โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

“เจนีวา” เริ่มต้นที่ “นาฬิกา”

เดลินิวส์

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
เรื่องราวเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1541 เมื่อ ฌอง กาลแวง ออกกฎห้ามชาวเมืองสวมใส่เครื่องประดับมีค่าฟุ่มเฟือยในช่วงปฏิรูปศาสนา

ช่างทองและช่างอัญมณีใน “เจนีวา” เมืองต้นกำเนิดอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์ต้องหันมาใช้ทักษะความประณีตในการประดิษฐ์ "นาฬิกาพก" เครื่องมือบอกเวลาที่ไม่ใช่แค่เครื่องประดับแทน ซึ่งถือเป็นรากฐานของแบรนด์ระดับโลกในปัจจุบันอย่างปาเต็ก ฟิลิปป์ (Patek Philippe) หรือ วาเชอรอง กองสแตงแต็ง (Vacheron Constantin)

การประดิษฐ์นาฬิกาอยู่ในรากฐานของความเป็นเอกลักษณ์แห่งเจนีวา นานต่อเนื่องมานับศตวรรษ เป็นแหล่งกำเนิดของช่างที่มีฝีมือเป็นเลิศ หลายคนเป็นบุคคลอันทรงเกียรติในอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์ โดยมรดกด้านฝีมือที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันสะท้อนให้เห็นผ่านการผลิตที่มีชื่อเสียง ช่างทำนาฬิกาอิสระ พิพิธภัณฑ์ และร้านบูติกต่าง ๆ

การท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland Tourism) และการท่องเที่ยวและการประชุมเจนีวา (Geneva Tourism & Conventions) จัดนิทรรศการนาฬิกาจากเวที Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) โดยมีนาฬิกาที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจำนวน 78 เรือนมาจัดแสดง จัดโดย PMT The Hour Glass ณ เดอะฟอรัม เกสรอมรินทร์

นางสาวธันย์ชนก น่วมมะโน ผู้แทนประจำประเทศไทย สำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland Tourism) กล่าวว่า เจนีวาและการผลิตนาฬิกาหรูมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน การนำงาน GPHG มาจัดที่กรุงเทพมหานครอีกครั้งจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญและโอกาสที่ได้นำเสนออีกเมืองท่องเที่ยวของสวิตเซอร์แลนด์อย่างเจนีวา สถานที่ท่องเที่ยว ค้นหาประสบการณ์ และกิจกรรมหลากหลายที่นักท่องเที่ยวจากไทยสามารถสัมผัสเมื่อเดินทางไปเยือน เรายังคงมุ่งมั่นกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวไทยมีประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ที่ดีขึ้น ใช้เวลานานขึ้น พำนักนานขึ้นอีกสักสองสามคืน และใช้เวลาสัมผัสเสน่ห์ของเจนีวาอย่างเต็มอิ่ม

นอกจากเรื่องราวของนาฬิกาแล้ว เจนีวายังถูกเรียกว่าเป็น “สวิส ริเวียร่า” (Swiss Riviera) ชื่อที่นิยามถึงเมืองตากอากาศแถบชายฝั่งทะเล แม้เจนีวาจะไม่ใช่ชายฝั่งทะเลอย่างที่อื่น ๆ แต่บรรยากาศริมทะเลสาบเจนีวาที่มีเทือกเขาบังทำให้มีอากาศอบอุ่น ปลูกต้นปาล์มได้ และเป็นเมืองตากอากาศหรูหราแบบเมดิเตอร์เรเนียน มีจุดเช็คอินอยู่ที่ “น้ำพุเจ็ทโด้” (Jet d’Eau) แลนดมาร์กสุดไอคอนิคที่ต้องห้ามพลาดเมื่อมาถึงเจนีวา

น้ำพุขนาดยักษ์ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบเจนีวา พวยพุ่งเป็นเส้นตรงสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นสู่ท้องฟ้า สูงจนสามารถมองเห็นได้จากเกือบทุกมุมของเมือง หรือแม้กระทั่งตอนนั่งเครื่องบินอยู่เหนือน่านฟ้า เทียบเท่าตึก 40 กว่าชั้น หรือราว 140 เมตร ด้วยน้ำ 500 ลิตรต่อวินาทีที่พุ่งออกมาด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ว่ากันว่า ในทุก ๆ วินาทีที่น้ำพุเปิด จะมีมวลน้ำลอยคว้างอยู่กลางอากาศหนักถึง 7 ตัน และหยดน้ำแต่ละหยดจะใช้เวลาเดินทางไป-กลับกลางอากาศราว 16 วินาที

