โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ว่าด้วย ‘Arcane’ หายนะในนามความก้าวหน้า

The MATTER

อัพเดต 28 พ.ย. 2567 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2567 เวลา 10.00 น. • Animation

ซีรีส์อนิเมชั่น Arcane กลับมาอีกครั้งพร้อมกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม และคงจะยืนยันได้แล้วว่าบริษัทเกมออนไลน์ระดับโลกอย่าง Riot ที่แม้จะเป็นน้องใหม่ในแวดวงการผลิตสื่ออนิเมชั่น ก็สามารถสร้างผลงานในระดับเดียวกับสตูดิโอยักษ์ใหญ่ได้ไม่แพ้ Disney, Pixar, หรือ DreamWorks โดยเฉพาะซีซั่นแรกที่คว้ารางวัลอนิเมชั่นยอดเยี่ยมจาก Emmy Awards ปี 2022 ในขณะที่ซีซั่น 2 ก็กำลังได้รับคะแนนวิจารณ์ในแง่ดีเช่นกัน

แม้จะเป็นซีรีส์อนิเมชั่นที่หยิบเอาข้อมูลส่วนเล็กส่วนน้อยจากตัวละครในเกม League of Legends มาใช้ ทว่า Arcane ก็นำองค์ประกอบเหล่านั้นมาขยายได้อย่างมีชีวิตชีวา มีเนื้อหาเข้มข้น เส้นเรื่องของแต่ละตัวละครล้วนน่าติดตาม ฉากแอ็กชั่นดุเดือด และที่ไม่พูดถึงไปไม่ได้คืออาร์ตสไตล์ที่มีลายเซ็นเฉพาะตัว ยิ่งไปกว่านั้นตัวซีรีส์ยังช่วยแง้มให้คนดูเห็นถึงอนาคตอันล่มสลาย หากมนุษยชาติมุ่งหวังเพียงความก้าวหน้า โดยไม่แยแสถึงผลกระทบ

นับตั้งแต่ซีซั่นแรก Arcane จับจ้องไปยังชีวิตของกลุ่มคนในเมืองพิลโทเวอร์และซอน ที่ไม่มากก็น้อยต่างต้องมาพัวพันกับการใช้ประโยชน์จากเวทมนตร์ลึกลับ หรือ ‘อาร์เคน’ (arcane) ตัวต้นเรื่องที่ก่อให้เกิดความขัดแข้งระหว่าง วาย (ไวโอเล็ต) และจิ๊งซ์ (พาวเดอร์) สองพี่น้องแห่งเมืองซอน หรือเป็นสาเหตุของความไม่ลงรอยกันทางความคิดของสองผู้สร้างเฮ็กซ์เทคอย่างเจซและวิคเตอร์ ลามไปจนถึงความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างผู้ปกครองพิลโทเวอร์และซอนสืบเนื่องจากปัญหาความเจริญที่เหลื่อมล้ำ รวมไปถึงการเข้ามายุ่มย่ามของเมืองต่างแดนเช่นน็อกซัส

อาร์เคนจึงเป็นหัวใจหลักของเรื่อง และเป็นที่มาอันสมเหตุสมผลของชื่อเรื่อง

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญบางส่วนของอนิเมชั่นเรื่อง ARCANE*

**อาร์เคนเป็นองค์ประกอบที่น่าพูดถึง เพราะในแง่หนึ่งเวทมนตร์ลึกลับนี้อาจสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีและการไขว่คว้าความก้าวหน้ามนุษย์ โดยเฉพาะการได้เห็นวงจรของเทคโนโลยี ตั้งแต่กระบวนการคิดค้น การประยุกต์ใช้ และจุดที่วิทยาการนั้นอาจนำมาซึ่งหายนะ

ทุกเทคโนโลยีมักเริ่มต้นด้วยความหวังดีเสมอ การนำอาร์เคนมาใช้ก็เช่นกัน ในต้นเรื่อง ทั้งเจซและวิคเตอร์ต่างมุ่งมั่นที่จะใช้อาร์เคนเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า เจซผู้เคยได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใช้เวทมนตร์ในวัยเด็ก เชื่อว่าเทคโนโลยีจากอาร์เคนจะนำพาเมืองพิลโทเวอร์และซอนไปสู่ความรุ่งโรจน์ ด้านวิคเตอร์ก็เชื่อว่าอาร์เคนนั้นมีพลังมากพอจะรักษาอาการป่วยของเขาให้หาย และถ้ามันรักษาเขาได้ คนอีกมากมายก็ไม่จำเป็นต้องเจ็บป่วยอีก ทั้งคู่จึงร่วมมือกันสร้างความฝันนั้นให้สำเร็จจนได้ออกมาเป็นเทคโนโลยีที่ชื่อว่า เฮ็กซ์เทค เฮ็กซ์เกต และเฮ็กซ์คอร์

