิจยังเติบโตดีเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว ส่วนดอลลาร์ที่อ่อนค่า จะช่วยสนับสนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ และไทย

ด้านปัจจัยภายในประเทศ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการออกนโยบายเพิ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของรัฐบาลใหม่ ทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้

สำหรับหุ้นเด่น เน้นบริษัทที่ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและได้ประโยชน์จากการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวด้วยแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และได้ประโยชน์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เช่น BDMS , CPALL , GPSC , HANA และ LHHOTEL

ขณะที่ หุ้นต่างประเทศ ภายหลังจากเฟดปรับลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยลดผลกระทบจากเศรษฐกิจและการจ้างงานที่เริ่มชะลอตัว ในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงยังมีความน่าสนใจ +โดยแบ่งแยกดังนี้ +

  • หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยขาลง ได้แก่ กลุ่มซ่อมแซมตกแต่งบ้าน HD, LOW
  • กลุ่มพลังงานสะอาด FSLR , ENPH
  • หุ้นที่มี Valuation ไม่แพงและปันผลสูง VZ , PFE , F และ TGT
  • หุ้นเทคโนโลยีที่ผลประกอบการยังมีแนวโน้มดี MSFT , AMD , CRM , PANW และ NVDA

นอกจากตลาดสหรัฐ มองว่าการลงทุนต้องเน้นเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดีมากกว่าประเด็นความถูกของการประเมินมูลค่าหุ้น โดยในตลาดยุโรป มองหุ้นที่เน้นไปยังพลังงานสะอาดและได้ Sentiment จากดอกเบี้ยขาลงอย่าง Iberdrola และ Enel ส่วนกลุ่มเทคโนโลยีเน้นไปที่กลุ่มอิงกับอุตสาหกรรมยานยนต์น้อยอย่าง ASML , SAP

ขณะที่ ตลาดหุ้นจีน ให้เน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมใหม่ อย่าง Chaina Mobile , CATL , CRRC และ SMIC และหุ้นที่มีพื้นฐานดีและแปรผันจากปัจจัยภายนอกน้อย อย่าง BYD , Luxshare , Tencent , Trip.com และ Xiaomi นอกจากนี้ ตลาดหุ้นในเอเชีย ที่มีอัตราการเติบโตได้ดี เช่น FPT , Hon Hai , Infosys , MediaTek , SK Hynix และ TSMC

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...