โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“อะกิยะ” บ้านร้างญี่ปุ่นพุ่งทะลุ 9 ล้านหลัง ผลพวงวิกฤติประชากร สู่โอกาสทองนักลงทุนต่างชาติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 พ.ย. 2567 เวลา 12.37 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2567 เวลา 05.37 น.

"อะกิยะ" บ้านร้างญี่ปุ่นพุ่งทะลุ 9 ล้านหลัง ที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายทศวรรษ ผลพวงวิกฤติประชากร สู่โอกาสทองนักลงทุนต่างชาติ

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ท่ามกลางภาวะตลาดที่อยู่อาศัยทั่วโลกที่เผชิญภาวะตึงตัว ในทางกลับกันญี่ปุ่นกลับเผชิญปัญหาบ้านล้นตลาด ข้อมูลของรัฐบาลญี่ปุ่นพบว่าในปี 2566 ญี่ปุ่นมี "อะกิยะ" หรือบ้านร้างมากกว่า 9 ล้านหลัง โดยบางหลังมีมูลค่าต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ ซึ่งบ้านร้างเหล่านี้ถูกทิ้งร้างมานานหลายทศวรรษ กระจายอยู่ในพื้นที่ชนบทและเมืองใหญ่ นี่กลายเป็นโอกาสทองของผู้ซื้อต่างชาติ

จำนวนบ้านร้างที่เพิ่มขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งเกิดมาจากวิกฤติประชากร เนื่องจากอัตราการเกิดลดลงเหลือระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.2 คนต่อสตรี 1 คน ณ ปี 2566 ขณะเดียวกันนั้นอัตราการเสียชีวิตได้แซงหน้าอัตราการเกิดในญี่ปุ่น เนื่องจากประชากรกลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เท็ตสึยะ คาเนโกะ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษาของ Savills Japan กล่าวว่า “ปัญหา อะกิยะ หรือบ้านร้าง ได้สะสมมานานหลายทศวรรษ โดยมีรากฐานมาจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่เฟื่องฟูหลังสงคราม ซึ่งส่งผลให้มีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น …ปัญหาดังกล่าวมีความเด่นชัดมากขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 เมื่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัว และยิ่งเลวร้ายลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางประชากรเกิดขึ้น”

พร้อมเสริมว่าการอพยพเข้าเมืองเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นมีบ้านร้างมากขึ้น เมื่อคนรุ่นใหม่ย้ายเข้าเมืองเพื่อทำงาน พื้นที่ชนบทก็เหลือเพียงผู้สูงอายุที่อาจเสียชีวิตหรือไม่สามารถดูแลบ้านของตนเองได้

ในหมู่คนในท้องถิ่น อะกิยะมักถูกตีตราและถูกมองว่าเป็นภาระ ดังนั้น แม้ว่าบ้านของครอบครัวจะถูกส่งต่อไปยังลูกหลานของพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่หลายครั้งลูกหลานก็ลังเลที่จะใช้หรือขายทรัพย์สินนั้นด้วยตนเอง ทำให้มีบ้านร้างเพิ่มขึ้นในตลาด

ที่น่าสังเกตคือ บ้านที่มีอายุมากกว่า 30 ปี มักจะถือว่าเก่า และคนในท้องถิ่นมักจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น ปัญหาความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูง และความทรุดโทรม บางคนถึงกับเชื่อมโยงบ้านเหล่านี้กับความเชื่อโชคลาง เชื่อว่าอาจมีผีสิงหรือนำโชคร้ายมาให้

Michael ผู้ก่อตั้งบล็อกเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น Cheap Houses Japan กล่าวว่า“ในที่สุดแล้วคนญี่ปุ่นจำนวนมากมองว่าอะกิยะเป็นของที่ลดค่าลง ซึ่งสร้างปัญหาให้มากกว่ามูลค่า”

แต่ขณะเดียวกันนั้นอะกิยะของญี่ปุ่นกำลังได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวต่างชาติ เท็ตสึยะ คาเนโกะ กล่าวว่า “สังเกตเห็นว่ามีแนวโน้มสอบถามข้อมูลจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น … มีความสนใจและการซื้ออะกิยะเพิ่มมากขึ้น โดยความสนใจของชาวต่างชาติที่มีต่ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นนั้นเกิดจากการระบาดใหญ่โควิด-19 แนวโน้มการทำงานทางไกล และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ซึ่งพบว่าตั้งแต่ผู้ลงทุนรุ่นใหม่ไปจนถึงผู้เกษียณอายุที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อน ผู้คนจำนวนมากขึ้นกำลังมองหาบ้านหลังที่ 2”

ตัวอย่างเช่น Anton Wormann ตกหลุมรักญี่ปุ่นหลังจากได้ไปเยือนระหว่างทริปทำงาน ชายวัย 32 ปีเกิดและเติบโตที่สวีเดน และได้เดินทางไปทั่วโลกในช่วงวัย 20 ปี โดยทำงานเป็นนายแบบ ก่อนจะย้ายมาที่ญี่ปุ่นในปี 2551

เมื่อ Anton Wormann ค้นพบว่าญี่ปุ่นกำลังขายบ้านในราคาถูก เขาจึงตัดสินใจซื้อบ้านสักหลังหนึ่งเป็นของตัวเอง 6 ปีต่อมาเป็นเจ้าของอะกิยะ 7 หลัง และทำงานเป็นคอนเทนท์ครีเอเตอร์และนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นแบบเต็มเวลา โดยได้ทำการปรับปรุงบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว 3 แห่ง และกำลังดำเนินการปรับปรุงอีก 4 แห่งให้เสร็จสิ้น ปัจจุบันบ้านที่ซื้อและปรับปรุงใหม่มีมูลค่ารวมประมาณ 110,000 ดอลลาร์ สร้างรายได้จากการเช่าระยะสั้นต่อเดือน 11,000 ดอลลาร์

และปัจจุบันทรัพย์สินทั้งหมดสามารถสร้างรายได้ถึงหกหลักต่อปีได้สำเร็จ แต่สิ่งนี้คงไม่เกิดขึ้นหากไม่ได้ทุ่มเวลาและความพยายามในการทำความคุ้นเคยกับวัฒนธรรม ภาษา และผู้คนของญี่ปุ่นอย่างเหมาะสม

ด้านผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นสะท้อนเดียวกันนี้ว่า “อะกิยะอาจเป็นการลงทุนที่ดีสำหรับกลุ่มคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบงานอดิเรก ผู้ที่ชอบปรับปรุงบ้านด้วยตนเอง หรือผู้ที่มองหาสถานที่พักผ่อนในชนบทที่เงียบสงบ …อย่างไรก็ตามอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนสถาบันหรือผู้ที่มองหาผลตอบแทนที่รวดเร็วหรือจำนวนมาก เนื่องจากมีต้นทุนการปรับปรุงที่สูงและศักยภาพในการขายต่อที่จำกัดในบางพื้นที่”

ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือต้องคาดว่าค่าใช้จ่ายอาจสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบ้านจำเป็นต้องมีการซ่อมโครงสร้างหลัก และควรคำนึงด้วยว่ากระบวนการซื้อบ้านอาจมีความซับซ้อน เนื่องจากมีอุปสรรคด้านภาษาและต้องติดต่อกับหน่วยงานในพื้นที่

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...