“เจนีวา” เริ่มต้นที่ “นาฬิกา”
ช่างทองและช่างอัญมณีใน “เจนีวา” เมืองต้นกำเนิดอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์ต้องหันมาใช้ทักษะความประณีตในการประดิษฐ์ "นาฬิกาพก" เครื่องมือบอกเวลาที่ไม่ใช่แค่เครื่องประดับแทน ซึ่งถือเป็นรากฐานของแบรนด์ระดับโลกในปัจจุบันอย่างปาเต็ก ฟิลิปป์ (Patek Philippe) หรือ วาเชอรอง กองสแตงแต็ง (Vacheron Constantin)
การประดิษฐ์นาฬิกาอยู่ในรากฐานของความเป็นเอกลักษณ์แห่งเจนีวา นานต่อเนื่องมานับศตวรรษ เป็นแหล่งกำเนิดของช่างที่มีฝีมือเป็นเลิศ หลายคนเป็นบุคคลอันทรงเกียรติในอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์ โดยมรดกด้านฝีมือที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันสะท้อนให้เห็นผ่านการผลิตที่มีชื่อเสียง ช่างทำนาฬิกาอิสระ พิพิธภัณฑ์ และร้านบูติกต่าง ๆ
การท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland Tourism) และการท่องเที่ยวและการประชุมเจนีวา (Geneva Tourism & Conventions) จัดนิทรรศการนาฬิกาจากเวที Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) โดยมีนาฬิกาที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจำนวน 78 เรือนมาจัดแสดง จัดโดย PMT The Hour Glass ณ เดอะฟอรัม เกสรอมรินทร์
นางสาวธันย์ชนก น่วมมะโน ผู้แทนประจำประเทศไทย สำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland Tourism) กล่าวว่า เจนีวาและการผลิตนาฬิกาหรูมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน การนำงาน GPHG มาจัดที่กรุงเทพมหานครอีกครั้งจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญและโอกาสที่ได้นำเสนออีกเมืองท่องเที่ยวของสวิตเซอร์แลนด์อย่างเจนีวา สถานที่ท่องเที่ยว ค้นหาประสบการณ์ และกิจกรรมหลากหลายที่นักท่องเที่ยวจากไทยสามารถสัมผัสเมื่อเดินทางไปเยือน เรายังคงมุ่งมั่นกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวไทยมีประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ที่ดีขึ้น ใช้เวลานานขึ้น พำนักนานขึ้นอีกสักสองสามคืน และใช้เวลาสัมผัสเสน่ห์ของเจนีวาอย่างเต็มอิ่ม
นอกจากเรื่องราวของนาฬิกาแล้ว เจนีวายังถูกเรียกว่าเป็น “สวิส ริเวียร่า” (Swiss Riviera) ชื่อที่นิยามถึงเมืองตากอากาศแถบชายฝั่งทะเล แม้เจนีวาจะไม่ใช่ชายฝั่งทะเลอย่างที่อื่น ๆ แต่บรรยากาศริมทะเลสาบเจนีวาที่มีเทือกเขาบังทำให้มีอากาศอบอุ่น ปลูกต้นปาล์มได้ และเป็นเมืองตากอากาศหรูหราแบบเมดิเตอร์เรเนียน มีจุดเช็คอินอยู่ที่ “น้ำพุเจ็ทโด้” (Jet d’Eau) แลนดมาร์กสุดไอคอนิคที่ต้องห้ามพลาดเมื่อมาถึงเจนีวา
น้ำพุขนาดยักษ์ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบเจนีวา พวยพุ่งเป็นเส้นตรงสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นสู่ท้องฟ้า สูงจนสามารถมองเห็นได้จากเกือบทุกมุมของเมือง หรือแม้กระทั่งตอนนั่งเครื่องบินอยู่เหนือน่านฟ้า เทียบเท่าตึก 40 กว่าชั้น หรือราว 140 เมตร ด้วยน้ำ 500 ลิตรต่อวินาทีที่พุ่งออกมาด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ว่ากันว่า ในทุก ๆ วินาทีที่น้ำพุเปิด จะมีมวลน้ำลอยคว้างอยู่กลางอากาศหนักถึง 7 ตัน และหยดน้ำแต่ละหยดจะใช้เวลาเดินทางไป-กลับกลางอากาศราว 16 วินาที
