โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคำสารภาพ แก๊งขอทาน 'หน้าเหลว พิการ' อุบัติเหตุหรือโดนทำร้าย สาเหตุเลือกเมืองไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ก.ย 2567 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2567 เวลา 08.40 น.

“กัน จอมพลัง”เปิดคำสารภาพ แก๊งขอทาน กัมพูชา หน้าเหลว พิการตาบอด เลือกเป้าหมายเมืองไทย

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ประสาน พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.สน.คันนายาว และ พ.ต.ท.หญิง พรรัมภา พัฒนาวาท สว.กก.ดส. นำเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ซอย รามอินทรา 73 แขวงคันนายาว เขต รามอินทรา กทม. เพื่อสอบถามพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่หลังพบข้อมูลว่า มีบุคคลกลุ่มสัญชาติกัมพูชาพิการแขน ขา ทำอาชีพขอทาน จากการซักถามทราบว่าส่วนใหญ่กลุ่มกัมพูชาดังกล่าวจะออกไปทำงานช่วงเย็นบางคนจะมีรถมารับและมีเด็กเป็นคนจูงมือพาไปทำงานซึ่งยอมรับว่าบุคคลที่อยู่ในภาพที่ชื่อนางมะยม ซึ่งเพิ่งโดนจับไปเมื่อวันที่ 5 ก.ย.พักอยู่จริงๆและออกขอทานมานานประมาณหลายปี

นายกัณฐัศว์ กล่าวว่าสืบเนื่องเมื่อคืนวันที่ 5 ก.ย. ขบวนการแก๊งขอทานกัมพูชานัดรวมตัวที่ตลาดคลองจั่น หลังทราบเรื่องอีกเคยบุกเข้าไปจับขอทานกัมพูชามาก่อนหน้า โดยกลุ่มดังกล่าวทราบข้อมูลจากรายงานมานั้นพฤติกรรมเข้ามาอยู่ประเทศไทยแบบผิดกฏหมายมาตามช่องทางธรรมชาติแล้วออกหาเงินขอทานมาพร้อมเด็กและลักลอบมาแบบผิดกฏหมายไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งกลุ่มขอทานจะอยู่กันเป็นกลุ่มหลายคนทราบว่าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มขอทานกัมพูชาที่หน้าเหลวและมีเด็กอยู่ในขบวนการอีกด้วย

นายกัณฐัศว์ กล่าวอีกว่า ขอทานเคยหาเงินได้มากสุดต่อวัน 5,000 บาท และเมื่อคืนนางมะยม ที่ถูกจับกุมตนนั่งนับเงินพร้อม พ.ต.อ.นเรนทร์ ได้เงินประมาณ 2,200 บาท ต่อวันจากประเมินเดือนหนึ่ง 60,000 กว่าบาทต่อเดือนและขบวนการมีประมาณ 4-5 ชุดเดือนกว่าหลายแสนอีกทั้งปีกว่าหลายล้านซึ่งต้องขอฝากประชาขนคนไทย กลุ่มขอทานไม่ได้ใช้เงินเป็นประโยชน์กับคนไทยอะไรเลยนอกจากนี้ยังทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่ากลุ่มคนพิการกัมพูชาเหล่านี้นำเงินมาเล่นไพ่เล่นพนัน ดื่มสุรา ปรนเปรอพวกเพื่อนสัญชาติเดียวกัน

นายกัณฐัศว์ กล่าว อยากฝากถึงคนไทยใจบุญทุกท่าน กลุ่มขอทานกัมพูชาวันหนึ่งได้เงินวันละกว่าหลายพันบาทและคนไทยบางคนใจดีมักชอบช่วยเหลือส่วนตัวเจ็บใจมากกับคำพูดที่เขาบอกว่าก็คนไทยใจดี คนไทยชอบบริจาค อยากให้ช่วยกันหยุดวงจรนี้คือการหยุดบริจาคถ้ายิ่งให้เงินกลุ่มนี้ก็เอาเงินของความเอ็นดูสงสารของคนไทย ไปใช้ปรนเปรอกินเหล้าเล่นการพนัน

ซึ่งทราบมาว่าคนกัมพูชาอีกคนที่ปกติดีเป็นเสมือนหัวหน้า คนดูแลและเคยตบตีทำร้ายหากทำงานได้เงินน้อยหรือถ้าหากโดนจับแล้วกลับมาบ้านจะโดนทำร้ายร่างกาย ตอนนี้ดำเนินการประสานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ติดตามตรวจสอบว่าเป็นการค้ามนุษย์หรือไม่เเนื่องจากมี เด็กมีคนที่หน้าเหลว เช่นนี้ คล้ายกัน แต่จะสาเหตุไฟไหม้หรือมีคนทำให้หน้าเหลวต้องตรวจสอบอีกครั้ง

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามชาวบ้าน ทราบว่าพักอาศัยอยู่ภายในห้องเช่าแห่งเดียวกันกับคนพิการชาวกัมพูชามีคนหนึ่งขาขาดและแขนขาด แต่ไม่ทราบรายละเอียดมากว่ากลุ่มคนดังกล่าวทำอาชีพอะไรแต่มักจะเห็นออกไปทำงานตอนเช้าแล้วก็กลับห้องตอนมืดค่ำ บางคนก็ช่วยเหลือตัวเองได้แต่เมื่อเช้าเห็นว่คนพิการขาขาดรีบขับรถ มอเตอร์ไซค์สำหรับคนพิการออกไปข้างนอกอย่างเร่งรีบเหมือนมีอะไรบางอย่างซึ่งก็ไม่ทราบว่าหนีอะไร

