ลูกไม่กล้าถาม: 4 วิธีรับมือเมื่อลูกเป็นเด็กอยากรู้ แต่ไม่อยากถาม...
คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะเคยผ่านช่วงเวลาที่ลูกเป็นเด็กช่างสงสัย ช่างพูด ช่างถาม หรือช่วงวัยแห่งการเป็นเจ้าหนูจำไม ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องอดทนอดกลั้นแล้วกัดฟันตอบคำถามลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่เมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียน ต่อหน้าเพื่อนและคุณครู เมื่ออยากรู้หรือต้องการคำตอบ กลับกลายเป็นว่า ลูกไม่กล้าถาม ไม่กล้าบอกเพื่อนว่าตัวเองไม่เข้าใจสิ่งที่คุณครูสอน หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะยกมือถามVanessa Bohns รองศาสตราจารย์จาก Cornell University ชี้ให้เห็นถึงเหตุผลที่ทำให้ ลูกไม่กล้าถาม เอาไว้ว่า การถามคุณครู อาจทำให้ลูกคิดว่าตัวเองจะถูกมองว่าไม่เก่ง ทำให้ลูกเลือกที่จะไม่ถามแม้ต้องการคำตอบหรือความช่วยเหลือจริงๆเด็กหลายคนจึงเลือกเก็บความสงสัยไว้ในใจแทนที่จะถาม อาจเพราะกลัวถูกตำหนิหรือคิดว่าคำถามของตัวเองไม่สำคัญ ปัญหานี้แม้ดูเหมือนเล็กน้อย แต่ในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ พัฒนาการทางความคิด และทักษะการสื่อสารของเด็ก การตั้งคำถามเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่สำคัญ ช่วยกระตุ้นความอยากรู้และการคิดวิเคราะห์ที่จำเป็นต่ออนาคตคุณพ่อคุณแม่จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยฝึกให้ลูกเป็นเด็กกล้าถามหรือขอความช่วยเหลือจากคนอื่นมากขึ้น1. สร้างสภาพแวดล้อมให้ลูกสบายใจในการถาม
เป็นเรื่องสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยที่จะเรียนรู้ เมื่อสงสัยก็สามารถถามได้ทุกเรื่อง โดยไม่มีการตัดสินว่าเป็นคำถามที่ไร้สาระเมื่อลูกรู้สึกสบายใจที่จะถาม เพราะมีคุณพ่อคุณแม่ที่พร้อมจะฟังและตอบคำถามของเขา จะช่วยทำให้ลูกมีความมั่นใจในการถามสิ่งที่สงสัยกับคนอื่นมากขึ้นตามไปด้วย2. ให้กำลังใจและการสนับสนุนเมื่อลูกถาม
การที่คุณพ่อคุณแม่ให้กำลังใจและแสดงออกถึงการสนับสนุน เมื่อลูกเริ่มถามสิ่งที่สงสัย มีผลอย่างมากต่อการเพิ่มความมั่นใจในการถามของลูก เช่น ตอบรับคำถามของลูกด้วยการบอกว่า “แม่ดีใจที่ลูกถามสิ่งที่สงสัยนะคะ” หรือ “พ่อกับแม่ชอบมาก เวลาลูกอยากรู้อะไรและต้องการคำตอบจริงๆ”เช่น ดีจังที่ลูกถามนะ หรือ พ่อกับแม่ชอบมากเลยเวลาลูกอยากรู้3. ทำให้ลูกรู้ว่าความอยากรู้เป็นเรื่องปกติ
ธรรมชาติของเด็กคือความไม่รู้ เด็กจึงเป็นวัยที่เต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยที่มีต่อสิ่งรอบตัว หรือเรื่องใหม่ๆ ที่ได้รับรู้ เพราะความสงสัยและการตั้งคำถามเป็นกระบวนการสำคัญในการเรียนรู้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทำให้ลูกรู้สึกกลัวหรือกังวลที่จะถาม แต่ความอยากรู้แล้วถามเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้4. ทำให้การถามเป็นกิจกรรมที่สนุก
การทำให้การถามเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานสามารถช่วยสร้างความสบายใจให้กับลูกเมื่อเกิดความอยากรู้และต้องตั้งคำถามได้ คุณพ่อคุณแม่อาจลองใช้การถามเป็นเกมหรือกิจกรรมที่เล่นด้วยกัน เช่น เล่นเกมถามตอบที่ให้ทุกคนในครอบครัวผลัดกันตั้งคำถามและช่วยกันตอบ วิธีนี้จะทำให้ลูกเห็นว่าการถามไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล แต่เป็นเรื่องสนุกและยังช่วยให้ลูกได้คำตอบที่ต้องการอีกด้วยอ่านบทความ: ลูกช่างถาม: 5 สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำเมื่อลูกเป็นเด็กช่างถามอ้างอิงseewhatgrows