ราคาน้ำมัน WTI 05/11/69 บวก 2.72% ปิด 90.52 ดอลลาร์ หลังเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย
ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายวันพฤหัสบดี (5 พ.ย. 2569) โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวก 2.72% หลังมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันทั่วโลกอาจหยุดชะงัก ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ หรือ 2.72% ปิดที่ 90.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 3.67 ดอลลาร์ หรือ 3.88% ปิดที่ 98.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาน้ำมันให้ฟื้นตัวมาจากรายงานเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่า นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีเรือถูกโจมตีแล้วอย่างน้อย 5 ลำ
ขณะเดียวกัน ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีเรือถูกโจมตีรวมสูงถึง 35 ลำ นับเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการขนส่งพลังงานผ่านเส้นทางสำคัญของโลก
นอกจากนี้ นักลงทุนยังกลับมาประเมินความเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลอาจเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงที่การผลิตและการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ตลาดน้ำมันกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทานมากขึ้น โดยเฉพาะหากความขัดแย้งขยายวงกว้างและกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ผันผวนต่อไป