ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีน พุ่งแรง 40% ในปี 67 ส่วนยอดขายรถยนต์น้ำมันลดลง 17%
ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีน พุ่งแรง 40% ในปี 67 แซงหน้ายอดผลิตที่เพิ่มขึ้น 3.7% ส่วนยอดขายรถยนต์น้ำมันลดลง 17%
วันที่ 13 มกราคม 2568 เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศจีนเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 13 ม.ค.67 ว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทในประเทศจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% เมื่อปี 2567
ขณะที่ยอดขายรถยนต์พลังงานน้ำมันเบนซินกลับลดลง โดยยอดขายรถยนต์รวม 31.4 ล้านคันในปี 2567 ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยยอดขายเติบโตแซงหน้ายอดผลิตที่เพิ่มขึ้น 3.7%
การส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีนพุ่งขึ้นเกือบ 20% ในปี 2567 อยู่ที่เกือบ 5 ล้านคัน ในจำนวนนั้นการส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ของจีน ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ รถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง และรถยนต์ไฮบริดแบบปลั๊กอิน ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็กเพื่อสำรองแบตเตอรี่ มีจำนวนถึง 1.28 ล้านคัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 6.7% เมื่อเทียบกับปี 2566
ในประเทศจีน ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 13.6% ในเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากส่วนลดสำหรับการเทิร์นรถเก่า ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งหมดในจีนเพิ่มขึ้น 3.1% ในรอบปี แตะที่ 22.6 ล้านคัน
ขณะที่ยอดขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลแบบดั้งเดิมลดลง 17% ในปี 2567 จาก 14 ล้านคัน เหลือ 11.6 ล้านคัน คิดเป็น 51% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมด
ด้านรถยนต์ไฮบริดแบบปลั๊กอินเติบโตเร็วที่สุดในปี 2567 โดยดึงดูดผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากรุ่นที่ 2 ซึ่งมีความกังวลเกี่ยวกับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าล้วนหรือต้องการระยะทางที่ไกลขึ้นที่รถยนต์ไฮบริดสามารถให้ได้
ความต้องการรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงที่ลดลงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นผลกระทบร้ายแรงต่อผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติ เช่น Volkswagen AG และ Nissan Motor Corp. ที่อาศัยความต้องการที่แข็งแกร่งในจีนมาหลายปีเพื่อเสริมกำไรให้กับบริษัท ซึ่งทั้งสองบริษัทกำลังดิ้นรนเพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าสำหรับตลาดจีน ล่าสุด Honda และ Nissan ได้ประกาศแผนการควบรวมกิจการเพื่อรับมือกับความท้าทายจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของจีน
อ้างอิง : finance.yahoo.com