โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศาลล้มละลายกลาง ยกคำร้องขอแก้แผนฟื้นฟู THAI ปัดตกเพิ่มผู้บริหารแผน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 06.38 น.

ศาลล้มละลายกลาง ยกคำร้องขอแก้แผนฟื้นฟู THAI ให้ลดพาร์ล้างขาดทุนสะสม ปัดตกเพิ่ม 2 ผู้บริหารแผน

วันที่ 21 มีนาคม 2568 ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งไม่เห็นชอบคำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.การบินไทย (THAI) ตามมติที่ประชุมประชุมเจ้าหนี้เมื่อวันที่ 29 พ.ย.67 ทำให้ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการมีอำนาจในการลดทุนจดทะเบียนด้วยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par Value) เพื่อล้างขาดทุนสะสม และการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นขอบเขตอำนาจของผู้บริหารแผนฯ โดยไม่กระทบสิทธิของเจ้าหนี้

อีกทั้งศาลฯ เห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มผู้บริหารแผน เพราะอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการและเพิ่มค่าใช้จ่ายที่กำหนดจ่ายให้ผู้บริหารแผนปีละ 5 ล้านบาท/คน รวมถึงผู้บริหารแผนที่มีอยู่ 3 คนในปัจจุบันสามารถบริหารแผนฟื้นฟูกิจการมาด้วยดี

ศาลฯ เห็นว่าตามคำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูฯ หลังปรับโครงสร้างทุน การบินไทยยังประสบปัญหาขาดทุนสะสมจำนวนมาก โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย. 67 มีขาดทุนสะสม 73,129 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนสะสมมานานกว่า 6 ปีก่อนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูฯ ในปี 63 และคาดการณ์ว่าหลังเสร็จสิ้นการแปลงหนี้เป็นทุน การเพิ่มทุน รวมถึงดอกเบี้ยใหม่ตั้งพักแล้ว การบินไทยจะต้องรับรู้ผลขาดทุนทางบัญชีที่เกิดจากรายการปรับกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้และขาดทุนจากส่วนต่างราคาแปลงหนี้เป็นทุน และมูลค่ายุติธรรมอีกเป็นจำนวนปประมาณ 4-8.5 หมื่นล้านบาทในงบการเงินสิ้นสุดเดือน ธ.ค.67 แม้ส่วนผู้ถือหุ้นเป็นบวก แต่จะมีผลขาดทุนทางบัญชีจะยิ่งทำให้มีผลขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้น หากไม่มีการลดขาดทุนสะสม แม้จะปรับโครงสร้างทุนแล้ว การบินไทยจะไม่มีโอกาสจ่ายเงินปันผลอีกหลายปีภายหลังออกจากแผนฟื้นฟูฯ และกลับเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

การลดทุนเป็นวิธีการบริหารเงินทุนของบริษัทที่เหมาะสมเพื่อให้มีโครงสร้างทุนมีความแข็งแกร่ง ซึ่งศาลฯ ได้เคยมีคำสั่ง เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.64 ให้อำนาจผู้บริหารแผนฯ ลดทุนจดทะเบียน ด้วยการลดหุ้นเพิ่มทุนส่วนที่ไม่มีการเสนอขาย ตามด้วยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) เพื่อล้างขาดทุนสะสมทางบัญชี ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลได้เร็วขึ้น และเป็นอำนาจของผู้บริหารแผนฯ ที่จะดำเนินการได้ เพื่อให้แผนฟื้นฟูฯ สำเร็จ

การที่ผู้บริหารแผนจะลดทุนด้วยการลดพาร์จาก 10 บาท/หุ้นเป็นจำนวนที่ผู้บริหารแผนเห็นเหมาะสม เป็นไปตามกฎหมายให้อำนาจอยู่แล้ว ซึ่งไม่กระทบสิทธิของเจ้าหนี้ที่ยังได้รับการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูฯ ทั้งนี้ การขอแก้ไขแผนฟื้นฟูเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการลดพาร์และจ่ายเงินปันผลนั้น ศาลเห็นว่าเป็นอำนาจของผู้บริหารแผนฯ ที่จะกำหนดรายละเอียดในการดำเนินการจ่ายเงินปันผลโดยไม่กระทบสิทธิของเจ้าหนี้ จึงไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขแผนฟื้นฟูฯ

