โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แจก 10,000 บาท เฟส 2 เตือนเช็กสิทธิวันสุดท้าย-ตรวจสอบตารางโอนเงิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 06.18 น.

คลังยันแจกเงิน 10,000 บาท เฟสสอง ผู้สูงอายุ โอนเงินเข้าบัญชี 27 ม.ค.นี้แน่นอน ส่วนแจกเงินหมื่นเฟส 3 คาดแจกได้ไตรมาส 2-3 หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโลว์ซีซั่น รัฐบาลเตือนอย่าลืมผูกบัญชีพร้อมเพย์ และเช็กสิทธิวันสุดท้าย 22 ม.ค.นี้

วันที่ 21 มกราคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความพร้อมในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงิน 1 หมื่นบาทในเฟสที่ 2 ว่า ขณะนี้โครงการมีความพร้อมอย่างมาก โดยจะมีการเปิดให้ตรวจสอบรายชื่อของผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินในวันที่ 22 ม.ค.นี้ ส่วนในวันที่ 27 ม.ค.ประชาชนที่ได้รับสิทธิจะได้รับเงินเข้าบัญชีตามกำหนด

ส่วนการแจกเงินในเฟสที่ 3 ให้กับประชาชนที่ได้มีการลงทะเบียนแล้ว ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีนายทักษิณ ชินวัตร ได้ระบุว่าจะแจกเงินภายในเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้นั้น นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ถือว่าใกล้เคียงกับไทม์ไลน์ที่รัฐบาลวางไว้ เพราะอย่างที่บอกว่าอยากจะให้เงินลงไปในช่วงที่เหมาะสมในช่วงที่เป็นโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงไตรมาส 2-3 ซึ่งรัฐบาลวางแผนว่าจะทำงานเพื่อให้เม็ดเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจในช่วงนั้นอยู่แล้ว

“กรอบในการทำงานเรื่องของดิจิทัลวอลเลตซึ่งเป็นการแจกเงินหมื่นเฟสที่ 3 ตอนนี้วางแผนไว้ว่าเป็นไตรมาส 2-3 ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องมีเม็ดเงินลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เป็นโลว์ซีซั่น” นายเผ่าภูมิกล่าว

เมื่อถามว่าในส่วนของระบบและแอปพลิเคชั่นทางรัฐมีความพร้อมหรือไม่ นายเผ่าภูมิกล่าวว่า จะให้มีความพร้อมทันกับช่วงเวลาดังกล่าวตามที่รัฐบาลวางแผนไว้

เช็กสิทธิวันสุดท้าย 22 ม.ค.

วานนี้ (20 ม.ค. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ โดยภาครัฐจะสนับสนุนเงินจำนวน 10,000 บาท ในเฟส 2 นี้ให้กับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 4 ล้านคนนั้น ขอย้ำเตือนผู้ที่มีสิทธิตามโครงการ เร่งตรวจสอบสิทธิใน 2 วันสุดท้ายให้แล้วเสร็จภายในวันพุธที่ 22 มกราคม รวมถึงดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนของผู้มีสิทธิ เพื่อรอรับการจ่ายเงินในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2568

“หากผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่สะดวกหรือไม่เชี่ยวชาญในเรื่องการลงทะเบียน รัฐบาลขอความกรุณาให้ลูกหลานหรือคนในครอบครัวช่วยเร่งตรวจสอบและดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนของผู้มีสิทธิให้แล้วเสร็จภายในวันพุธที่ 22 มกราคมนี้ เพื่อรอรับการจ่ายเงินในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2568” นางสาวศศิกานต์กล่าว

สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข สามารถตรวจสอบสิทธิการได้รับเงินในโครงการผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ได้ตั้งแต่วันพุธที่ 22 มกราคม 2568 นี้เป็นต้นไป ด้วยวิธีการดังนี้

วิธีตรวจสอบสิทธิเงินหมื่น

1.เปิดแอปทางรัฐ เข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย จากนั้นกดปุ่มตรวจสอบสถานะ

2.ระบบจะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูล และขอยืนยันเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน ให้กดปุ่มยืนยันข้อมูล

