โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

`AOTGA` พร้อมชิงบริการภาคพื้น-คาร์โก้สุวรรณภูมิ หวังหนุนรายได้โตเท่าตัว ทะลุ 6 พันลบ.

efinanceThai

เผยแพร่ 05 ก.ย 2567 เวลา 09.39 น.

AOTGA พร้อมชิงบริการภาคพื้น-คาร์โก้สุวรรณภูมิ หวังหนุนรายได้โตเท่าตัว ทะลุ 6 พันลบ.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ก.ย. 67 16:39 น.

AOT พร้อมส่งบ.ลูก "AOTGA" ชิงบริการภาคพื้น และคาร์โก้สุวรรณภูมิ หวังหนุนรายได้โตเท่าตัว ทะลุ 6 พันล้านบาทต่อปี ส่วนปี 68 คาดรายได้สูงถึง 3.9 พันล้านบาท ล่าสุดจับมือกรมศุลกากร เปิดศูนย์บริการศุลกากรเพื่อกระจายสินค้าครบวงจรแห่งแรกในไทย

นายสิริวัฒน์ โตวชิรกุล ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บพท.) หรือ AOTGA ในเครือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 และผู้ให้บริการคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทฯ มีประสบการณ์ให้บริการภาคพื้นที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบางส่วน อีกทั้งยังมีขีดความสามารถในการทำธุรกิจศูนย์บริการกระจายสินค้า การบริหารจัดการสินค้า และสัมภาระผู้โดยสารแบบครบวงจร จึงมั่นใจว่าจะสามารถขยายธุรกิจเข้าร่วมประมูลในโครงการดังกล่าวได้

อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ประเมินว่าหากประมูลและได้สิทธิบริหารทั้งสองโครงการดังกล่าว จะสามารถดันรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หรือราว 6 พันล้านบาทต่อปี จากปีงบประมาณ 2567 บริษัทฯ ทำรายได้รวมประมาณ 3 พันล้านบาท และคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณ 2568 จะมีรายได้เติบโตราว 3.8 - 3.9 พันล้านบาท ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากการให้บริการภาคพื้น และมีรายได้จากสัญญาให้บริการทำความสะอาดแบบครบวงจร ภายในท่าอากาศยานต่างๆ รวมประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี

ถ้าประมูลได้สิทธิบริการภาคพื้น และคาร์โก้ที่สุวรรณภูมิ รายได้เราจะโตอีกเป็นเท่าตัว เพราะเป็นสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินจำนวนมาก ขณะที่ปัจจุบันรายได้ส่วนใหญ่ 60-70% มาจากบริการภาคพื้นที่สนามบินภูเก็ต และ 30% จากสนามบินดอนเมือง โดยรายได้ของบริษัทฯ จะแบ่งสัดส่วน 49% ส่งให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ในฐานะผู้ถือหุ้น

ล่าสุดบริษัทฯ ร่วมกับ ทอท. และกรมศุลกากร เปิดตัวศูนย์บริการศุลกากรเพื่อกระจายสินค้า หรือ Multimodal Transportation Center ณ เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (โซน 3) บนพื้นที่กว่า 4,872 ตารางเมตร ด้วยงบลงทุนกว่า 150 ล้านบาท เพื่อผลักดันให้ศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ในภูมิภาค CLMV รองรับการนำเข้าและขนส่งสินค้า อำนวยความสะดวกในขั้นตอนศุลกากรที่ครบวงจร อีกทั้งยังสามารถเลือกรูปแบบการขนส่งที่หลากหลายได้ทั้งอากาศ ทางบก ระบบราง และการขนส่งทางน้ำ ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวก ประหยัดต้นทุนในการขนส่ง นับเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ครบวงจรแห่งแรกในไทย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้นำนวัตกรรมที่ทันสมัยมาให้บริการในศูนย์บริการศุลกากรเพื่อกระจายสินค้า อาทิ ระบบติดตามทางศุลกากรจากด่านศุลกากรมายัง ศูนย์บริการศุลกากรเพื่อกระจายสินค้า ระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ และระบบควบคุมสินค้าคงคลัง ซึ่งบริษัทฯ คาดหวังว่าในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งถือเป็นปีแรกของการเปิดให้บริการศูนย์กระจายสินค้านี้ จะมีปริมาณขนส่งสินค้ารวม 4-5 หมื่นตัน สร้างรายได้ราว 80 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องปีละ 10-15% จากสัญญาณบวกของปริมาณสินค้านำเข้าและส่งออกผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มีสูงกว่า 1.2 ล้านตันต่อปี

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...