ผลลัพธ์จากการนำวิทยาการใหม่มาใช้นั้นเห็นได้อย่างชัดเจน เมืองพิลโทเวอร์ที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เฮ็กซ์เกตช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามเมือง ส่วนเฮ็กซ์เทคสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ความสำเร็จนี้ยังแสดงให้เห็นผ่านภาพของ Progress Day วันที่ชาวเมืองพิลโทเวอร์จะออกมาเฉลิงฉลองให้กับความก้าวหน้า

กระนั้น จุดสำคัญที่ตัวเรื่องมักย้ำกับคนดูอยู่เสมอคือ อาร์เคนเป็นพลังหรือบางสิ่งบางอย่างที่แม้แต่ตัวละครในโลกของ Arcane ก็ไม่อาจเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง คือปริศนาที่ทั้งตัวละครและคนดูต่างก็พยายามหาคำตอบว่า มันคืออะไร ทำงานอย่างไร มีที่มาจากไหนกันแน่ โดยเฉพาะกับเฮ็กซ์คอร์ เทคโนโลยีที่สามารถตอบโต้กับสิ่งมีชีวิต ไหนจะการเกิดขึ้นของความผิดปกติ (Anomaly) ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้เลย อาร์เคนจึงคล้ายกับกล่องดำที่เรารู้แค่ว่า หากใส่อะไรเข้าไป จะได้ผลลัพธ์บางอย่างกลับมา แต่ไม่รู้ว่าเจ้ากล่องดำนี้ทำงานยังไงและใครเป็นคนสร้าง**

**จะว่าไปแล้ว อาร์เคนก็ไม่ต่างกับเทคโนโลยีในโลกความเป็นจริงที่นับวันเริ่มสลับซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ หากจะกล่าวให้ชัดและไม่ไกลตัวมากเกินไป เทคโนโลยีเช่น AI ก็นับว่าเข้าข่ายคุณสมบัติเดียวกับอาร์เคนอยู่ไม่น้อย เรารู้เบื้องต้นว่าต้องโต้ตอบกับ AI อย่างไร และคาดหวังถึงคำตอบที่จะออกมาได้คร่าวๆ แต่ในท้ายที่สุด เราไม่รู้ถึงการทำงานเบื้องหลัง ไม่รู้ว่า AI ที่กำลังสนทนาด้วยไปดึงข้อมูลมาอย่างไร และได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูลหรือไม่

เค้าลางของผลกระทบจากการใช้อาร์เคนเริ่มเผยให้เห็นตั้งแต่ช่วงท้ายๆ ของ Arcane ซีซั่นแรก ในเหตุการณ์ที่เอ็กโกสำรวจต้นไม้แห่งเมืองซอนที่เน่าเปื่อยอย่างเป็นปริศนา จนมาถึงซีซั่นสองที่คนดูได้เห็นว่าเวทมนตร์ลึกลับนั้นอันตรายแค่ไหน มันสามารถทำให้คนดีคนหนึ่งสูญเสียความเป็นมนุษย์และกลายเป็นสัตว์ประหลาดไล่เข่นฆ่าผู้คนได้ ไปจนถึงขั้นทำลายล้างโลก

แม้ภาพของการใช้วิทยากรจนนำไปสู่หายนะจะดูโหดร้ายไปสักหน่อย ทว่าตัวเรื่องก็สอดคล้องกับเทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์บางชิ้น ที่เริ่มต้นด้วยจุดประสงค์อันหวังดี ก่อนจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่อาจคาดเดา ชวนให้นึกถึงระเบิดไดนาไมต์ ผลงานที่ อัลเฟรด โนเบล (Alfred Nobel) คิดค้นขึ้นเพื่อช่วยให้งานก่อสร้างและการทำเหมืองปลอดภัยขึ้น

แต่ในปัจจุบันกลับถูกดัดแปลงเพื่อนำไปใช้ในสงคราม หรือโซเชียลมีเดียเองก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง เพราะเริ่มจากการอยากเป็นพื้นที่ให้คนห่างไกลได้ปฏิสัมพันธ์ แต่ในตอนนี้โซเชียลมีเดียอาจกลายเป็นพื้นที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ และเป็นสาเหตุให้บางคนเสพติดการอยู่บนโลกออนไลน์**

