โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บล.ทรีนีตี้ แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นที่ดัชนีระดับ 1,370 จุด ชี้ 4 กลุ่ม 8 หุ้นลงทุนได้เดือนม.ค.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ม.ค. 2568 เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 06.11 น.

บล.ทรีนีตี้ แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นที่ดัชนีระดับ 1370 จุด มองมีโอกาส Upside สู่ดัชนีฐานปีนี้ที่ 1,455 จุด แนะ 4 กลุ่ม 8 หุ้นน่าสนใจ แรงขาย LTF เดือนนี้ 5.5 พันล้านไม่กระทบ สภาพคล่องนักลงทุนสถาบันยังสูง

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนมกราคมปี 2568 ว่า สำหรับภาพตลาดหุ้นไทยในเดือนมกราคมปี 2568 คาดว่า SET Index จะสามารถปรับตัวรีบาวด์ขึ้นมาจากบริเวณ 1,360-1,380 จุด ฝได้ไม่ยาก มองการปรับฐานของ SET Index ในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นเรื่องที่ดีในการลดความร้อนแรงด้าน Valuation ของตลาด หลังจากที่ประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนได้ถูกปรับนำลงมาก่อนหน้านี้

สำหรับการไถ่ถอนกองทุน LTF ที่เตรียมครบกำหนดอายุใหม่ในเดือนนี้ ประเมินจะมีมูลค่าอยู่ที่ราว 5.5 พันล้านบาท ซึ่งมองว่าแรงไถ่ถอนนี้จะไม่ได้มีอิทธิพลกดดัน SET Index มากนัก ในภาวะที่สภาพคล่องของนักลงทุนสถาบันในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง ส่วนหนึ่งจากเม็ดเงินกองทุนลดหย่อนภาษีที่เข้ามาในช่วงปลายปี 2567 ที่สำคัญ ผลการศึกษาในเชิงปริมาณยังพบว่า SET Index มักเกิดปรากฏการณ์ January effect ในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม โดยหากใช้ข้อมูลในช่วง 10 ปีหลังสุด จะพบว่าดัชนีให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ 1.4%โดยมีผลตอบแทนที่ติดลบเพียงแค่ 2 ปีจาก 10 ปีเท่านั้น

ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์ หากเทียบเคียงระดับดัชนีปัจจุบันที่บริเวณ 1,386 จุด กับระดับกรณีฐานของทรีนีตี้ในปี 2025 ที่ 1,455 จุด ต้องบอกว่าระดับ Upside เป็นต่อ Downside แล้ว ด้วยเหตุนี้ จึงแนะนำให้นักลงทุนที่เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยบริเวณดัชนี 1370 จุดตามที่แนะนำก่อนหน้านี้ สามารถถือครองหุ้นในส่วนดังกล่าวต่อไปได้

โดยกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจในเดือนนี้ มองไปยัง 4 ธีมการลงทุนสำคัญได้แก่

  • กลุ่มค้าปลีกและไฟแนนซ์ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ และมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ได้แก่ AEONTS, CPALL, JMT
  • กลุ่มหุ้นปันผลสูงที่อยู่ในดัชนี SETHD ซึ่งมักจะเป็นดัชนีที่ปรับตัว Outperform ในช่วง 4 เดือนแรกของทุกๆปี ได้แก่ PTT, TISCO
  • กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนทางตรงของต่างชาติ และการลงทุนภาคเอกชนของไทยที่จะฟื้นตัวได้โดดเด่น ได้แก่ WHA
  • กลุ่มหุ้น IFFs และ REITs ที่ได้ประโยชน์จากระดับ Dividend yield gap ที่ยังคงยืนสูงกว่าค่าเฉลี่ย บ่งชี้ถึงความน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในตราสารที่คล้ายกันอย่างพันธบัตร ได้แก่ DIF, LHHOTEL

สำหรับปัจจัยที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของไทยประจำเดือนธ.ค.ซึ่งล่าสุดออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดย Headline inflation ขยายตัวเพียง 1.2% YoY และหดตัว 0.2% MoM มองแรงกดดันเงินเฟ้อภายในที่อยู่ค่อนข้างต่ำ จะเอื้อให้ธปท.สามารถดำเนินปรับลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้งภายในไตรมาสที่ 1 นี้

ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่น่าสนใจได้แก่ รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯประจำเดือนธ.ค.ในวันที่ 10 ม.ค. หากออกมาแตกต่างจากที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.6 แสนตำแหน่ง อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคาดการณ์ดอกเบี้ย Fed ในตลาดได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...