โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

หมอผีไปอยู่ในโลกที่มีแต่มาเฟีย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 30 ม.ค. 2568 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 13.59 น. • นางไพร่
เมื่อหมอผีคนหนึ่งได้ตายลงในโลกก่อน ในช่วงที่ตายเขาได้แต่คิดว่าถ้าชาติหน้ามีจริงก็ขอให้ตัวเองได้มีครอบครัวที่ดีกับเขา ซึ่งเขาก็ได้จริงๆ แต่โลกที่ไปดันเป็นโลกของมาเฟียนี่สิ!

ข้อมูลเบื้องต้น

“หากชาติหน้ามีจริงหวังว่าฉันจะได้เกิดมาในครอบครัวที่ทำให้ฉันเป็นคนที่ดีนะ” ร่างของชายหนุ่มผิวแทนเข้ม ตาดำดูซีดและไร้ชีวิตชีวาเอ่ยออกมาพร้อมกับมือที่ถือหม้อดินเอาไว้ในมือ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

หม้อดินในมือที่ว่างเปล่าอดีตเคยมีวิญญาณที่ชั่วร้ายมากมายอาศัยอยู่ ซึ่งเดิมทีวิญญาณเหล่านั้นก็ไม่ได้สร้างบาปของมันขึ้นมาเอง แต่เป็นผู้เป็นพ่อของชายที่กำลังจะตายในตอนนี้เป็นคนทำ

พศินชายผู้นี่คือหมอผีรุ่นต่อจากผู้เป็นพ่อ เขาเพิ่งรับหน้าที่เป็นหมอผีต่อจากพ่อได้แค่1วัน เพียงแค่1วันเท่านั้นเขาก็ได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำมาโดยตลอด เขาได้ตัดสินใจปล่อยผีที่อยู่ในการควบคุมทั้งหมดที่พ่อส่งต่อให้กับเขา ผีทุกตัวอดีตกาลเป็นเพียงผีที่เร่ร่อนและรอชดใช้กรรมจดหมดจึงไปเกิด แต่เมื่อพวกผีโดนพ่อของพศินจับมาเป็นของใช้งาน เหล่าผีทั้งหลายก็มิอาจได้ไปผุดไปเกิดอีกเลย

และสิ่งที่พศินต้องแบกรับเมื่อปล่อยผีร้ายพร้อมทั้งชำระเหล่าดวงวิญญาณให้เป็นอิสระด้วยพลังชีวิตของตนเอง เขาก็ต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน

พศินที่ดวงตากำลังจะมืดสนิท ในวินาทีนั้นเขาเหลือบไปเห็นยมทูตกำลังลากโซ่ตรวนเตรียมจะพันธนาการเขาและลากเขาไปลงโทษ

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

เสียงโซ่ที่ลากมาเรื่อยๆ ทำให้พศินยิ้มบางๆ ออกมา เขาแอบนึกเสียดายชีวิตของเขาที่อายุเพิ่งจะ30แต่ก็ต้องมาหมดอายุขัยจากการเสียสละนี้ แต่เขาไม่เคยเสียใจที่ทำแบบนี้ลงไปเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำมาโดยตลอด

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเหล่ายมทูตโลกES-410 เด็กคนนี้เดี๊ยนจะพาตัวไปเอง ในนามของเทพมารผู้เป็นเอกเทศ” จู่ๆ ก็มีร่างที่มองด้วยตาเปล่าก็ยากจะคาดเดาเพศภาพปรากฎขึ้นมา

ร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามบนผิวแทน ดวงตาที่ใส่บิ๊กอายสีส้มข้างน้ำเงินข้าง และกรีดตาเฉี่ยวคมเพื่อให้เครื่องหน้าแบกทรงผมแปลกๆ อย่างทรงเขาควายสีเขียวมิ้นต์เอาไว้ ปลายเล็บที่ยาวและทาสีแดงนีออนเอาไว้ชี้ไปที่ยมทูตที่กำลังจะมารับดวงวิญญาณไป

โฮมมมมมมมมมมม

“เดี๊ยนจะรับผิดชอบดวงวิญญาณนี้ต่อเอง เอาล่ะเด็กน้อยเราไปคุยกันหน่อย” เทพมารก้มลงไปหิ้วร่างของพศินด้วยแขนข้างเดียวที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะเปิดมิติส่วนตัวออกมาแล้วเดินเข้าไปแบบสับๆ ด้วยรองเท้าส้นสูงที่ตัวรองเท้าเป็นรูปกล้วยสีทองดูแปลกตา

มาแบบแหวกแนวซะหน่อย ปกติหมอผีก็มีพลังแปลกๆอยู่แล้ว แต่ถ้าหมอผีไปอยู่ในโลกมาเฟียที่เหล่ามาเฟียมีพลังด้วยละ? จะเป็นยังไงกันนะ

ตอนที่1

“หากชาติหน้ามีจริงหวังว่าฉันจะได้เกิดมาในครอบครัวที่ทำให้ฉันเป็นคนที่ดีนะ” ร่างของชายหนุ่มผิวแทนเข้ม ตาดำดูซีดและไร้ชีวิตชีวาเอ่ยออกมาพร้อมกับมือที่ถือหม้อดินเอาไว้ในมือ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

หม้อดินในมือที่ว่างเปล่าอดีตเคยมีวิญญาณที่ชั่วร้ายมากมายอาศัยอยู่ ซึ่งเดิมทีวิญญาณเหล่านั้นก็ไม่ได้สร้างบาปของมันขึ้นมาเอง แต่เป็นผู้เป็นพ่อของชายที่กำลังจะตายในตอนนี้เป็นคนทำ

พศินชายผู้นี่คือหมอผีรุ่นต่อจากผู้เป็นพ่อ เขาเพิ่งรับหน้าที่เป็นหมอผีต่อจากพ่อได้แค่1วัน เพียงแค่1วันเท่านั้นเขาก็ได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำมาโดยตลอด เขาได้ตัดสินใจปล่อยผีที่อยู่ในการควบคุมทั้งหมดที่พ่อส่งต่อให้กับเขา ผีทุกตัวอดีตกาลเป็นเพียงผีที่เร่ร่อนและรอชดใช้กรรมจดหมดจึงไปเกิด แต่เมื่อพวกผีโดนพ่อของพศินจับมาเป็นของใช้งาน เหล่าผีทั้งหลายก็มิอาจได้ไปผุดไปเกิดอีกเลย

และสิ่งที่พศินต้องแบกรับเมื่อปล่อยผีร้ายพร้อมทั้งชำระเหล่าดวงวิญญาณให้เป็นอิสระด้วยพลังชีวิตของตนเอง เขาก็ต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน

พศินที่ดวงตากำลังจะมืดสนิท ในวินาทีนั้นเขาเหลือบไปเห็นยมทูตกำลังลากโซ่ตรวนเตรียมจะพันธนาการเขาและลากเขาไปลงโทษ

