รีวิว Mufasa: The Lion King เล่าขานตำนานเจ้าป่า สู่จุดเริ่มต้นของมหากาพย์ แต่ยังขาดพลังตราตรึงใจ!
LSA Thailand
อัพเดต 23 ธ.ค. 2567 เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2567 เวลา 10.00 น. • Lifestyle Asia Thailandใครคิดถึงเสียงคำรามของ‘มูฟาซา’ บ้างยกมือขึ้น! (คุณไม่เด็กแล้วนะ!) “Mufasa: The Lion King” คือหนังที่เรารอคอยมานาน เหมือนรออาหารเย็นหลังจากทั้งวันไม่ได้กินอะไร! ดิสนีย์กลับมาครั้งนี้พร้อมเรื่องราวที่ขยายจักรวาลเจ้าป่าได้อย่างน่าประทับใจ และที่สำคัญคือมันพาเรากลับไปสำรวจอดีตของมูฟาซา ตัวละครที่เป็นหัวใจของ The Lion King เรื่องนี้จะทำให้คุณอินจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ไปเลย! เดี๋ยวเล่า รีวิว Mufasa ให้ฟังว่าทำไมถึงดีงามขนาดนี้
Related articles
หนังเข้าใหม่ น่าดู ประจำเดือนธันวาคม 2024
หนังคริสมาสต์ 8 เรื่อง ที่คุณไม่พลาดในวันหยุด
Spoiler Alert!!! อาจมีสปอยล์เล็ก ๆ แต่อ่านแล้วจะฟินแน่นอน!
Lifestyle Asia rating: 4/5
ประเภท: อนิเมชั่นผจญภัย-ดราม่า ที่มีกลิ่นอายของความคลาสสิกในแบบดิสนีย์ผสมผสานกับความอลังการของงานสร้าง CG สมัยใหม่ หนังเหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่อาจมีบางฉากที่เข้มข้นจนต้องเตรียมทิชชูไว้ใกล้ตัว คุณจะได้ทั้งความอบอุ่นจากมิตรภาพ และความดราม่าจากการตัดสินใจที่เปลี่ยนโชคชะตาของตัวละคร
นักแสดงนำ:
- Aaron Pierre รับบท Mufasa (พากย์เสียง)
- Kelvin Harrison Jr. รับบท Taka (พากย์เสียง)
- Tiffany Boone รับบท Sarabi (พากย์เสียง)
- John Kani รับบท Rafiki (พากย์เสียง)
- Seth Rogen รับบท Pumbaa (พากย์เสียง)
- Billy Eichner รับบท Timon (พากย์เสียง)
- Mads Mikkelsen รับบท Kiros (พากย์เสียง)
- Preston Nyman รับบท Zazu (พากย์เสียง)
- Beyoncé รับบท Nala (พากย์เสียง)
- Donald Glover รับบท Simba (พากย์เสียง)
ผู้กำกับ: Barry Jenkins
เวลา: 1 ชั่วโมง 58 นาที
ดูได้ที่ไหน: โรงภาพยนตร์
ดูได้เมื่อไหร่ : 19 ธันวาคม 2567
เราชอบอะไรในหนังเรื่องนี้
- งานภาพที่สมจริง
ขนสิงโตแทบจะลูบบนจอได้! งาน CG ของเรื่องนี้ดีงามพระรามสิบมาก ทั้งมุมกล้องที่กว้างใหญ่ให้ความรู้สึกเหมือนเรายืนอยู่กลางทุ่งหญ้าสะวันนา แห่งแอฟริกา และการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครผ่านดวงตาและการเคลื่อนไหวคือดีจนอยากกราบทีมงาน CG - เส้นเรื่องลึกซึ้ง
เรื่องนี้เจาะลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างมูฟาซาและทากา (หรือที่เรารู้จักในชื่อ “สการ์”) มันพาเราไปดูจุดแตกหักที่เปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความแค้น จุดนี้เอง ที่คนดูจะได้คำตอบว่าทำไมพี่น้องคู่นี้ถึงแตกหักกันอย่างน่าเศร้า - ตัวละครใหม่-เก่าเข้ากันดี
ทีโมนกับพุมบ้ายังคงสร้างสีสันและเสียงหัวเราะเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความน่ารักของลูกสิงโตน้อยเคียร่า และเสียงพากย์ของนักแสดงใหม่อย่างแอรอน ปิแอร์ (มูฟาซา) และเคลวิน แฮร์ริสัน จูเนียร์ (ทากา) ก็ทำให้ตัวละครมีชีวิตชีวามากขึ้น
สิ่งที่เราไม่ค่อยปลื้ม
- จังหวะการเล่าเรื่องบางจุดเร่งรีบเกินไป