3.กรอกเบอร์โทรศัพท์และกดปุ่มรับรหัสทาง SMS (OTP)

4.กรอกรหัส OTP และกดปุ่มยืนยันโทรศัพท์มือถือ

5.กดปุ่มอนุญาตให้แอปพลิเคชั่นเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

6.ระบบจะแสดงผลสถานะในการรับสิทธิตามโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ว่าอยู่ในขั้นตอนใด หากอยู่ในขั้นตอนที่ 3 คือระบบอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ หากอยู่ในขั้นตอนที่ 4 คือไม่ได้รับสิทธิ หากอยู่ในขั้นตอนที่ 5 คือได้รับสิทธิตามโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท

“การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นการขยายผลกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ควบคู่กับการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้แก่กลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมกว้างขวางมากยิ่งขึ้น” นางสาวศศิกานต์กล่าวและว่า

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุจะสามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการตามความจำเป็นของตน ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว นอกจากนี้ การดำเนินโครงการจะช่วยส่งเสริมความอยู่ดีมีสุข (Well-Being) ของผู้สูงอายุให้ดีขึ้นรอบด้านอีกด้วย

คุณสมบัติกลุ่มเป้าหมาย

จะต้องเป็นผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2567 สำเร็จ (ลงทะเบียนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet สำเร็จ) ที่มีสัญชาติไทยและมีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ 15 กันยายน 2567 (เกิดก่อนหรือในวันที่ 16 กันยายน 2507) และมีคุณสมบัติเพิ่มเติม ดังนี้

1.ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 840,000 บาท สำหรับปีภาษี 2566

2.ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากรวมกันเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567

3.ไม่เป็นผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567

4.ไม่เป็นผู้ต้องขัง 4 ประเภท ได้แก่ นักโทษเด็ดขาด ผู้ต้องขังระหว่าง ผู้ต้องกักขัง และผู้ต้องกักกัน ตามฐานข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567

5.ไม่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ

ตารางจ่ายเงิน 10,000 บาท เฟส 2 รอบจ่ายซ้ำ

เปิดตารางจ่ายเงิน 10,000 บาท เฟส 2 รอบเก็บตก ผู้สูงอายุจ่ายซ้ำ 3 รอบเท่านั้น

รอบจ่ายซ้ำครั้งที่ 1 จ่ายเงิน 28 กุมภาพันธ์ 2568 ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนภายในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568

รอบจ่ายซ้ำครั้งที่ 2 จ่ายเงิน 28 มีนาคม 2568 ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนภายในวันที่ 25 มีนาคม 2568

รอบจ่ายซ้ำครั้งที่ 3 จ่ายเงิน 28 เมษายน 2568 ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนภายในวันที่ 23 เมษายน 2568

6.ผู้ได้รับสิทธิในโครงการสามารถตรวจสอบผลการจ่ายเงินว่าตนได้รับโอนเงิน 10,000 บาท สำเร็จหรือไม่ ผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ได้ในวันถัดจากวันที่รัฐจ่ายเงิน (แสดงผลการจ่ายเงินครั้งแรกในวันที่ 28 มกราคม 2568)

นายเผ่าภูมิกล่าวเน้นย้ำให้ผู้สูงอายุที่ประเมินว่าตนเองมีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ เร่งตรวจสอบบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนว่ายังสามารถใช้งานได้หรือไม่

ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดการ Retry ครั้งที่ 3 แล้ว กระทรวงการคลังจะยุติการจ่ายเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมาย และถือว่ากลุ่มเป้าหมายไม่ประสงค์รับเงินภายใต้โครงการ

ช่องทางการสอบถามข้อมูล

ช่องทางหลักในการตรวจสอบสิทธิ และผลการได้รับเงินในโครงการ แอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ”

-เว็บเพจรวบรวมข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์ของโครงการ เว็บไซต์กระทรวงการคลัง www.mof.go.th แบนเนอร์โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ

-Call Center สำหรับสอบถามข้อมูลโครงการ ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน สายด่วน 1111

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แจก 10,000 บาท เฟส 2 เตือนเช็กสิทธิวันสุดท้าย-ตรวจสอบตารางโอนเงิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...