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

เสียงโซ่ที่ลากมาเรื่อยๆ ทำให้พศินยิ้มบางๆ ออกมา เขาแอบนึกเสียดายชีวิตของเขาที่อายุเพิ่งจะ30แต่ก็ต้องมาหมดอายุขัยจากการเสียสละนี้ แต่เขาไม่เคยเสียใจที่ทำแบบนี้ลงไปเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำมาโดยตลอด

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเหล่ายมทูตโลกES-410 เด็กคนนี้เดี๊ยนจะพาตัวไปเอง ในนามของเทพมารผู้เป็นเอกเทศ” จู่ๆ ก็มีร่างที่มองด้วยตาเปล่าก็ยากจะคาดเดาเพศภาพปรากฏขึ้นมา

ร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามบนผิวแทน ดวงตาที่ใส่บิ๊กอายสีส้มข้างน้ำเงินข้าง และกรีดตาเฉี่ยวคมเพื่อให้เครื่องหน้าแบกทรงผมแปลกๆ อย่างทรงเขาควายสีเขียวมิ้นต์เอาไว้ ปลายเล็บที่ยาวและทาสีแดงนีออนเอาไว้ชี้ไปที่ยมทูตที่กำลังจะมารับดวงวิญญาณไป

โฮมมมมมมมมมมม

“เดี๊ยนจะรับผิดชอบดวงวิญญาณนี้ต่อเอง เอาล่ะเด็กน้อยเราไปคุยกันหน่อย” เทพมารก้มลงไปหิ้วร่างของพศินด้วยแขนข้างเดียวที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะเปิดมิติส่วนตัวออกมาแล้วเดินเข้าไปแบบสับๆ ด้วยรองเท้าส้นสูงที่ตัวรองเท้าเป็นรูปกล้วยสีทองดูแปลกตา

พศินที่เหมือนจะสิ้นสติจู่ๆ ดวงตาก็กลับมากระจ่างใสอีกครั้ง เขามองร่างของคนที่พาตนเองมาให้ชัดๆ พร้อมกับกะพริบตาถี่ๆ เพื่อแน่ใจว่าสิ่งที่เจอนั้นเป็นตัวตนแบบไหน

“ท่านคือใครครับ” พศินไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนประหลาดแบบนี้มาก่อน

“เดี๊ยนคือเทพมารจำไว้แค่นี้ก็พอ เอาล่ะ เดี๋ยวเดี๊ยนจะส่งไปเกิดใหม่ในโลกใหม่ เพราะโลกนี้ไม่มีพื้นที่ให้เด็กน้อยอย่างเธออีกแล้ว” เทพมารกล่าวพร้อมกับยิ้มมุมปาก เธอกรีดเล็บไปบนอากาศก่อนจะมีม้วนกระดาษลอยไปรอบๆ ร่างของเธอ

เทพมารอ่านประวัติเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะกระตุกยิ้มขึ้นมา ดวงตาเหลือบมองดวงวิญญาณที่ดูจะสับสนอยู่นิดๆ ก่อนจะดีดนิ้วทำให้ม้วนกระดาษรอบๆ ตัวเธอหายไป

“เกิดใหม่โดยมีเงื่อนไขเหรอครับ?” พศินเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะส่วนมากอะไรดีๆ ก็มักไม่ได้มาฟรีๆ

“ไม่มี เดี๊ยนไม่ชอบเงื่อนไขไร้สาระและน่ารำคาญ ใช้ชีวิตไปก็พอ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากทำอะไรก็ไม่ต้องทำ เดี๊ยนแค่พอใจที่จะส่งไป แค่นั้นก็เป็นเหตุผลที่ดีพอที่เดี๊ยนจะส่งไปแล้ว” เทพมารเชิดหน้าให้เห็นสันกรามที่ไฮไลท์มาแบบเน้นให้พศินได้เชยชม

“แบบนั้นมัน…” พศินไม่กล้าจะรับสิ่งที่ดีขนาดนี้เอาไว้ เพราะเขาไม่เคยทำอะไรดีๆ พอจะรับสิ่งนี้ไว้เลย

“ไปเกิดแล้วก็ขอให้ใช้ชีวิตให้เต็มที่ โอกาสที่เดี๊ยนให้แล้วเดี๊ยนไม่รับคืน เพราะกะเทยไม่เคยยอมใคร ให้แล้วคือให้ย่ะ” เทพมารกล่าวจบประตูก็โผล่มาตรงหน้าของพศินก่อนจะมีสายลมหอบใหญ่พัดให้พศินเข้าไปในประตูนั้น

พศินที่ตกใจมากหันกลับไปมองเทพมารก่อนจะพบว่าเทพมารกำลังนั่งอยู่ข้างๆ ดวงวิญญาณที่เขาคุ้นเคย ดวงวิญญาณของผู้เป็นแม่ของเขาที่ตายตั้งแต่เขายังเด็กๆ

“เอ๊า เดี๊ยนส่งไปแล้วพอใจหรือยัง” เทพมารเอ่ยกับดวงวิญญาณหญิงสาว ที่ไปเป็นนักบุญในโลกอื่นนานแล้วและในช่วงก่อนที่เธอจะตายอีกรอบในโลกใหม่ที่ได้ไปเกิด หญิงสาวคนนี้ได้ช่วยเด็กที่เธอส่งไปให้รอดพ้นจากอันตรายถึงชีวิตมาได้ ทำให้เทพมารอยากจะตอบแทน

“ดิฉันขอบคุณท่านมากนะคะ เด็กคนนั้นเขาทรมานมาตั้งแต่เกิด เพราะสามีชั่วๆ ที่ฉันหลงผิดในชาติแรกทำให้เด็กคนนั้นไม่เคยยิ้มได้อย่างที่ควรจะเป็นเลยสักครั้งเดียว” ดวงวิญญาณผู้เป็นแม่ แม้ย้ายไปอีกโลกก็ยังคิดถึงลูกชายในโลกเดิมอยู่ตลอด ในยามที่ตายเธอก็หวนนึกถึงลูกชายของเธอ เธอเลยเลือกจะขอให้มอบโอกาสที่2ให้กับลูกชายเธอแทนที่จะเป็นตัวเธอเอง

“ย่ะ เดี๊ยนถือว่าตอบแทนเธอแล้ว คราวนี้ไปได้แล้ว ไปในภพภูมิที่เธอควรจะไป อย่ามารังควานเดี๊ยนเป็นครั้งที่2เพราะเดี๊ยนไม่ได้ว่างนักหรอก พอดีมีนัดแก้ชุดที่เพิ่งสั่งตัดด้วย” เทพมารปัดมือไล่ดวงวิญญาณสาวให้ไปในที่ที่เธอควรได้ไป ก่อนที่ตัวเองจะรีบเดินไปติดต่อช่างตัดชุดประจำตัวของตนเอง

ทางด้านดวงวิญญาณของพศินเขาได้ไปเกิดใหม่ในครอบครัวใหม่ที่มีผู้เป็นพ่อเลี้ยงเดียวเลี้ยงเขามาด้วยความรัก ตลอดเวลากว่า20ปีพศินได้มีความสุขกับชีวิตแบบที่เขาไม่เคยได้ในชาติก่อน