น้ำพุที่เห็นว่าสวยงามในวันนี้ ไม่ได้เป็นความตั้งใจสร้างเป็นน้ำพุ แต่คือวาล์วระบายความดันของโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำ ในปี ค.ศ. 1886 เมื่อช่างฝีมือและคนงานนาฬิกาในเมืองปิดเครื่องจักรตอนเย็น ความดันน้ำในระบบจะเกิน วิศวกรจึงสร้างท่อระบายน้ำทิ้งให้พุ่งขึ้นฟ้าเพื่อลดแรงดันไม่ให้ท่อระเบิด ต่อมาเมื่อเห็นว่ากลายเป็นจุดสนใจของชาวเมือง ในปี ค.ศ. 1891 ทางเมืองจึงได้ย้ายทำเลมาสร้างใหม่ ณ จุดปัจจุบันที่ท่าเรือ Eaux-Vives และใช้หัวฉีดพิเศษที่ดึงเอาฟองอากาศนับล้านเข้าไปผสมในเนื้อน้ำ ทำให้น้ำพุมีสีขาวทึบแสงสวยงามชัดเจน
จากนั้นออกสำรวจร้านบูติกและคาเฟ่ต่า งๆ ในเมืองคารูจ (Carouge) และล่องเรือในทะเลสาบเจนีวา พร้อมกับชมน้ำพุเจ็ทโด้พ่นน้ำพวยพุ่ง เพียงไม่กี่นาทีจากตัวเมืองจะได้พบกับไร่องุ่นท้องถิ่นที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการผลิตไวน์ เพลิดเพลินกับการชิมช็อกโกแลตจากหลากหลายร้านช็อตโกแลตที่เชี่ยวชาญในการทำช็อกโกแลตในเจนีวาด้วยบัตร 'ช็อกโก พาส'
แล้วเดินเล่นไปตามถนนหินลูกเต๋าในตัวเมืองเก่า จากมหาวิหารเซนต์ปิแอร์ (St. Pierre Cathedral) ไปถึงจตุรัสปลาซดูบูร์ก เดอฟูร์ (Place du Bourg-de-Four) จัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง เยี่ยมชมสำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา (International Geneva at the Palais des Nations) และพิพิธภัณฑ์กาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงนานาชาติ (The International Red Cross and Red Crescent Museum)
ผู้มาเยือนยังสามารถร่วมค้นหาเรื่องราวผ่านการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ปาเต็ก ฟิลิปป์ นาฬิกาดอกไม้ในสวนชาร์แดงอองเกล (Jardin Anglais) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมการผลิตนาฬิกาของเมืองเจนีวา หรือจะหลีกหนีความวุ่นวายไปใกล้ชิดธรรมชาติแค่เพียงเอื้อมมือบนเทือกเขาแอลป์และเทือกเขาจูรา
อย่าลืมลองไปสัมผัสประสบการณ์การทำงานฝีมือได้ที่ “อินิทิอุม” (INITIUM) คือเวิร์กช็อปและโรงเรียนสอนประกอบนาฬิกาจักรกลสวิส ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2558 ที่มอบประสบการณ์อินเมอร์ซีฟเกี่ยวกับการผลิตนาฬิกาของสวิตเซอร์แลนด์ให้เข้าถึงได้สำหรับผู้มาเยือน โดยผู้ที่มาจะได้รับคำแนะนำจากช่างทำนาฬิกามืออาชีพ ได้เรียนรู้ว่ากลไกแต่ละชิ้นเคลื่อนไหวได้อย่างไร และเรียนรู้ฝึกฝนเทคนิคดั้งเดิมที่ถ่ายทอดส่งต่อกันมา พร้อมทั้งได้ลองทำและออกแบบนาฬิกาสวิสเป็นของตัวเอง โดยขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เลือกเมื่อเยี่ยมชม นอกจากนี้ยังมีเวิร์คช็อปการผลิตเครื่องประดับและมีดพกสวิสด้วย
นาย Adrien Genier ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Geneva Tourism & Conventions กล่าวว่า ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมค้นหาประสบการณ์ในเจนีวาในจังหวะของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นดื่มด่ำกับอาหารที่การันตีด้วยรางวัลมิลชินสตาร์ ช็อกโกแลตอาร์ติซาลที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ตลอดจนเดินสำรวจย่านต่างๆ ที่มีชื่อเสียง ไร่องุ่นท้องถิ่นและทิวทัศน์ทะเลสาบที่น่าตื่นตา สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ประกอบชิ้นส่วนนาฬิกากับช่างทำนาฬิกาที่มีความเชี่ยวชาญที่ INTIUM ปิดท้ายวันที่ด้วยการรับประทานอาหารค่ำระดับ fine-dining และพักผ่อน ณ ที่พักติดริมทะเลสาบเจนีวาอย่าง โรงแรมหรู Beau-Rivage Genève