โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วิโรจน์” เดือด! ซัด “โสภณ” แทรกแซงอำนาจ กมธ. เตือนจ่อร้อง ป.ป.ช. ปมคุม 35 คณะ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 3 พ.ย.69 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Wiroj Lakkhanaadisorn - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ระบุว่า…

[ ประธานสภาฯ กำลังประพฤติมิชอบแทรกแซงอำนาจประธาน กมธ. อยู่หรือไม่? ] จากข่าวเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 69 ที่ระบุว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบแนวทางจำกัดอำนาจประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) โดยการบรรจุเรื่องเพื่อพิจารณา การเชิญบุคคลมาชี้แจง หรือการเรียกเอกสาร ต้องได้รับมติจากที่ประชุม กมธ. ก่อนนั้น ถ้าข่าวนี้เป็นความจริง ผมเกรงว่านายโสภณอาจกำลังใช้อำนาจของประธานสภาฯ เพื่อแทรกแซงการทำหน้าที่ของประธานคณะกรรมาธิการ โดยมิชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ เพราะคณะกรรมาธิการเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร หากกำหนดให้เสียงข้างมากสามารถปิดกั้น ได้ตั้งแต่ขั้นตอนการบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณา ก็จะเป็นการเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถใช้เสียงข้างมากสกัดกั้นการตรวจสอบได้ 1)การบรรจุวาระการประชุม: ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 93 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การประชุมคณะกรรมาธิการ ให้นำข้อบังคับนี้เฉพาะที่เกี่ยวกับการประชุมมาใช้บังคับโดยอนุโลม" ซึ่งแปลความได้ว่า การประชุมคณะกรรมาธิการเป็นเสมือนการประชุมสภาฯ ในส่วนย่อย ซึ่งต้องนำข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสภามาปรับใช้ตามความเหมาะสม และเมื่อพิจารณาข้อบังคับข้อ 22 ซึ่งให้อำนาจประธานสภาบรรจุเรื่องเพิ่มเติมในระเบียบวาระการประชุมได้ โดยไม่ต้องขอมติจากที่ประชุมสภาก่อน ดังนั้นประธานคณะกรรมาธิการ ก็ควรมีอำนาจบรรจุเรื่องที่อยู่ในหน้าที่ของ กมธ. เข้าสู่วาระการประชุมได้เช่นกัน ถ้านายโสภณยืนยันว่า การบรรจุวาระเพื่อพิจารณาต้องมีมติจากที่ประชุมก่อน การบรรจุวาระการประชุมในสภาฯ นายโสภณ ก็ต้องขอมติจากที่ประชุมสภาฯ ก่อนเช่นกัน ผมคิดว่า สส. ควรจะสอบถามนายโสภณในที่ประชุมสภาฯ ดูนะครับว่า "วาระที่ สส. กำลังจะประชุม ประธานได้ขอมติจากที่ประชุมสภาฯ ก่อนบรรจุวาระแล้วหรือยัง" แล้วดูว่านายโสภณจะตอบยังไง ถ้านายโสภณตอบว่าประธานสภาฯ สามารถใช้อำนาจบรรจุวาระตามข้อบังคับข้อ 22 ได้ ก็ต้องถือโอกาสแจ้งให้นายโสภณทราบว่า ดังนั้นประธาน กมธ. ก็ควรต้องมีอำนาจบรรจุวาระการประชุมตามข้อบังคับข้อ 22 เช่นกัน การเชิญบุคคลภายนอกมาชี้แจง และการขอเอกสาร: ข้อบังคับข้อ 31 กำหนดให้ผู้แทนศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ หรือหน่วยงานที่กฎหมายกำหนดให้รายงานต่อสภา สามารถแถลงหรือชี้แจงต่อที่ประชุมได้ เมื่อประธานอนุญาต ส่วนข้อ 76 ก็กำหนดให้ประธานอนุญาตให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมอบหมายบุคคลอื่นมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมได้ ข้อบังคับทั้งสองสะท้อนหลักการสำคัญว่า การอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาชี้แจง นั้นเป็นอำนาจของประธานสภาฯ ไม่จำเป็นต้องอาศัยมติที่ประชุมในทุกกรณี ยิ่งไปกว่านั้น ข้อบังคับข้อ 98 ยังรับรองอำนาจประธานที่ประชุม กมธ. ในการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมไว้โดยตรงอีกด้วย ผมจึงสงสัยว่า เหตุใดนายโสภณจึงตีความให้การเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการโดยสมัครใจ ต้องได้รับมติของที่ประชุม กมธ. ก่อน ถ้ายึดหลักว่า การมีบุคคลภายนอกเข้ามาชี้แจง หรือการนำข้อมูลเอกสารเข้าสู่ที่ประชุม ต้องได้รับมติจากที่ประชุมกรรมาธิการก่อน ต่อจากนี้ เมื่อมีผู้แทนหน่วยงานรัฐมาชี้แจงต่อสภา หรือมีเอกสารประกอบการประชุมแจกให้กับ สส. ผมก็อยากให้ สส. ลองถามนายโสภณดูว่า บุคคลที่มาชี้แจงและเอกสารที่นำมาแจกในวันนี้ นายโสภณได้ขอมติที่ประชุมสภาฯ แล้วหรือยัง ถ้านายโสภณตอบว่า ตนมีอำนาจในการอนุญาต ก็ต้องแจ้งให้นายโสภณทราบว่า ดังนั้นในการประชุมคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับข้อ 93 วรรคหนึ่ง ประธาน กมธ. ก็ย่อมต้องมีอำนาจอนุญาตเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับการออกหนังสือเรียกบุคคลหรือเอกสารที่มีผลบังคับตามกฎหมายนั้น ผมเห็นด้วยว่าต้องมีมติ กมธ. เพราะ พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2568 มาตรา 7 กำหนดเรื่องมติไว้ชัดเจน และข้อบังคับข้อ 97 ก็ได้กำหนดให้ประธาน กมธ. หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเป็นผู้ลงนามในหนังสือเรียก แต่ไม่ได้แปลว่าจะต้องนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้ ไปใช้จำกัดการประสานงาน การขอข้อมูล หรือการเชิญให้ความร่วมมือโดยสมัครใจในทุกกรณีด้วย หากรัฐบาลใช้เสียงข้างมากปิดกั้นแม้แต่การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ แล้วคณะกรรมาธิการจะตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างไร ผมจึงขอเสนอให้ประธาน กมธ. ทุกคณะ ทำหนังสือทักท้วง และขอให้นายโสภณทบทวน และยกเลิกแนวทางที่เป็นการแทรกแซงอำนาจของประธาน กมธ. โดยมิชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภาฯ โดยเร็วที่สุด และหากนายโสภณมิได้นำพา และยังคงเพิกเฉย ก็ย่อมสะท้อนถึงเจตนาของนายโสภณ ที่ยืนยันจะดำเนินการดังกล่าว ผมเห็นว่า สส. ควรพิจารณายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.เพื่อ ให้พิจารณว่าการกระทำของนายโสภณในกรณีนี้ ถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือไม่ สุดท้าย ผมอยากฝากให้นายโสภณตระหนักว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่รักษาความเป็นกลาง และพิทักษ์การทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่ใช้อำนาจประธานสภาฯ สร้างข้อจำกัดใหม่เพื่อเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจบริหาร การต้องขออนุญาตผู้ถูกตรวจสอบก่อนจึงจะตรวจสอบได้ นั้นไม่ใช่ระบบตรวจสอบถ่วงดุล แต่เป็นความบิดเบี้ยวที่เปิดให้อำนาจบริหาร เข้ามาแทรกแซงอำนาจนิติบัญญัติ เพื่อเปลี่ยนสภาผู้แทนราษฎร ให้เป็น "สภาสีน้ำเงิน" ซึ่ง สส. และประชาชนทุกคน จะต้องไม่ยอมให้เกิดขึ้นครับ #วิโรจน์ลักขณาอดิศร #โสภณซารัมย์ #กรรมาธิการ #ข่าวการเมือง #สภาผู้แทนราษฎร #ปปช #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...