โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ครม.รื้อกฎหมายภาษีป้ายรอบ 59 ปี 'ใช้เท่าไรจ่ายเท่านั้น' ลดภาษีสูงสุด 90%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

3 พฤศจิกายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อปรับปรุงพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและรูปแบบการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน

มีสาระสำคัญคือการปรับวิธีจัดเก็บภาษีให้เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ไม่ได้ติดตั้งป้ายตลอดทั้งปี ขยายเวลาชำระภาษี เพิ่มช่องทางดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดมาตรการลดภาษีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ยังปรับหลักเกณฑ์จัดเก็บภาษีป้ายให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่ติดตั้งหรือแสดงป้ายจริง โดยกรณีที่ไม่ได้ติดตั้งป้ายตลอดทั้งปี ให้คำนวณภาษีเป็นรายเดือน และเศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน แทนการจัดเก็บที่อาจทำให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระภาษีเกินกว่าช่วงเวลาที่ใช้ป้ายจริง เพื่อสร้างความเป็นธรรมตามหลักการ “ใช้ป้ายเท่าไร เสียภาษีตามระยะเวลาที่ใช้จริง” ซึ่งจะช่วยลดภาระให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้ป้ายโฆษณาเฉพาะช่วงเทศกาล กิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือการดำเนินธุรกิจตามฤดูกาล

นอกจากนี้ ยังขยายระยะเวลาชำระภาษีป้ายจากเดิม 15 วัน เป็น 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมชำระภาษีมากขึ้น พร้อมเปิดให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ยื่นคำร้องขอรับเงินคืน และยื่นอุทธรณ์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยยังสามารถดำเนินการผ่านเจ้าหน้าที่ตามวิธีเดิม รวมถึงกำหนดให้การส่งคำสั่งและหนังสือแจ้งการประเมินภาษีสามารถดำเนินการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนการติดต่อราชการ

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ร่างกฎหมายยังเพิ่มมาตรการบรรเทาภาระภาษีในช่วงที่ประชาชนและผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจหรือเหตุการณ์พิเศษ โดยกำหนดให้สามารถออกกฎกระทรวงเพื่อลดภาษีป้ายได้ตามความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม สูงสุดไม่เกินร้อยละ 90 ของภาษีที่ต้องเสีย เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหยุดกิจการ

พร้อมเพิ่มกลไกขยายระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีในกรณีมีเหตุจำเป็น ทั้งนี้ การลดภาษีดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จะกำหนดในกฎกระทรวง ไม่ใช่การลดภาษีให้ผู้ประกอบการทุกรายโดยอัตโนมัติ

สำหรับโครงสร้างอัตราภาษี ร่างกฎหมายปรับประเภทป้ายจากเดิม 3 ประเภท เหลือ 2 ประเภท ได้แก่ ป้ายที่มีอักษรไทยหรือตัวเลขล้วน และป้ายประเภทอื่น พร้อมปรับเพดานอัตราภาษีให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ โดยตัวอย่างป้ายที่มีอักษรไทยและมีข้อความหรือตัวเลขเคลื่อนที่ กำหนดเพดานอัตรา 50 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร

ส่วนกรณีอื่นกำหนด 25 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร จากเดิมที่กำหนดไว้ 10 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ทั้งนี้ เป็นการปรับเพดานอัตราตามร่างกฎหมาย ส่วนอัตราจัดเก็บจริงจะเป็นไปตามกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การปรับขึ้นภาษีทุกประเภททันที

ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มมาตรการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่สาธารณะ โดยกำหนดให้ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงล่วงล้ำพื้นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องเสียภาษีเป็น 2 เท่าของจำนวนภาษีที่คำนวณได้ เพื่อควบคุมปัญหาการติดตั้งป้ายโดยไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ การเสียภาษีไม่ได้ทำให้ผู้ติดตั้งได้รับสิทธิใช้พื้นที่สาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย และยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ร่างกฎหมายยังปรับหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีป้ายของหน่วยงานภาครัฐ โดยกำหนดให้ยกเว้นเฉพาะป้ายของหน่วยงานรัฐที่ดำเนินกิจการโดยมิได้หาผลประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันกับภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อสังเกตว่าควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน ซึ่งอาจมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อค่าใช้บริการของประชาชน จึงเป็นประเด็นที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในขั้นตอนการตรวจร่างกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังปรับหลักเกณฑ์เงินเพิ่มกรณีชำระภาษีล่าช้า โดยกำหนดให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน แต่ยอดเงินเพิ่มรวมต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสีย เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระเงินเพิ่มสูงเกินสมควร พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์การขอรับเงินคืนภายหลังการอุทธรณ์การประเมินภาษี โดยให้ยื่นคำร้องภายในหนึ่งปีนับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยถึงที่สุด

นางสาวลลิดากล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายตามขั้นตอนแล้ว โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวน 1,737 คน และส่วนใหญ่เห็นด้วยคิดเป็นร้อยละ 96.69 พร้อมจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย และแผนการจัดทำกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ภายหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการแล้ว ร่างกฎหมายยังต้องผ่านกระบวนการตรวจพิจารณาและขั้นตอนการตรากฎหมายต่อไป จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที

“การปรับปรุงกฎหมายภาษีป้ายครั้งนี้มุ่งสร้างความเป็นธรรมให้ประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ใช้ป้ายตลอดทั้งปี ให้เสียภาษีตามระยะเวลาการใช้งานจริง มีเวลาชำระภาษีมากขึ้น และสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้สะดวกขึ้น และยังเพิ่มกลไกช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจหรือภัยพิบัติ รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย ลดภาระที่ไม่จำเป็น และสร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี ควบคู่กับการพัฒนารายได้ท้องถิ่นเพื่อนำไปใช้จัดบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน” นางสาวลลิดากล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...