**ความฉลาดข้อหนึ่งของตัวเรื่อง Arcane คือการวางให้ตัวละครไฮเมอร์ดิงเจอร์เป็นศาสตราจารย์ที่ระมัดระวังการประยุกต์ใช้พลังอาร์เคนเป็นพิเศษ ไฮเมอร์ดิงเจอร์มักจะมาคอยด้อมๆ มองๆ และถามไถ่ถึงการทดลองอยู่เสมอ อีกทั้งยังแสดงความกังวลและชะลอไม่ให้นำเทคโนโลยีจากอาร์เคนไปใช้จนกว่าจะทำการศึกษาอย่างถี่ถ้วน ไฮเมอร์ดิงเจอร์จึงเป็นตัวละครที่เหมือนคำเตือน เป็นตัวบอกใบ้ถึงภัยที่อาจจะเกิดขึ้นหากไม่รอบคอบเพียงพอ

ถ้าจะกล่าวให้ชัด หายนะจากอาร์เคนยังเป็นตัวแทนของภาวะโลกรวน (climate change) ปัญหาระดับโลกที่มนุษย์เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ Arcane อาจกำลังพาคนดูไปเห็นจุดจบของโลกอันสืบเนื่องมาจากการเผาไหม้ก๊าซเรือนกระจกและบริโภคอย่างไม่รู้จบ ต้นไม้ที่ค่อยๆ เน่าเปื่อยของเมืองซอนก็คงไม่ต่างกับต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจปรับตัวได้ทันตามอุณหภูมิโลก ในทางเดียวกัน ไฮเมอร์ดิงเจอร์ก็เป็นตัวละครสำคัญที่ย้ำเตือนถึงผลกระทบด้วยท่าทีที่ไม่ไร้เดียงสา ทว่าก็ไม่เข้มงวดเกินไป แสดงถึงความหวังที่มนุษย์ยังแก้ตัวและก้าวหน้าต่อไปได้ โดยไม่ทำลายอนาคตของตัวเอง

น่าเสียดายเล็กน้อยที่ตัวเรื่องดูจะไม่มีทางออกสำหรับโลกที่มีอาร์เคนสักเท่าไหร่ และอาจจะไปไกลเกินไปด้วยการฉายภาพโลกที่สุขสงบได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีอาร์เคน คล้ายกับว่าอาร์เคนนั้นเป็นภัยและควรจะขัดขวางเทคโนโลยีจากมันอย่างถึงที่สุด ซึ่งหากมองอย่างมีความหวังสักหน่อย อย่างน้อยก็น่าจะมีโลกสักใบที่การพัฒนาเทคโนโลยีอาร์เคนเป็นด้วยความระมัดระวัง ไม่ก่อให้เกิดหายนภัย และผู้คนยังได้รับประโยชน์จากอาร์เคน

สุดท้าย Arcane นับเป็นซีรีส์อนิเมชั่นที่น่าทึ่งและดูสนุกได้โดยไม่จำเป็นต้องเล่นเกม League of Legends มาก่อนเลยแม้แต่น้อย ซีรีส์อนิเมชั่นสามารถยืนอยู่ได้ด้วยศักยภาพของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของงานภาพที่ทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงดนตรีที่เข้ากับเนื้อหาได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังหลากหลายในแง่แนวเพลงและภาษา

การประสบความสำเร็จของ Arcane ทั้งก่อนหน้าและหลังจากนี้คงนับว่าคุ้มค่าสมกับการต้องแลกมาด้วยทุนสร้างมหาศาลมูลค่ากว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (8,600 ล้านบาท) ที่ Riot ลงทุนไปสำหรับการผลิตซีรีส์ทั้งสองซีซั่น รวมกัน 18 ตอน ตัวเลขนี้ส่งให้ Arcane ขึ้นแท่นเป็นซีรีส์อนิเมชั่นที่มีต้นทุนแพงที่สุดเมื่อเทียบกับซีรีส์อนิเมชั่นเรื่องอื่นๆ ในระบบสตรีมิ่งหรือโทรทัศน์ทั่วไป แต่จะแพงแค่ไหน มาร์ก เมอร์ริล (Marc Merrill) ผู้ร่วมก่อตั้ง Riot และหัวหน้าฝ่ายผลิต ก็มองว่าเงินที่บริษัทจ่ายไปนั้นคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์เมื่อเทียบกับสิ่งที่คนดูจะได้รับ

อ้างอิงจาก

Lewens, T. (2016). The Meaning of Science: An Introduction to the Philosophy of Science. Basic Books.

Wikipedia contributors. (2024, November 27). Arcane (TV series). In Wikipedia, The Free Encyclopedia. Retrieved 15:01, November 27, 2024, from en.wikipedia.org

Wallenstein, A. (2024, November 6). Why Riot Games’ Entertainment Aims Stalled Beyond ‘Arcane,’ the Priciest Animated Series Ever (EXCLUSIVE). Variety. variety.com

Graphic Designer: Sutanya Phattanasitubon
Editorial Staff: Paranee Srikham**

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...