“พาลินลูกเตรียมของหรือยัง แล้วนั่นอะไรลูกเล่นกับกระดาษอีกแล้วนะ” ในโลกนี้พศินได้มีชื่อใหม่ว่าพาลิน เป็นเด็กชายผิวสีแทนเข้มและเส้นผมสีขาวซีด เหมือนกับดวงตาสีขาวของเจ้าตัว

“ครับพ่อ เตรียมแล้วครับ” พาลินหันไปยิ้มให้กับผู้เป็นพ่อ พ่อของพาลินมีชื่อว่าโอเลซ เขาเป็นชายวัย50ที่ยังคงแข็งแรงและเต็มไปด้วยภูมิฐานที่ทำให้หลายๆ คนเห็นแล้วยังต้องอยากมาเป็นแม่เลี้ยงของพาลิน แต่โอเลซก็ไม่ได้รับใครเข้ามาในชีวิตเพราะยึดมั่นในความรักที่มอบให้กับครอบครัวของตนเอง

ของที่พาลินเตรียมก็คือการเข้าเรียนในมหาลัยระดับโลก ตั้งในเมืองโพลิโฮลิ เมืองกลางน้ำขนาดใหญ่ที่มีเหล่าผู้มากความสามารถมากมายหวังจะไปอยู่ที่นั่นกัน

แต่แน่นอนว่ามันคือเมืองแห่งการศึกษา ทำให้ที่แห่งนั้นมีเพียงนักเรียนเท่านั้นที่จะไปอยู่ได้ และอยู่ได้แค่5ปีเท่านั้น ทำให้นอกจากบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนแล้วก็ไม่มีใครสามารถอยู่ที่นั่นได้เกิน5ปีเลย

“กระดาษพวกนี้ลูกเขียนอะไรลงไปอีกละเนี่ย” โอเลซมองไปที่กระดาษขาวที่ถูกเขียนอักขระแปลกๆ ที่ลูกชายไปศึกษาจากไหนมาก็ไม่ทราบเอาไว้

“อ่อ อันนี้คุ้มภัย อันนี้อาคมบังตาครับ” พาลินยิ้มหวาน ในชาตินี้เขาไม่ได้เป็นหมอผีสายดำแต่เลือกเป็นสายขาวแทน อาชีพที่คล้ายกันแต่ต่างกันสุดขั้ว

หมอผีสายดำจะทำการทรมานดวงวิญญาณและบัญชาให้พวกมันทำตาม แต่สายขาวจะเป็นการหยิบยืมพลังของผีมาใช้เพียงบางส่วนและตอบแทนด้วยบุญที่ทำให้ผีไปเกิดใหม่ได้เร็วขึ้นแทน

“ของแปลกๆ อีกแล้ว พาวน์ของลูกนี่แปลกจนพ่อเข้าไม่ถึงจริงๆ” โอเลซกล่าวถึงพาวน์ที่ลูกชายมีมาตั้งแต่เกิดแต่เพิ่งมาฉายแววในช่วงที่อ่านออกเขียนได้

พาวน์ในโลกนี้ก็เป็นเหมือนพลังที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด พาวน์จะถูกแบ่งแยกออกเป็นหลายประเภท แต่มี4ประเภทหลักๆ เลยคือ โจมตี,ป้องกัน,รักษา และสนับสนุน ซึ่งพาวน์จะมีความสามารถมากหรือน้อยก็ขึ้นกับการฝึกและพรสวรรค์ของแต่ละคน บางคนมีพาวน์โจมตีแต่ก็ทำได้แค่เสกลูกไฟออกมาเท่าไม้ขีดไฟเท่านั้น หรือต่อให้มีพาวน์หายากแบบรักษาแต่ถ้ารักษาแผลถลอกยังใช้เวลาเป็น10นาทีก็ไม่มีประโยชน์

แถมมนุษย์ทุกๆ คนยังมีกฎห้ามใช้พาวน์ในที่สาธารณะอีกด้วย หากถูกจับได้จะโดนปรับหลายเดล ซึ่งเดลก็เป็นสกุลเงินในโลกนี้ ที่มีแค่ค่าเดียวทั่วโลก อาหารที่ทานแล้วอิ่มท้องจำพวกขนมปังและนม1กล่องจะตกราคา10เดล และรายได้เฉลี่ยของผู้คนบนโลกนี้จะมีประมาณ1หมื่นเดล

“ห้ามให้ใครรู้ว่าลูกใช้พลังล่ะ” โอเลซเอ่ยเตือนลูกชาย เพราะพาวน์ของลูกชายแบ่งแยกประเภทไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว มันทำได้ทั้ง4ประเภทที่กล่าวมาเลย

“ครับ พ่ออย่าลืมทานอาหารให้ครบทุกมื้อน่ะครับ อย่าทำงานเพลินหรือหนักเกินไป อ่อ พ่อพกยันต์ที่ถือไว้ได้เลยครับ ผมทำมาให้พ่อ” พาลินตั้งใจว่าในโลกนี้เขาจะอยู่อย่างสงบๆ ไม่ทำตัวโดดเด่น เพราะชีวิตแบบนี้เขาก็พอใจมากแล้ว

“พาลินจำเรื่องที่พ่อบอกก่อนหน้านี้ได้ไหม?” โอเลซกล่าวกับพาลินด้วยสีหน้าจริงจัง เพื่อย้ำก่อนที่ลูกชายจะต้องย้ายไปอยู่ที่หอ

“อย่าพยายามข้องเกี่ยวกับแฟมิลี่ใดๆ เป็นอันขาด แต่พ่ออยู่วีโลนี่แฟมิลี่นี่ครับ แน่นอนว่าที่ผมพูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าผมอยากเข้าแฟมิลี่นะครับ แค่สงสัยว่าแฟมิลี่ไม่ดียังไง” พาลินยิ้มบางๆ เขามองไปที่ผู้เป็นพ่อซึ่งก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของแฟมิลี่

โลกนี้แบ่งออกเป็น12เมือง เมืองที่พวกพาลินอยู่คือเมืองรหัส3 ระบบปกครองนั้นไม่มีแบบเจาะจง แต่ทุกๆ คนก็รู้กันว่าเมืองรหัส3นั้นมีแฟมิลี่ที่เป็นเหมือนมาเฟียปกครองอยู่2แฟมิลี่ นั่นก็คือวีโลนี่แฟมิลี่และ รูชูร่าแฟมิลี่ ซึ่งเมืองอื่นๆ อีก11เมืองก็มี2ถึง3แฟมิลี่คอยปกครองอยู่

“พ่ออยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างสงบๆ อย่าเข้ามาข้องเกี่ยวกับแฟมิลี่ ไม่ว่าจะแฟมิลี่ใดๆ ก็มักจะมีมุมมืดอยู่” โอเลซเฝ้าให้ลูกชายได้มีชีวิตที่สงบสุข เขาไม่ต้องการให้ลูกชายของตนเองต้องเจอเรื่องร้ายๆ