น้ำพุที่เห็นว่าสวยงามในวันนี้ ไม่ได้เป็นความตั้งใจสร้างเป็นน้ำพุ แต่คือวาล์วระบายความดันของโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำ ในปี ค.ศ. 1886 เมื่อช่างฝีมือและคนงานนาฬิกาในเมืองปิดเครื่องจักรตอนเย็น ความดันน้ำในระบบจะเกิน วิศวกรจึงสร้างท่อระบายน้ำทิ้งให้พุ่งขึ้นฟ้าเพื่อลดแรงดันไม่ให้ท่อระเบิด ต่อมาเมื่อเห็นว่ากลายเป็นจุดสนใจของชาวเมือง ในปี ค.ศ. 1891 ทางเมืองจึงได้ย้ายทำเลมาสร้างใหม่ ณ จุดปัจจุบันที่ท่าเรือ Eaux-Vives และใช้หัวฉีดพิเศษที่ดึงเอาฟองอากาศนับล้านเข้าไปผสมในเนื้อน้ำ ทำให้น้ำพุมีสีขาวทึบแสงสวยงามชัดเจน

จากนั้นออกสำรวจร้านบูติกและคาเฟ่ต่า งๆ ในเมืองคารูจ (Carouge) และล่องเรือในทะเลสาบเจนีวา พร้อมกับชมน้ำพุเจ็ทโด้พ่นน้ำพวยพุ่ง เพียงไม่กี่นาทีจากตัวเมืองจะได้พบกับไร่องุ่นท้องถิ่นที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการผลิตไวน์ เพลิดเพลินกับการชิมช็อกโกแลตจากหลากหลายร้านช็อตโกแลตที่เชี่ยวชาญในการทำช็อกโกแลตในเจนีวาด้วยบัตร 'ช็อกโก พาส'

แล้วเดินเล่นไปตามถนนหินลูกเต๋าในตัวเมืองเก่า จากมหาวิหารเซนต์ปิแอร์ (St. Pierre Cathedral) ไปถึงจตุรัสปลาซดูบูร์ก เดอฟูร์ (Place du Bourg-de-Four) จัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง เยี่ยมชมสำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา (International Geneva at the Palais des Nations) และพิพิธภัณฑ์กาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงนานาชาติ (The International Red Cross and Red Crescent Museum)

ผู้มาเยือนยังสามารถร่วมค้นหาเรื่องราวผ่านการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ปาเต็ก ฟิลิปป์ นาฬิกาดอกไม้ในสวนชาร์แดงอองเกล (Jardin Anglais) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมการผลิตนาฬิกาของเมืองเจนีวา หรือจะหลีกหนีความวุ่นวายไปใกล้ชิดธรรมชาติแค่เพียงเอื้อมมือบนเทือกเขาแอลป์และเทือกเขาจูรา

อย่าลืมลองไปสัมผัสประสบการณ์การทำงานฝีมือได้ที่ “อินิทิอุม” (INITIUM) คือเวิร์กช็อปและโรงเรียนสอนประกอบนาฬิกาจักรกลสวิส ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2558 ที่มอบประสบการณ์อินเมอร์ซีฟเกี่ยวกับการผลิตนาฬิกาของสวิตเซอร์แลนด์ให้เข้าถึงได้สำหรับผู้มาเยือน โดยผู้ที่มาจะได้รับคำแนะนำจากช่างทำนาฬิกามืออาชีพ ได้เรียนรู้ว่ากลไกแต่ละชิ้นเคลื่อนไหวได้อย่างไร และเรียนรู้ฝึกฝนเทคนิคดั้งเดิมที่ถ่ายทอดส่งต่อกันมา พร้อมทั้งได้ลองทำและออกแบบนาฬิกาสวิสเป็นของตัวเอง โดยขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เลือกเมื่อเยี่ยมชม นอกจากนี้ยังมีเวิร์คช็อปการผลิตเครื่องประดับและมีดพกสวิสด้วย

นาย Adrien Genier ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Geneva Tourism & Conventions กล่าวว่า ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมค้นหาประสบการณ์ในเจนีวาในจังหวะของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นดื่มด่ำกับอาหารที่การันตีด้วยรางวัลมิลชินสตาร์ ช็อกโกแลตอาร์ติซาลที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ตลอดจนเดินสำรวจย่านต่างๆ ที่มีชื่อเสียง ไร่องุ่นท้องถิ่นและทิวทัศน์ทะเลสาบที่น่าตื่นตา สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ประกอบชิ้นส่วนนาฬิกากับช่างทำนาฬิกาที่มีความเชี่ยวชาญที่ INTIUM ปิดท้ายวันที่ด้วยการรับประทานอาหารค่ำระดับ fine-dining และพักผ่อน ณ ที่พักติดริมทะเลสาบเจนีวาอย่าง โรงแรมหรู Beau-Rivage Genève

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...