ช่วงท้าย ๆ ของเรื่องดูเหมือนรีบเก็บรายละเอียด ทำให้ความรู้สึกที่ควรอินแบบจุกอกกลายเป็น “แค่พอเข้าใจ” - เพลงประกอบไม่ค่อยติดหู
แม้ดนตรีประกอบจะยังคงมีกลิ่นอายความเป็น Lion King แต่ก็ไม่มีเพลงไหนที่โดดเด่นจนอยากกลับมาฟังซ้ำแบบ Circle of Life หรือ Hakuna Matata
เรื่องย่อแบบไม่สปอยล์ (มาก)
“Mufasa: The Lion King” เล่าเรื่องผ่านการบอกเล่าของราฟิกิ ที่กำลังถ่ายทอดตำนานของมูฟาซาให้ลูกสิงโตน้อยเคียร่าได้ฟัง โดยเรื่องราวจะพาเราย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของมูฟาซาในวัยเด็ก เขาเคยเป็นสิงโตกำพร้าที่ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและการผจญภัยอันโหดร้ายในทุ่งสะวันนา จนกระทั่งได้พบกับทากา สิงโตรัชทายาทผู้เป็นพี่น้องที่สายเลือดไม่ได้ช่วยสร้างความอบอุ่น
ทั้งสองต้องเผชิญกับบททดสอบชีวิตและความสัมพันธ์ที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คุณจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครทั้งสอง และค้นพบว่าทำไมเรื่องราวของพวกเขาถึงเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างใน The Lion King ที่เรารู้จัก
“เมื่อเสียงคำรามแห่งเจ้าป่า กลับมาท้าทายความรู้สึกอีกครั้ง”
ความสัมพันธ์ของพี่น้อง: จากความรักที่เคยแน่นแฟ้นสู่ความขัดแย้งที่ไม่มีวันคืนกลับ
หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Mufasa : The Lion King คือการขยายเรื่องราวที่เรารู้จักมาแต่เดิมเกี่ยวกับมูฟาซาและทากา (ที่ต่อมาเรารู้จักในชื่อ “สการ์”) หนังพาเราไปสำรวจจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยความรัก ความเชื่อมั่น และสายใยพี่น้องที่แน่นแฟ้น แต่กลับค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความบาดหมางที่รุนแรง
ทากาไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นตัวร้าย หรือคนที่ชั่วร้ายโดยธรรมชาติ หากแต่เขาเคยเป็นพี่น้องที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ และมีหัวใจที่หวังดี เพียงแต่ถูกกระทบจากปัจจัยรอบข้าง ทั้งการเปรียบเทียบ ความคาดหวังในฐานะ “ตัวแทน” และความน้อยใจที่สะสมเหมือนฟางเส้นเล็ก ๆ ในกองไฟ
หนังแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของความสัมพันธ์ในครอบครัว และชวนให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์พี่น้องกลายเป็นสิ่งที่แตกหัก?” เพราะความรักและความอิจฉาอาจอยู่ใกล้กันมากกว่าที่เราคิด และเมื่อถึงจุดหนึ่ง มันก็อาจเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งที่เรารู้จักไปตลอดกาล
จุดพีค: ฉากที่ทากาเริ่มแสดงความน้อยใจผ่านคำพูดและการกระทำ เรียกได้ว่าเจ็บจี๊ดจนผู้ชมหลายคนอาจย้อนกลับไปคิดถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับพี่น้อง เพราะมันสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตได้ดีมาก
มิติใหม่ของมูฟาซา: เมื่อเจ้าป่าในตำนานไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบเสมอไป
ใครที่เคยดู The Lion King คงคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของมูฟาซาที่ดูเหมือนเจ้าป่าที่ “ไร้ที่ติ” ผู้แข็งแกร่ง มีเหตุผล และเป็นแรงบันดาลใจให้กับซิมบา แต่ในภาคนี้เราจะได้เห็นอีกด้านหนึ่งของมูฟาซา ด้านที่เป็น “มนุษย์” มากขึ้น (ในแบบสิงโต!)