“ครับพ่อ ผมจะไม่เข้าแฟมิลี่ใดๆ เลย” พาลินเข้าใจเจตนารมณ์ของผู้เป็นพ่อดี พ่อของเขานั้นใจดีเป็นอย่างมากและไม่อยากให้เขาไปยุ่งกับเรื่องอันตราย ดังนั้นเขาก็ควรตอบรับความปรารถนานี้ของพ่อด้วย

‘เราแค่ไปเรียนให้สนุกก็พอแล้วละ’พาลินยิ้มบางๆ ก่อนจะมองผีที่คิดจะตามเขาไปด้วย

ตอนที่2

พาลินในตอนนี้กำลังเดินทางด้วยรถของผู้เป็นพ่อที่ขับมาส่งเขาที่นครแห่งการศึกษาโพลิโฮลิ การมาส่งนี้มีระยะเวลาที่เข้าไปส่งได้นั่นก็คือช่วง8โมงเช้าถึง10โมงเช้าเท่านั้น และนครแห่งการศึกษานี้รวมตัวหัวกะทิในด้านต่างๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นวิชาการ กีฬา หรือแม้แต่พาวน์

‘เจ้าสนุกขนาดนั้นเลยเหรอ?’ ดวงวิญญาณสีเขียวขนาดจิ๋วมีรูปลักษณ์เป็นเหมือนเด็กตัวเล็กๆ ประมาณ3นิ้ว ที่หัวมีต้นอ่อนงอกอยู่เอ่ยถามพาลิน

‘ก็คงสนุกนั่นแหละ เพราะนี่คือการเรียนรู้แบบใหม่ๆ สำหรับเขา’ ดวงวิญญาณสีน้ำตาลที่มีเขาออกมาบนหัว ขนาดตัวเท่ากับดวงวิญญาณสีเขียว

ดวงวิญญาณเหล่านี้แตกต่างจากผีที่พาลินทำสัญญาด้วย เพราะดวงวิญญาณเหล่านี้คือพาวน์ของเขาจริงๆ พาวน์ที่มีชื่อว่าความทรงจำแสนรักของเทพมาร เป็นดวงวิญญาณที่มี3ดวงวิญญาณด้วยกัน ได้แก่ดวงวิญญาณแห่งพืชพรรณสีเขียว ดวงวิญญาณแห่งสรรพสัตว์สีน้ำตาล ส่วนอีกอันเป็นดวงวิญญาณสีแดงที่เงียบสงบและไม่เคยพูดอะไรออกมาเลย ทำให้พาลินไม่ทราบว่าดวงวิญญาณสีแดงนี้คืออะไรกันแน่

พาลินได้รับพลังที่มากกว่าคนอื่นๆ เพราะเขาสามารถใช้พลังของหมอผีได้ด้วย อย่างยันต์ที่เขาสร้างก็มาจากพลังของหมอผีที่เขาทำเป็นในชาติก่อนอยู่แล้ว

“พาลิน ลูกเรียนรุ่นเดียวกับนายน้อยทายาทผู้นำวีโลนี่แฟมิลี่รุ่นที่7 แต่ต่อให้เรียนรุ่นเดียวกันก็ไม่ต้องหวังจะเข้าไปทำความรู้จักล่ะ มันอันตราย” โอเลซเอ่ยขึ้นมาในขณะที่กำลังขับรถใกล้ถึงนครแห่งการศึกษาโพลิโฮลิแล้ว

“พ่อเพิ่งรู้เรื่องนี้เพราะรถคันนั้นใช่ไหมครับ” พาลินชี้ไปที่รถที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขา และเป็นรถที่มีตราสัญลักษณ์กระสุนปืนติดปีกของวีโลนี่แฟมิลี่

“ใช่ พ่อคิดว่าเขาจะเข้าเรียนในปีหน้า แต่เหมือนเขาจะเข้ามาเรียนในปีนี้เลย” โอเลซคาดการณ์ผิดไป เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ของแฟมิลี่อยู่ในความเสถียรเลยไม่จำเป็นต้องรีบส่งนายน้อยที่อายุ19มาเข้าเรียนเพื่อหาพวกพ้อง

“นายน้อยขอวีโลนี่แฟมิลี่ชื่อ อองเฟย์ เดอ วีโลนี่สินะครับ เข้าใจแล้ว” พาลินพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นนายน้อยของวีโลนี่ยังไงก็ต้องได้ขึ้นรับตำแหน่งต่อจากผู้นำคนปัจจุบันไม่ช้าก็เร็วอยู่ดี

“ใช่ ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ลูกก็พยายามทำตัวให้ไม่โดดเด่นมากจะดีที่สุด ยิ่งพลังของลูกต้องระมัดระวังเอาไว้” โอเลซใจจริงอยากให้ลูกใช้ชีวิตแบบที่อีกฝ่ายต้องการ แต่เพื่อความปลอดภัยในอนาคตของลูกชาย บางครั้งการเตือนหรือจำกัดอะไรบางอย่างก็ย่อมดีกว่า

พาลินยิ้มรับบางๆ เขาเข้าใจเพราะพลังพาวน์ส่วนใหญ่ไม่ได้ทรงอำนาจและครอบคลุมแบบที่พาลินมี หากคนอื่นๆ รู้ว่าพาลินมีพาวน์ที่แข็งแกร่ง ความสงบสุขที่เขาต้องการคงมลายหายไปในพริบตา

เมื่อมาถึงโรงเรียนตัวของพาลินก็ได้เข้ามาที่หอพักก่อน หอพักของที่นี่เป็นห้องพักส่วนตัวสำหรับเด็กแต่ละคน เพราะเด็กๆ ทุกคนจำเป็นต้องมีพื้นที่ส่วนตัวเอาไว้ทบทวนบทเรียนหรือฝึกฝน ทำให้สถานที่แห่งนี้ถูกยกย่องว่าเด็กที่จบไปจะมีมูลค่ามากพอที่จะเป็นที่ต้องการของทุกสายงานที่จบไปแน่นอน

“นักเรียนใหม่สินะ ขอดูสายเรียนหน่อย” รุ่นพี่หัวทองตาขีด อีกฝ่ายสูงประมาณ180เซนติเมตรทำหน้าที่เป็นรุ่นพี่นำทางในวันนี้

“นี่ครับ” พาลินส่งกระดาษที่เป็นสิ่งยืนยันว่าเป็นนักเรียนแห่งนี้และต้องมอบให้กับหอพักเพื่อรับห้องของตนเอง

“สาขาพาวน์นี่เอง ฉันเป็นรุ่นพี่สาขาเดียวกับนายอยู่ปี2 ชื่อจ๊วด เยเกอร์ เรียกรุ่นพี่จ๊วดก็พอ เอาละ ห้องสำหรับสาขาพาวน์จะอยู่ทางทิศตะวันออก” จ๊วดยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินนำตัวของพาลินออกไป

โดยหอพักแห่งนี้จะมีอยู่3ส่วน ได้แก่ส่วนทิศเหนือ,ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก หอพักฝั่งเหนือเป็นของสาขาวิชาการ ในส่วนของฝังตะวันตกจะเป็นสาขากีฬา แน่นอนว่าทิศตะวันออกจะเป็นส่วนที่พาลินมาอยู่เป็นสาขาเกี่ยวกับพาวน์

สาขาเกี่ยวกับพาวน์มีแตกแขนงไปตามสาขาย่อย เช่นต่อสู้ ป้องกัน สนับสนุน และรักษา วิชาเกี่ยวกับพาวน์นั้นเดิมทีถูกสร้างมาเพื่อแฟมิลี่แบบลับๆ อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะมันยังมีโรงพยาบาลหรืองานอื่นๆ ที่ยังต้องการคนที่มีพลังพาวน์ที่เหมาะกับงานนั้นๆ อยู่

พาลินถูกพามายังห้องส่วนตัวพร้อมกับได้รับกุญแจของห้อง ภายในห้องนั้นเป็นขนาดที่พอดีสำหรับอยู่คนเดียว เตียงขนาด3.5ฟุต มีห้องน้ำ1ห้องในตัว มันดีพอที่จะอยู่แบบสบายๆ เพราะมีเฟอร์นิเจอร์ครบถ้วน

“ห้องน่าอยู่มากเลย” พาลินยิ้มบางๆ ก่อนจะเหลือบไปมองเหล่าผีที่มาเกาะหน้าต่าง

‘เข้าไม่ได้อะ เข้าไม่ได้อะ แง’ดวงวิญญาณผีเด็กร้องไห้ออกมาเมื่อไม่สามารถเข้าไปในห้องที่พาลินอยู่ได้

“ใจเย็นๆ ครับ มาๆ เข้ามา” พาลินนั้นรู้ว่าสาเหตุที่ผีเข้ามาไม่ได้ก็เพราะพาลินเข้ามาในห้องและพลังของหมอผีทำให้วิญญาณยังเข้ามาในพื้นที่ไม่ได้จนกว่าเขาจะอนุญาต

วุบ

วิญญาณ2ตัวเข้ามาในห้องของพาลิน วิญญาณดวงแรกคือผีเด็ก เป็นผีที่น่าสงสารมากเพราะตายตั้งแต่เด็กๆ จากการอดอยาก พาลินเลยรับมาดูแล และทำสัญญาด้วยเพื่อมอบบุญให้จะได้หมดเคราะห์ไวๆ แน่นอนว่าผีเด็กก็ยังเป็นผี อีกฝ่ายเป็นผีที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ทำให้พลังเยอะ ดังนั้นเวลาทำงานผีเด็กเลยทำงานได้อย่างดีเยี่ยมในเรื่องการใช้พลัง

ส่วนวิญญาณตัวที่2คือผีพ่อบ้าน ที่ไปได้มาจากการเที่ยวชมคฤหาสน์โบราณที่เป็นสถานที่ทัศนศึกษา ผีพ่อบ้านมีความเนี้ยบที่สูงมาก เป็นผีที่สามารถเก็บข้อมูลจากสถานที่ต่างๆ และนำมาให้พาลินได้เสมอ ถือเป็นสายสืบข่าวที่เก่งมากทีเดียว

พวกเราต้องมาอยู่ที่นี่หรือเนี่ย ห้องเล็กแบบนี้ท่านอยู่ได้อย่างไร’พอลดวงวิญญาณพ่อบ้านเอ่ยก่อนจะถามพาลินที่ต้องอาศัยในห้องที่เล็กในสายตาพอล

‘ไม่มีของเล่นเลยง่า พาลินเอาของเล่นมาด้วยไหม มีบ้างไหม?’ โรบี้ผีเด็กลอยมาเกาะขาของพาลินเอาไว้พร้อมกับออดอ้อนขอของเล่น

“ห้องแค่นี้สำหรับคนเดียวกำลังดีเลยครับ ทำความสะอาดไม่ยาก แล้วก็โรบี้ของเล่นตอนนี้มีแค่ตุ๊กตาเอาไปก่อนได้ไหม เดี๋ยวจะซื้อให้ในเดือนถัดไปอีกชิ้นนะ” พาลินเอ่ยตอบเหล่าผีๆ ทั้งหลาย ที่มาช่วยงานเขา จริงๆ ก็มีผีมากกว่านี้แต่คนอื่นๆ ก็เลือกจะเฝ้าบ้านของเขาไว้มากกว่าตามมาแบบผี2ตัวนี้

พาลินใช้เวลาเก็บของไม่นานเพราะของเขาไม่ได้พกมาเยอะ พอเก็บเสร็จก็มองตารางเรียนที่ต้องเรียนในอีกไม่กี่วัน ส่วนในวันพรุ่งนี้จะเป็นพิธีปฐมนิเทศ ทำให้ในวันนี้มีคนทยอยมาที่หอกันมากขึ้นแล้ว

“คุณพอลรบกวนไปสำรวจให้หน่อยครับว่าห้องข้างๆ ผมเป็นใคร” พาลินอยากแน่ใจเอาไว้ก่อนว่าคนที่อยู่ข้างห้องกันนั้นจะเป็นอันตรายต่อเขาไหม

‘ได้สิ ท่านรอมินานข้าก็จะกลับมาพร้อมข้อมูลที่ท่านต้องการ’พอลตอบรับแล้วเดินทะลุกำแพงห้องไปยังห้องข้างๆ ทันที

‘เจ้ารอบคอบดีจริงๆ ว่าแต่เจ้าจะออกไปเพิ่มกำลังพลบ้างหรือไม่ ที่นี่เองก็มีผีมากมายเลยนะ’ดวงวิญญาณน้ำตาลไปสำรวจมาแล้วว่ามีผีอยู่มากมายในบริเวณนี้

“ยังก่อนดีกว่าครับ แค่นี้ผมก็แทบจะไม่มีค่าบุญให้พวกเขาแล้ว ไหนจะของเซ่นไหว้อีก ผมไม่มีเงินมากพอจะเลี้ยงพวกเขาเป็นจำนวนมากครับ” การเลี้ยงผีแบบหมอผีสายขาวมีข้อเสียหลักๆ ก็คือเรื่องเงิน เพราะในขณะที่หมอผีสายดำทำการบังคับขู่เข็ญผี ตัวของหมอผีสายขาวต้องใช้เงินซื้อของมาเซ่นไหว้และทำสัญญาประนีประนอม

‘ทำธุรกิจในโรงเรียนก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ ข้าว่าที่แห่งนี้มีแต่คนร่ำรวยมาเรียนกันย่อมเหมาะกับการหาต้นทุนในการอุ้มชูดูแลเหล่าผีให้ได้ไปสู่สุคติไวขึ้น’ดวงวิญญาณเขียวเสนอขึ้นมา

“แต่ผมไม่อยากเปิดเผยพลังของตัวเองนี่ครับ” พาลินไม่ค่อยอยากแสดงพลังของตัวเองเยอะนัก สิ่งที่เขาต้องการจะมาแสดงในโรงเรียนนี้คือพลังด้านการรักษาของตัวเอง เพื่อที่จะได้จบไปเป็นหมอหรือหน่วยรักษาในโรงพยาบาล