ต่อมาพ.ต.ท.หญิง พรรัมภา พบเบาะแสสามีภรรยา ชาวกัมพูชากำลังเดินกลับมาในซอยจึงสอบถามข้อมูลทราบว่าทั้ง 2 มีชื่อว่านางเล้ง กับ นายเม้ง กำลังกลับมาจากขอทาน ย่านลาดกระบัง พร้อมให้ข้อมูลนางเล้ง กล่าวว่ามาอาศัยอยู่ประเทศไทยประมาณ 20 ปีแล้วโดยตอนแรกทำอาชีพลูกจ้างธรรมดาทั่วไปกระทั่ง 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ผันตัวมาทำอาชีพของทานและคบหากับสามีมา 8 ปี โดยสามีทำอาชีพขอทานเหมือนกันและมีลูกด้วยกัน 1 คน สาเหตุที่มาขอทานเพราะเพื่อนชาวกัมพูชาชักชวนให้มาทำโดยมาอยู่ในซอยรามอินทรา 73 เหมือนกัน วันหนึ่งมีรายได้ 100 – 800 บาท เท่านั้นโดยมีภาระที่ต้องทำงานส่งเงินกลับไปบ้านกัมพูชาเพราะไปกู้เงินมาสร้างบ้านกว่า 400,000 บาทต้องจ่ายเดือนละ 8,000 บาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอค้นบ้านสองสามีภรรยา เมื่อเปิดไปเจอพบชายชาวกัมพูชาคนหนึ่งอุ้มลูกหลบอยู่หลังห้องเช่าโดยชายคนดังกล่าวเปิดโซเชียลดูไลฟ์สดของกันจอมพลังที่ กำลังตามหาชาวกัมพูชาตอนแรกตำรวจมาเคาะบ้านหลังดังกล่าวแล้วแต่พบล็อกประตูไว้จากด้านหน้าคาดว่าไม่มีคนอยู่แต่เมื่อเข้าด้านหลังบ้านกลับเจออีกหลายครอบครัว จากนั้นพบกับชาวกัมพูชาเป็นเพศหญิงที่ใบหน้าเละ หลบอยู่ภายในห้องพักกับลูกชาย 1 คนตรวจสอบห้องพักพบมีไพ่อยู่ในกระเป๋าและแอลกอฮอล์อยู่หน้าห้องเจ้าตัวอ้างว่าเอามาให้ลูกเล่น

โดยนางเอ (นามสมมติ) กล่าวว่า ที่ใบหน้าเละแบบนี้เพราะเกิดจากเหตุการณ์แก๊สระเบิดเมื่อ 19 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นมาประเทศไทยโดยมีรถตู้ไปรับที่ชายแดนกัมพูชาคิดค่ารถ 3,000 บาท ยอมรับว่า ไม่ได้มีพาสปอร์ตเข้าประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฏหมายและทราบว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นผิดกฎหมาย แต่ไม่รู้ว่าไปทำอาชีพอะไรเพราะว่าอยู่ที่กัมพูชาก็ไม่มีรายได้แต่อยู่ที่นี่มีรายได้ดีจากขอทานเพราะคนไทยเป็นคนใจดี โดยตนมีรายได้ต่อวัน 800-1,000 บาท

พร้อมให้ข้อมูลกับตำรวจว่าข้างห้องก็ทำอาชีพแบบเดียวกัน ว่า “ไปจับห้องนั้นหรือยัง” เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเปิดห้องดังกล่าวจากข้างหลังพบชายชาวกัมพูชาหน้าเละ อาศัยอยู่ภายในห้องมาตลอดในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินตรวจสอบ มีช่วงหนึ่งเจ้าหน้าที่ให้โทรหาภรรยาเพื่อมาไขกุญแจด้านหน้าแต่ระหว่างนั้น พบว่าชายคนดังกล่าวแอบลบเบอร์แปลกในโทรศัพท์ด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเอาโทรศัพท์มาตรวจสอบก่อนจะให้โทรเรียกหาภรรยาอีกครั้ง ต่อมาภรรยาอุ้มลูกน้อย 1 คน มาแสดงตัวก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นห้องพบว่ามีเงินสดเกือบ 3 หมื่นและทองรูปพรรณที่ใส่อยู่

โดยนายบี (นามสมมติ) อ้างว่ามาอาศัยอยู่ที่ไทยประมาณ 5-6 ปี จะไปๆมา ๆ เนื่องจากอยู่บ้านที่กัมพูชาแล้วก็ไม่มีรายได้ไม่รู้จะทำอาชีพอะไรเนื่องจากว่า 19 ปีที่ผ่านมาระหว่างที่อยู่กัมพูชาทะเลาะกับเพื่อนแล้วถูกเพื่อนนำน้ำกรดมาสาดหน้าทำให้ต้องมาขอทานที่ประเทศไทย เพราะคนไทยใจดีเวลาเห็นคนพิการก็จะให้เงินตลอดบางวัน ได้ถึง 1,500 บาท ก็ให้ภรรยาเก็บ

ขณะที่ นางซี (นามสมมติ) ภรรยา กล่าวว่า ไม่ได้ต่อพาสปอร์ตเพราะไม่มีเงินเนื่องจากมีลูกน้อยไม่สามารถทำงานได้จึงให้สามีออกไปขอทานข้างนอกส่วนตนเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตำรวจจะควบคุมตัวชาวกัมพูชา 10 คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาตรวจสอบทำประวัติและดำเนินคดีที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี(กก.ดส.)เพื่อดำเนินคดีต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดคำสารภาพ แก๊งขอทาน ‘หน้าเหลว พิการ’ อุบัติเหตุหรือโดนทำร้าย สาเหตุเลือกเมืองไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...