โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“Top5” กองรีทปี64...โชว์อัตราเงินปันผลตอบแทนสูงโดนใจ 8.03 – 9.48% !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2565 เวลา 07.55 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

“กองรีท (REIT)” หรือ “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” ถือเป็นสินทรัพย์ทางเลือกประเภทหนึ่งที่นักลงทุนเลือกไว้เป็นตัวช่วยในการบาลานซ์พอร์ตการลงทุน
ในแง่ของ “ความเสี่ยง” ย้อยกว่าหุ้น ในแง่ของ “ผลตอบแทน” ดีกว่าตราสารหนี้ ถือว่าอยู่กึ่งกลางพอดี แต่ถ้าจัดเข้าทำเนียบความเสี่ยงกองทุนจะเสี่ยงสูงในฐานะของสินทรัพย์ทางเลือกนั่นเอง
แต่ในช่วงสถานการณ์แพร่บาดของไวรัส COVID-19 กลับมาให้ความน่าสนใจและการให้น้ำหนักจากนักลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าวลดน้อยลง เพราะผลกระทบในสินทรัพย์อย่าง อาคารออฟฟิศ โรงแรม และคอมมูนิตี้มอลล์
ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์ก็เริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น ด้วยการเริ่มเปิดเมืองพร้อมกับการคลายล็อกมาตรการบางอย่างลง ให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตได้ดังเดิม
เพื่อเป็นการเตรียมให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูล “5 กองรีท” ที่มีอัตราตอบแทนโดดเด่นที่สุดในปี 64 มาแชร์กันในครั้งนี้

AIMCG” แชมป์อัตราเงินปันผลตอบแทนปี64 สูงสุด 9.48%

โดยเริ่มที่ กองที่มีอัตราผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดอย่าง “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม คอมเมอร์เชียล โกรท” หรือ “AIMCG” ลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบ Leasehold หรือ การถือครองผ่านการจ่ายค่าเซ้ง เพื่อให้ได้สิทธิการเช่าระยะยาวภายในระยะเวลาที่กำหนดนั่นเอง มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 9.48%
“สำหรับสินทรัพย์ที่กองคัดเลือกเข้ามาลงทุนในแบบสิทธิการเช่าและสิทธิการเช่าช่วง จะเป็นศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ทั้ง 3 โครงการ ได้แก่ โครงการยูดี ทาวน์ โครงการ 72 คอร์ทยาร์ด และโครงการพอร์โต้ ชิโน่ และลงทุนในกรรมสิทธิ์ในห้องชุดซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการพาณิชย์ในโครงการ โนเบิล โซโล”
ซึ่งแม้ว่ากอง AIMCGจะเข้าจดทะเบียนในตลาดทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ไม่นานหรือนับเป็นเวลา 2 ปีเศษๆ (วันที่จดทะเบียนกับตลท. 12 กรกฎาคม 2562) แต่ในแง่การปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนก็สามารถทำได้ดีไม่แพ้กองอื่น โดยมีการปันผลทั้งสิ้นถึง 7 ครั้งด้วยกันนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน
ต่อมา “กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ” หรือ “POPF” มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 9.21% เป็นกองที่ลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้างพร้อมซื้ออุปกรณ์และงานระบบที่เกี่ยวเนื่องของอาคารยูบีซี 2 ลงทุนในกรรมสิทธิ์อาคารและสิ่งปลูกสร้างพร้อมงานระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง
“และรับโอนสิทธิการเช่าที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ และลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดิน อาคารสำนักงานจำนวน 4 อาคาร รวมพื้นที่จอดรถ และงานระบบภายในอาคารในโครงการบางนา ทาวเวอร์ ซึ่งตัวเลขอัตราผลตอบแทนอาจจะเป็นรองอยู่บ้าง แต่ในด้านการปันผลของกองสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอโดยมีการปันผลทั้งสิ้นถึง 20 ครั้งด้วยกันนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน”

ถัดมาเป็น “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทรัพย์ศรีไทย” หรือ “SSTRT” มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 9.05%
“SSTRT ลงทุนในรูปแบบกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (Freehold)ในสินทรัพย์ 2 โครงการคือ โครงการทรัพย์ศรีไทย สมาร์ท สโตเรจ และ โครงการทรัพย์ศรีไทย ประกอบไปด้วยคลังเอกสาร จำนวน 14 อาคาร พร้อมสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ รวมถึงส่วนควบงานระบบสาธารณูปโภค”
ซึ่งในส่วนของผลการดำเนินงานอย่างการจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน กอง SSTRTนับตั้งแต่วันที่กองได้จดทะเบียนกับตลท. ในวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ได้มีการปันผลอย่างสม่ำเสมอทุกปีหรือรวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง
ต่อมาเป็น “กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท” หรือ “CPNCG” ที่การลงทุนจะเป็นรูปแบบลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่ดินพร้อมอาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัล เวิลด์ และสิทธิในการใช้บริการพื้นที่จอดรถจำนวน 1,271 คัน รวมทั้งการซื้อทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องบนสิทธิการเช่าดังกล่าว มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 8.22%
“โดยเป็นกองที่มีการปันผลอย่างสม่ำเสมอหรือเฉลี่ยปีละ 3 – 4 ครั้งนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนกับตลท.หรือในวันที่ 21 กันยายน 2555 หากนับจำนวนการปันผลทั้งหมดมีรวมกัน 35 ครั้ง”
สุดท้ายกองที่เราจะหยิบมานำเสนอมีชื่อว่า “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเหมราชอินดัสเตรียล” หรือ “HPF” มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 8.03%
“ซึ่งจะเป็นกองที่มีความแตกต่างจากกองก่อนหน้านี้ทั้งหมด เพราะด้วยการลงทุนจะมีทั้งกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (Freehold)อย่างโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอชลบุรี 1 จำนวน 7 แห่ง,โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) จำนวน 23 แห่งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 จำนวน 17 แห่ง”
และแบบสิทธิการเช่า (Leasehold) ประกอบไปด้วยโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอชลบุรี 1 จำนวน 12 แห่ง,โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) จำนวน 33 แห่ง,โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 1 จำนวน 2 แห่ง และโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ สระบุรี จำนวน 10 แห่ง
ฟากผลการดำเนินงานอย่างการปันผลที่เฉลี่ยปีละ 3-4 ครั้งเช่นเดียวกัน ซึ่งนับตั้งแต่จัดตั้งกองมาวันที่จดทะเบียนกับตลท. 23 มกราคม 2557 จนถึงปัจจุบันมีการปันผลรวมทั้งสิ้น 26 ครั้ง
“การเริ่มทยอยเปิดเมืองและคลายมาตรการบางอย่างลง ก็ถือเป็นสัญญาณให้การบริโภคและการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนกลับมาเป็นดังเดิม ซึ่งก็เป็นโอกาสการลงทุนที่ดีอีกหนึ่งครั้งของผู้ลงทุนที่ชอบสินทรัพย์ทางเลือกที่มีการสร้างรายได้ให้อย่างสม่ำเสมอระหว่างที่ถือหน่วยลงทุน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...