‘พลังรักษาก็ส่วนหนึ่ง แต่เจ้าสามารถใช้งานพลังบางส่วนที่หลายๆ คนคิดว่าไร้ค่ามาหากินได้เช่นกัน’ดวงวิญญาณเขียวลอยมาตรงหน้าของพาลินพร้อมกับรอยยิ้ม

“พลังไร้ค่า?” พาลินไม่เคยมีพลังไร้ค่าเลยในความคิดของเขา แต่ในความคิดของคนอื่นอาจจะมีอยู่บ้าง

‘พวกมาเฟียสู้รบกันแบบลับๆ การสู้รบย่อมมีความไม่ลงรอยกันเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งที่เจ้าต้องขายก็คือน้ำหอม’ดวงวิญญาณสีเขียวพูดจบ พาลินก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที

“น้ำหอมฟื้นฟูพื้นที่?” สิ่งที่พาลินเอ่ยออกไปนั้นคือสิ่งที่เขาทำได้ น้ำหอมที่เขากล่าวถึงมันมีความสามารถในการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมทุกอย่าง โดยที่น้ำหอม1ขวดจะใช้ได้แค่1ครั้ง เพราะมันคือการเทลงไปทั้งขวด กลิ่นหอมของน้ำหอมจะทำให้ผู้คนเห็นภาพหลอนชั่วขณะ และในจังหวะนั้นสภาพพื้นที่จะฟื้นฟูตัวเองให้กลับมาเป็นดังเดิม

‘ถูกต้องแล้ว พลังซ่อมแซมพื้นที่ไม่ได้เป็นที่ต้องการและมองว่าไร้ค่าสำหรับใครหลายๆ คน แต่มันจะมีประโยชน์กับพวกมาเฟียที่ชอบสู้กันแล้วอยากทำลายหลักฐานทางพื้นที่’ดวงวิญญาณสีเขียวยิ้มพยักหน้าเมื่อพาลินนั้นเดาได้ถูกต้อง

‘แล้วอย่าได้เอาไปขายเองล่ะ เอาไปขายในโรงประมูลลับของโรงเรียน เพราะมันจะเป็นแบบปกปิดตัวบุคคลที่นำของมาประมูล’ดวงวิญญาณสีน้ำตาลเอ่ยเตือนเอาไว้ก่อน เพราะถ้าเอาไปขายเองจะเท่ากับเปิดเผยตัวตน

“โรงประมูลลับ ที่เปิดแค่ทุกวันศุกร์ พ่อบอกว่าเป็นสถานที่ชุกชุมของเหล่ามาเฟีย” พาลินจำสถานที่นั้นได้เป็นอย่างดี เพราะพ่อของเขาย้ำแล้วย้ำอีกถึงสถานที่แห่งนั้น

‘ใช่ ปลอมตัวไปให้แนบเนียนไม่ได้ยากสำหรับเจ้าสักหน่อยจริงไหม’ดวงวิญญาณน้ำตาลรู้ดีว่าคนที่มันดูแลอยู่นั้นมีความสามารถแค่ไหน เรื่องการปลอมตัวเองก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่พาลินทำได้ดี

“ครับ งั้นคงต้องออกไปหาซื้อของมาทำน้ำหอมฟื้นฟูพื้นที่เสียก่อน” พาลินเตรียมจะออกเดินทาง โดยให้เด็กน้อยอย่างโรบี้อยู่เฝ้าห้อง หากมีมนุษย์แอบเข้าห้องมาก็ให้จัดการได้เลย

ซึ่งตลาดที่พาลินจะไปซื้อก็คือตลาดการค้าของเหล่านักเรียนกันเอง ที่ออกไปทำภารกิจต่างๆ แล้วนำของกลับมาขาย โดยเป็นการขายที่เน้นสร้างคอนเนคชั่นมากกว่ามูลค่าทางทรัพย์สิน

ตอนที่3

ตลาดของเมืองโพลิโฮลิคึกคักเป็นพิเศษในวันนี้ เพราะมีนักเรียนเข้ามาใหม่หลายคนเลือกที่จะมาเดินเที่ยวในเมือง ซึ่งตลาดก็เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวนั้นด้วย

“น้องชายสนใจขนมไหม นี่ขนมน้ำตาลปั้นเป็นรูปสัตว์น่ารักๆ เยอะแยะเลยนะ จะซื้อไปให้แฟนก็ได้ซื้อไปทานเองก็ดี”

“ทางนี้จ้า ทางนี้ ของดีมีคุณภาพ ไม้สำหรับส่งพลังพาวน์”

“สดๆ เลย สดๆ ปลานำเข้ามาวันนี้สด สดเลยครับ”

เสียงดังตลอดทั้งทางเดินในย่านตลาด พาลินได้ยินก็ทำเอานึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะแต่ละคนก็อายุพอๆ กับพาลินเลย หากแต่พวกเขากลับมีความสามารถในการค้าขายและสร้างสัมพันธไมตรีได้มากกว่าพาลินมาก

“พวกเขาเก่งกันจัง ผมยังไม่กล้าเข้าสังคมมากเท่าพวกเขาเลย” พาลินไม่ได้เก่งเรื่องเข้าสังคม เห็นแบบนี้เขาก็สะดวกใจจะคุยกับผีมากกว่าคนด้วยกันเอง เพราะผีที่เขาคุยด้วยไม่เคยคิดจะหลอกเขาเหมือนมนุษย์ที่หลอกเขาได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

‘เจ้ามักจะโดนมองว่าหยิ่งผยองเมื่อเข้าหาผู้อื่น นั่นก็เพราะเจ้าเข้าหาคนอื่นไม่เก่งและสร้างตัวตนอีกตัวตนขึ้นมาเข้าหาพวกเขา’ดวงวิญญาณสีน้ำตาลนั้นมองว่าตัวตนจริงๆ ของพาลินนั้นน่ารักมากๆ แต่เวลาอยู่กับคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ครอบครัวบุคลิกก็จะเปลี่ยนไปเหมือนมีระบบป้องกันตัว

“ผมกลัวมนุษย์ละมั้งครับ ฮะ ฮะ ฮะ” พาลินหัวเราะแห้งๆ แล้วเดินไปที่ร้านขายสมุนไพร

ร้านขายสมุนไพรนี้ไม่ได้ขายด้วยนักเรียนแต่เป็นอาจารย์ที่สอนเกี่ยวกับวิชาสมุนไพรและยา เป็นวิชาที่สามารถลงเรียนเสริมได้แล้วแต่ว่าใครต้องการจะเรียน

“มาซื้อสมุนไพรหรือขายสมุนไพรล่ะ” เคธี่กล่าวพร้อมกับมองไปที่พาลินที่สวมผ้าคลุมปกปิดใบหน้า และไม่ว่าเธอจะพยายามมองใบหน้าของพาลินมากแค่ไหนก็ไม่สามารถมองเห็นได้ ราวกับมีเงาบางอย่างบังตาเธออยู่

แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่เรียกว่าอาคมบังตา ตัวของพาลินจงใจใช้มันแค่ครึ่งหน้า ทำให้ปิดใบหน้าส่วนสำคัญไม่ให้หญิงสาวเจ้าของร้านจำได้

“มาซื้อ” พาลินตอบไปแบบห้วนๆ นี่คือสิ่งที่พาลินพยายามจะแก้ไข บุคลิกที่ราวกับตัวเองในสมัยก่อนที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำให้คนอื่นรู้สึกเกรงกลัวเขา เพื่อที่พวกเขาจะไม่เข้ามาใกล้ให้พวกเขาต้องเดือดร้อนจากศาสตร์มืดที่เขามีรอบกายในชาติก่อน

“งั้นบอกรายชื่อสมุนไพรที่ต้องการมาสิ ฉันจะไปหยิบของที่มีให้ ส่วนถ้าไม่มีก็รอสัก3วันสมุนไพรนั้นก็จะถูกนำมาเพื่อคุณเลย” เคธี่กล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มการค้า เธอถอดใจที่จะมองหน้าของลูกค้าแล้วถามหาความต้องการของเจ้าตัวแทน

“ฉันต้องการดอก!@#$%^& () ” พาลินเอ่ยชื่อสมุนไพรที่ต้องการ ซึ่งมันโชคดีมากที่สมุนไพรทุกอย่างที่เขาต้องการนั้นมีพอดี

เมื่อได้ของที่ต้องการพาลินก็ยังไม่ได้กลับไม่ที่หอพักในทันที ตัวของพาลินเดินไปเรื่อยๆ เพื่อสำรวจพื้นที่โดยรอบให้ทั่วก่อน แม้จะยังไม่สามารถสำรวจได้ทั้งหมดตั้งแต่ครั้งแรก แต่การได้ออกมาสำรวจแค่ทีละนิดๆ ก็ยังถือว่าดีมากแล้ว

สถานที่ที่พาลินเลือกจะมาต่อจากร้านสมุนไพรก็คือโรงประมูลสถานที่ที่ตั้งเป็นแบบลับๆ มันอยู่ในตรอกแคบที่ตอนนี้ไม่ค่อยมีผู้คนมา เพราะโรงประมูลจะเปิดแค่วันศุกร์ แต่วันนี้คือวันเสาร์ แปลว่าโรงประมูลกว่าจะเปิดก็อีกหลายวัน

“ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนจะโดนดักฆ่าได้ง่ายๆ เลยนะเนี่ย” พาลินเอ่ยออกมาเพราะเขาคิดว่าที่แห่งนี้มืดและชื้นมากๆ

‘แต่ผีที่นี่ไม่ค่อยมี แปลว่าการดูแลของโรงประมูลคงจะดีพอที่จะไม่ฆ่าตรงนี้’ดวงวิญญาณสีน้ำตาลกล่าวก่อนจะยิ้มมุมปาก

‘แต่นั่นก็ดวงวิญญาณนะ แล้วดูท่าจะเกี่ยวกับโรงประมูลด้วย’ดวงวิญญาณสีเขียวกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่ดวงวิญญาณที่นั่งอยู่บนหลังคาโรงประมูลลับ

“เขามองที่ผม?” พาลินมั่นใจมากว่าผีตัวนั้นกำลังมองมาที่พาลิน

‘เจตนาดีไม่ได้น่ากลัวอะไร’ดวงวิญญาณสีน้ำตาลกล่าวออกมาทำให้พาลินสบายใจมากขึ้น

‘ว้าว ไม่คิดว่าจะมีคนที่มีพาวน์เกี่ยวกับผีในโลกนี้ด้วย’ดวงวิญญาณที่อยู่ในชุดสูทกึ่งทางการ ที่เป็นเสื้อกั๊กสีแดงตัดกับเชิ้ตสีขาวตัวใน และกางเกงดำยาว อีกฝ่ายมีสีผมสีดำสนิทเหมือนดวงตาทำให้ดูเป็นเหมือนหนุ่มงามคนหนึ่งที่ดูน่าค้นหา

“คุณคือใครครับ” พาลินเอ่ยออกมาโดยไม่กลัวว่าใครจะมองว่าแปลก เพราะการคุยกับผีก็เป็นสิ่งที่พาลินทำแล้วสบายใจอยู่แล้ว

‘ฉันชื่อ คัลเลอร์ เป็นผีที่เฝ้าอยู่ที่โรงประมูลแห่งนี้มานานแล้ว ไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีก็อยู่ที่นี่ตลอดไม่ได้ไปไหน’คัลเลอร์แนะนำตัวเองพร้อมกับผายมือไปที่โรงประมูลด้านหลัง

“ใช้คำว่าเฝ้าโรงประมูล แปลว่าคุณยึดติดอยู่กับที่นี่เหรอครับ?” ประเภทผีนั้นต่างออกไปตามแต่การตายของพวกเขาและห่วงที่พวกเขามี

ผีเองก็มีชนชั้นระดับและประเภทไม่ต่างจากมนุษย์ ผีที่ไปไหนมาไหนไม่ได้จะถูกเรียกว่าผียึดติด ที่จะยึดติดกับของบางอย่างหรือสถานที่บางสถานที่ ต่างจากผีที่มีห่วงเกี่ยวกับตัวเองเช่นผีที่อยากเห็นอะไรสักอย่างหรือรอบุญครบก็จะไปสู่สุคติที่ไปไหนมาไหนได้อิสระ

และผีที่มีระดับชนชั้นก็แบ่งออกเป็นผีทั่วไปที่มีพลังไม่เยอะ ผีบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยพลัง ผีมีหน้าที่หรือก็คือพวกผีที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาบางสิ่ง และผีร้ายที่มีแต่ความอาฆาตพยาบาทต่อมนุษย์หรือสัตว์

‘ก็คงอย่างนั้น ไม่รู้สิ อยู่มานานมันก็หลงๆ ลืมๆ บ้าง ว่าแต่เด็กน้อยแบบเธอมาทำอะไรที่โรงประมูลแห่งนี้ล่ะ วันนี้โรงประมูลปิดนะรู้หรือเปล่า’คัลเลอร์ยักไหล่แล้วมองไปที่พาลินเพื่อคาดเดาว่าเด็กคนนี้มาทำอะไรที่นี่

“ผมแค่มาดูน่ะครับ เพราะเดี๋ยวจะเอาของมาประมูลที่นี่” พาลินไม่ได้คิดปิดบัง เพราะอย่างที่คัลเลอร์พูดมา คนที่เห็นผีน่ะไม่มีเลยในโลกนี้ พาวน์ที่ปรากฏแล้วคล้ายคลึงกับสิ่งที่พาลินทำได้มากที่สุดคือเนโครแมนเซอร์ แต่พาวน์นี้ทำได้แค่เรียกพวกโครงกระดูกไร้วิญญาณออกมาเท่านั้น ไม่ได้เห็นผีแบบพาลิน ดังนั้นเขาไม่ต้องระแวงว่าใครจะรู้เรื่องที่เขาเป็นคนนำของไปประมูลจากปากผีแบบคัลเลอร์เลยแม้แต่นิดเดียว