ส่วนคำร้องขอเพิ่มผู้บริหารแผนอีก 2 คน คือ นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม และนายพลจักร นิ่มวัฒนา รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เป็นข้อเสนอจากกระทรวงการคลังที่ รมว.คลังเห็นชอบ เนื่องจากเห็นว่าช่วงเวลาที่เหลือของการบริหารแผนต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ และการบินไทยต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้ถือหุ้น เพื่อให้การฟื้นฟูฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

แต่ศาลฯ เห็นว่าเมื่อวันที่ 21 ต.ค.65 นายไกรสร บารมีอวยชัย และ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ได้ลาออกจากผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ การบินไทยจึงเหลือผู้บริหารแผนฯ 3 คน คือ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร และนายพรชัย ฐีระเวช มีอำนาจดำเนินการตามแผนฟื้นฟู มาจนถึงปัจจุบันและเมื่อพิจารณารายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/65 จนถึงไตรมาส 4/66 ปรากฎว่าสามารถดำเนินการตามสาระสำคัญของแผน ไม่ปรากฎความบกพร่อง

และเมื่อพิจารณาว่าหากเพิ่มผู้บริหารแผน 2 คนอาจทำให้กระบวนการยุ่งยากในทางปฏิบัติ และเกิดความล่าช้า อีกทั้งผู้บริหารแผน 2 คนที่จะเพิ่มเข้ามาอยู่ในหน่วยงานของรัฐอาจจะทำให้ไม่คล่องตัว และยังเป็นการเพิ่มรายจ่ายของบริษัทที่จะต้องจ่ายค่าตอบแทนปีละ 5 ล้านบาท/คน เพราะการที่ผู้บริหารแผนลดลงเหลือ 3 คนช่วยลดค่าตอบแทนลงเกือบครึ่ง และการลดค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แผนฟื้นฟูฯ เป็นไปด้วยดี ประกอบกับการดำเนินการแผนฟื้นฟูฯ เข้าเป็นปีที่ 4 ก็สามารถทำตามสาระสำคัญได้และได้ชำระหนี้ได้ตามแผน อีกทั้งการบินไทยใกล้จะยกเลิกการฟื้นฟูฯ แล้ว ดังนั้นการเพิ่มผู้บริหารแผนจึงไม่มีความจำเป็น

ด้านนายประชา คุณธรรมดี หนึ่งในกรรมการเจ้าหนี้ กล่าวว่า พอใจผลการตัดสินของศาลฯ และไม่ต้องประชุมเจ้าหนี้อีกแล้ว ทั้งนี้การลดพาร์เพื่อล้างขาดทุนสะสมเป็นอำนาจผู้บริหารแผนที่ทำได้ ซึ่งกำหนดไว้ในแผนฟื้นฟู ที่แก้ไขฉบับที่ 1 และ 2 รวมถึงการจ่ายเงินปันผลก็ทำได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการเจ้าหนี้จะมีการประชุมต้นเดือน ก.พ. นี้เพื่อรายงานผลการพิจารณาของศาลฯวันนี้

ส่วนการแต่งตั้งกรรมการ THAI ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรายชื่อผู้ที่เหมาะสม โดยจะคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ โดยเบื้องต้นอาจจะมีจำนวนกรรมการไม่เกิน 11 คน โดย 1 ใน 3 จะเป็นกรรมการอิสระ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กระทรวงการคลังและพันธมิตรมีสัดส่สนถือหุ้น THAI ราว 50%มีโอกาสได้ที่นั่งกรรมการข้างมาก ส่วนอีกฝั่ง 50% ผู้ถือหุ้นรายย่อยมากกว่า การรวมตัวกันยาก อย่างไรก็ดี ผู้ถือหุ้นฝ่ายเจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นกู้ที่มีสัดส่วนเกิน 5% มีสิทธิเสนอกรรมการ 1 คน คือสหกรณ์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกรม ผู้บริหารแผนฟื้นฟู THAI กล่าวว่า ผู้บริหารแผนให้ฝ่ายบริหาร เสนอรายชื่อกรรมการใหม่ คาดจะได้รับต้นเดือนก.พ.68 และก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาคณะผู้บริหารแผน ในเดือน ก.พ. เพื่อเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในช่วงเม.ย.68 ทั้งนี้ การบินไทย จะไม่กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจตามเงื่อนไขแผนฟื้นฟูกิจการ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...