โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อังกฤษ จับมือ ไทย ลงนามข้อตกลงการค้าใหม่ มุ่งส่งเสริมเทคโนโลยี ดันเศรษฐกิจดิจิทัล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ก.ย 2567 เวลา 17.34 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 10.27 น.

อังกฤษ กับ ไทย ลงนามความร่วมมือการค้าฉบับแรกในอาเซียน มุ่งขยายเทคโนโลยีจากอังกฤษมาส่งเสริมภาคส่วนต่าง ๆ ของไทย และผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงยานยนต์

วันที่ 18 กันยายน 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า ไทยและสหราชอาณาจักรประกาศความร่วมมือทางการค้าครั้งใหม่ในวันนี้ (18 ก.ย.) ซึ่งนับเป็นข้อตกลงความร่วมมือทางการค้าฉบับแรกของสหราชอาณาจักรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความร่วมมือครั้งนี้อาจนำไปสู่ข้อตกลงทางการค้าอื่น ๆ กับไทยในอนาคต ซึ่งไทยคือประเทศเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน

การเคลื่อนไหวดังกล่าวบ่งชี้ว่ารัฐบาลพรรคแรงงานชุดใหม่ของอังกฤษ เล็งเห็นความสำคัญของอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป (EU) ขึ้นมาใหม่ หลังจากอยู่ภายใต้การนำของพรรคอนุรักษ์นิยมมานานเกือบ 14 ปี ซึ่งได้นำไปสู่การออกจากสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิต (Brexit)

นายดักลาส อเล็กซานเดอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าอังกฤษ เน้นย้ำว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอังกฤษและไทย โดยตระหนักถึงตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของไทยภายในอาเซียน ซึ่งถือเป็นพื้นที่การเติบโตที่ทางเศรษฐกิจสำคัญของโลก

นายอเล็กซานเดอร์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวนิกเกอิเอเชียว่า เขาเดินทางมายังกรุงเทพมหานครเพื่อร่วมลงนามในข้อตกลงกับ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไทย โดยนายอเล็กซานเดอร์นับเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการค้าคนแรกจากรัฐบาลชุดใหม่ของอังกฤษที่เดินทางเยือนเอเชีย นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา โดยหลังจากลงนามข้อตกลง นายอเล็กซานเดอร์จะเดินทางไปยังสปป.ลาว เพื่อเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนต่อไป

สหราชอาณาจักร คือพันธมิตรทางการค้าจากยุโรปรายใหญ่อันดับ 4 ของไทย โดยในปี 2566 มูลค่าการค้าระหว่าง 2 ประเทศอยู่ที่ 6 พันล้านปอนด์ (7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ความหุ้นส่วนทางการค้าที่แน่นแฟ้น (ETP) ระบุถึง 20 ภาคส่วนสำหรับความร่วมมือ รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ ภาคบริการทางการเงิน และภาคส่วนการค้าดิจิทัล

บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ของอังกฤษให้ความสนใจเป็นพิเศษกับห่วงโซ่อุปทานของไทย ในฐานะช่องทางในการลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น การรุกรานยูเครนโดยรัสเซีย นายอเล็กซานเดอร์ชี้ว่า ผู้ผลิตในยุโรปหลายรายกำลังเผชิญความเสี่ยง เนื่องจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

ด้านนายพิชัย ได้ออกแถลงการณ์เชิญชวนนักธุรกิจจากสหราชอาณาจักรเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องการนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมุ่งหวังที่จะยกระดับอุตสาหกรรมส่งออกของไทยให้ทันสมัยมากขึ้น

นอกจากนี้ นายอเล็กซานเดอร์ ยังชี้ให้เห็นว่าบรรดาสตาร์ตอัปชั้นนำของสหราชอาณาจักรสามารถสนับสนุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับภาคส่วนที่กำลังเติบโตของไทยได้ เช่น ศูนย์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ซึ่งเป็นภาคส่วนที่สหรัฐอเมริกาและจีนได้พัฒนาก้าวล้ำไปแล้ว

ทั้งนี้ นายอเล็กซานเดอร์ย้ำว่า สหราชอาณาจักรเป็นมหาอำนาจด้านบริการ โดยภาคส่วนบริการคิดเป็น 80% ของเศรษฐกิจทั้งหมด เป้าหมายของเขาคือการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยในภาคส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง การค้าดิจิทัล บริการทางการเงิน และสินค้าอุปโภคบริโภคที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว นอกเหนือไปจากแค่ยาและการดูแลสุขภาพ

อ้างอิง : asia.nikkei.com/

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซึยน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...