‘เจ้าอยากทำงานให้กับเด็กของเราไหมล่ะ ข้ารู้นะว่าเจ้าไม่ใช่ผีเฝ้าโรงประมูลธรรมดา การแต่งตัวของเจ้าก็คงเป็นคนมีระดับในโรงประมูลไม่น้อยในอดีตที่ยังมีชีวิตอยู่ แน่นอนว่าถ้าช่วยเด็กของเราเจ้าก็จะสามารถไปสู่สุคติได้ไวขึ้น’ดวงวิญญาณสีเขียวยิ้มพร้อมกับเอ่ยข้อเสนอให้กับคัลเลอร์

‘หืม เด็กคนนี้ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ?’ คัลเลอร์กล่าวพร้อมกับหรี่ตามองไปที่พาลิน

“อ่า บุญสินะครับ นี่ครับตอนนี้ผมให้ได้ไม่เยอะ เพราะการจะมีบุญใหญ่ต้องใช้เงินช่วย” พาลินไม่ได้โลกสวย เขาบอกออกไปตามตรงเลยว่าการจะมาซึ่งบุญจำเป็นต้องเป็นคนที่มีทุกอย่างจนพอก่อนถึงจะมอบให้คนอื่นๆ แล้วก่อให้เกิดบุญได้

‘ทุกอย่างก็ขับเคลื่อนด้วยเงินนี่นะ ฉันรู้ดีเลยเพราะฉันคือคนที่คุมเงินของโรงประมูลในอดีต เป็นเหมือนผู้บริหาร คนจัดทำบัญชี และคนทำเงินให้กับโรงประมูลนี้ ฉันช่วยเด็กน้อยแบบเธอในเรื่องเงินได้ เพื่อแลกกับบุญใหญ่ที่จะมอบให้ฉันบ้าง’คัลเลอร์มองมาที่พาลินและละอองที่ลอยมา แม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ทำให้เขารู้สึกโล่งโปร่งสบายมากขึ้น

‘เรื่องเงินเป็นเรื่องที่นายไม่ถนัด มีเจ้านี่ช่วยจะได้หาเงินได้มากขึ้น’ดวงวิญญาณสีเขียวยิ้มพร้อมกับเดินมาจิ้มหน้าให้พาลินได้ทำหน้าที่ของตนเองต่อ

“งั้นผมจะร่างสัญญานะครับ” พาลินยิ้มก่อนจะดีดนิ้วเบาๆ

ทันทีที่พาลินดีดนิ้วดวงวิญญาณของคัลเลอร์ก็ลอยไปอยู่ตรงหน้าของพาลินแบบที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว คัลเลอร์มองไปที่พาลินก่อนจะมีอักษรบางอย่างลอยอยู่ตรงหน้าของเขา อักษรที่ว่านั้นเป็นสัญญาที่พาลินร่างออกมา

‘ใจดีจังนะ ผลกำไร50%จะกลายมาเป็นแต้มบุญของฉันเหรอ? อืมเด็กนิสัยอ่อนโยนและหัวอ่อนเนี่ยปล่อยไว้คนเดียวไม่ได้จริงๆ’ คัลเลอร์รับรู้ได้ว่าเขาต้องทำอย่างไรต่อ เพียงแค่เขาเอามือสัมผัสตัวอักษรเหล่านั้นอักษรสีขาวก็พุ่งเข้าใส่ร่างของคัลเลอร์และพาลินพร้อมๆ กัน

ฟรุ่ม

“ทำสัญญาเสร็จเรียบร้อยครับ” พาลินกล่าวให้คัลเลอร์ได้รับรู้

‘การทำสัญญาด้วยสิ่งนี้มันทำให้ฉันหลุดออกจากพื้นที่โรงประมูลด้วยเหรอเนี่ย น่าเหลือเชื่อเลยเป็นพลังของพาวน์ที่ทำเอาฉันทึ่งเลย’คัลเลอร์รับรู้ได้เลยว่าตอนนี้ตนเองสามารถไปไหนมาไหนได้แล้ว และเขาก็ไม่ต้องมาเฝ้าโรงประมูลมืดๆ นี้อีกต่อไป

“คุณยังใช้พาวน์ได้นะครับ แต่พาวน์เวลาใช้จะเสียแต้มบุญ ต่างจากพลังของผีจำพวกโปโต้ไกต์ที่ใช้ได้เลย” พาลินกล่าวออกมาให้คัลเลอร์ได้รับรู้ ว่าอีกฝ่ายนั้นก็สามารถใช้พาวน์ได้เช่นกัน

‘พาวน์ของฉันมันไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไหร่ มันคือพาวน์ประเมินราคาน่ะ’พาวน์ของคัลเลอร์เหมาะกับอาชีพในอดีตของเขาในโรงประมูล แต่มันไม่ค่อยมีค่าสำหรับพาลินที่เป็นผู้ขายสักเท่าไหร่

‘เป็นพาวน์ที่น่าสนใจดี อนาคตอาจจะมีประโยชน์ในสักวัน’ดวงวิญญาณสีน้ำตาลมองว่าพาวน์ของคัลเลอร์นั้นก็มีประโยชน์ไม่น้อย แต่แค่ตอนนี้มันยังไม่มีประโยชน์กับพาลินก็เท่านั้นเอง

“ทุกพาวน์ก็มีค่าครับ วันนี้ผมเสร็จสิ้นธุระของผมแล้ว งั้นเดี๋ยวผมกลับหอก่อนนะครับ ถ้าอยากไปด้วยก็ได้ หรือจะไปเที่ยวเล่นก็เต็มที่ได้เลยครับ เวลาอยากไปหาผมก็สามารถไปได้แบบเคลื่อนย้ายพริบตาไปได้เลย อ่อ ตอนที่ผมเรียกก็อยู่ในเงื่อนไขนั้นด้วยนะครับ” พาลินไม่ได้กะจะพาคัลเลอร์ให้ไปอยู่ที่หอด้วย เพราะบางทีคัลเลอร์อาจจะอยากเที่ยวเล่นในเมืองที่ไม่ได้ออกไปชมมานานแล้ว

‘ได้สิ เดี๋ยวฉันขอไปเที่ยวก่อนแล้วเดี๋ยวจะไปหานะ พอดีไม่ได้ไปเที่ยวนานแล้วเลยอยากสำรวจเมืองสักหน่อยว่าเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนแล้ว’คัลเลอร์พยักหน้าเข้าใจ และสัญญาว่าจะไปหาพาลินในภายหลังเองหลังจากเที่ยวเล่นเสร็จ

พาลินเองเมื่อกลับถึงหอก็มีอะไรให้ทำมากมาย การทำน้ำหอมวิเศษออกมานั้นต้องใช้เวลาและพลัง ดังนั้นพาลินเลยขลุกตัวอยู่ในห้องทั้งคืนไม่ออกไปทานอาหารหรือเจอผู้คนเลย

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...