มูฟาซาเคยเป็นลูกสิงโตกำพร้าที่พลัดหลงและโดดเดี่ยวในโลกที่โหดร้าย ดินแดนสะวันนาอันกว้างใหญ่ที่สวยงามแฝงไปด้วยอันตราย หนังพาเราไปสำรวจการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด การเรียนรู้ที่จะเอาชนะความกลัว และการค้นหาจุดยืนของตัวเองในโลกใบนี้
สิ่งที่โดดเด่นคือการพัฒนาตัวละครของมูฟาซา จากเด็กน้อยที่อ่อนแอและหวาดกลัว กลายเป็นผู้นำที่เต็มไปด้วยความเมตตาและปัญญา หนังทำให้เราเข้าใจว่าการเป็นผู้นำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะสถานะหรือสายเลือด แต่ต้องผ่านบททดสอบชีวิตที่หล่อหลอมให้แข็งแกร่งขึ้น ฉากที่มูฟาซาต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ และการยอมรับในความผิดพลาดของตัวเอง เป็นอีกหนึ่งฉากที่เต็มไปด้วยอารมณ์และทำให้เราเห็นถึงความลึกซึ้งในตัวละคร
งานสร้างระดับเทพ: CG และมุมกล้องที่พาเราเข้าสู่ทุ่งสะวันนา
ต้องยกนิ้วให้กับงาน CG ของ Mufasa : The Lion King เพราะมันไม่ใช่แค่ภาพที่สวยงามธรรมดา แต่มันเหมือนเราได้เดินทางไปสะวันนาจริง ๆ ตั้งแต่วินาทีแรกที่หนังเริ่ม เส้นขนของสิงโตที่พลิ้วไหวตามสายลม มุมกล้องที่กว้างไกลจนเห็นท้องฟ้าและพื้นดินเชื่อมกันเป็นเส้นขอบฟ้า ทุกฉากล้วนเต็มไปด้วยรายละเอียดที่สะกดสายตา
การเคลื่อนไหวของตัวละครในภาคนี้ดูสมจริงมากกว่าภาคก่อน ๆ ทั้งการกระโจน วิ่ง หรือแสดงอารมณ์ สีหน้าและดวงตาของตัวละครถ่ายทอดความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้งจนบางครั้งเราลืมไปว่านี่คือ CG ไม่ใช่ภาพจริง
อีกหนึ่งจุดเด่นคือการออกแบบฉากที่อลังการ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งสะวันนาในยามเช้า หรือฉากฝนตกหนักในหุบเขา ทุกองค์ประกอบล้วนช่วยเสริมให้เรื่องราวดูทรงพลังและน่าจดจำ ฉากที่มูฟาซาตะลุยพายุฝนในหุบเขา เป็นฉากที่ทำให้เรารู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และการต่อสู้ของตัวละครกับอุปสรรคที่เกินกว่าจะคาดเดา
สรุปความรู้สึกหลังดู
จบการ รีวิว Mufasa นี้ไม่ใช่แค่หนังที่ทำให้เรารู้จักมูฟาซาและทากามากขึ้น แต่ยังพาเราไปสัมผัสถึงความเป็นมนุษย์ (ในรูปแบบสิงโต) ของพวกเขา มันสะท้อนให้เห็นว่าเส้นแบ่งระหว่าง “คนดี” กับ “คนเลว” นั้นบางเหลือเกิน หนังอาจไม่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่สิ่งที่ส่งต่อมาในแง่ของอารมณ์และข้อคิดคือดีจนไม่ควรพลาด ไปดูเถอะนะ! อย่าลืมเตรียมทิชชู่ไปด้วยล่ะ เพราะนี่ไม่ใช่แค่หนัง แต่เป็นบทเรียนชีวิตที่สอนเราผ่านตำนานแห่งเจ้าป่า! จากกันด้วยบทเพลงเพราะ ๆ เช่นเคย“I Always Wanted A Brother”
อ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องบันเทิงสนุก ๆ ได้ ที่นี่เลย
Hero Images Credit: by Courtesy of Disney – © Disney via IMDb
Featured Images Credit: by Disney – © 2024 Disney Enterprises, Inc. All Rights Reserved. via IMDb
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.