รับอธิบดีใหม่! ‘ทนายอั๋น’ ยื่นหลักฐาน DSI แฉบิ๊กการเมืองร่วมเปิดสนามโกคาร์ททับลำรางเขากระโดง
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อส่งมอบพยานหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีลำราง-ทางเดินสาธารณะ (คดีเขากระโดง) โดยพยานหลักฐานใหม่ คือ ภาพถ่ายการร่วมงานการเปิดตัวสนามแข่งรถโกคาร์ท ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเขากระโดง มีบุคคลสำคัญระดับประเทศของบรรดาพรรคภูมิใจไทยร่วมการเปิดงานดังกล่าว ปัจจุบันล้วนเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการทำความเห็นและรับผิดชอบในคดีนี้ รวมถึงติดตามทวงถามกรณีการอนุมัติเลขสืบสวนคดีเขากระโดงของอธิบดีดีเอสไอ
“ทนายอั๋น” บุก DSI ทวงเลขสืบสวนคดีเขากระโดง จี้เร่งหาความจริง ลั่นไม่มีอำนาจการเมืองหยุดการต่อสู้ได้
โดย นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ตอนนี้ก็เป็นเวลา 3 เดือนแล้วที่ตนมาร้องขอให้ตรวจสอบการยึดถือ บุกรุก ครอบครอง ลำราง ทางสาธารณะ จำนวน 20 จุด แต่วันนี้ตนจะซอยย่อยให้เห็นชัดที่สุด โดยเฉพาะบุคคลซึ่งอยู่ในรัฐบาลชุดนี้เข้าไปเกี่ยวข้อง ว่าเหตุใดจึงไม่มีความคืบหน้าเสียที ซึ่งวันนี้ที่เอามาให้ดูเป็นเพียงแค่ 1 จุด จากทั้งหมด 20 จุด ซึ่งคือสนามแข่งรถโกคาร์ท ว่ามีวิวัฒนาการอย่างไร โดยพบว่าในปี พ.ศ. 2557 เดือน ก.ค.-ส.ค. คนที่ทำคือกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งคนพวกนี้ก็คือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับเงินภาษีของพวกเรา แต่มาทำให้สนามแข่งรถฯ ทั้งยังมีการใส่เสื้อของกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย เป็นการทำนอกเวลาราชการหรือไม่ อย่างไร แต่ในเวลานั้นคนที่กำกับดูแลกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดบุรีรัมย์ ก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ทำจนแล้วเสร็จ แม้กระทั่งในวันเปิดตัวเปิดงานเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2557 ก็พบว่ามีนายศุภชัย ใจสมุทร มีนายชัย ชิดชอบ ไปร่วมด้วย และนอกจากนี้ ยังมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ซึ่งตนอยากถาม น.ส.ศุภมาส ว่า ท่านได้มีการโทรศัพท์หาอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร หรือไม่ หรือโทรฯ หาอธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา หรือไม่ จึงฝาก น.ส.ศุภมาส ไปทบทวนดู
นายภัทรพงศ์ เผยอีกว่า ลำราง ทางเดินสาธารณะ มันมีภาพถ่ายทางอากาศชัดเจนตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2511 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมชี้ให้ดูภาพถ่ายดาวเทียมการเปลี่ยนแปลงในปี พ.ศ. 2557 ที่ก่อนยังไม่ทำเป็นสนามโกคาร์ท ยังมีลำรางทางน้ำ แต่พอทำสนามแข่งโกคาร์ทกลับปิดเลย คำถามคือมีบุคคลสำคัญในพรรคภูมิใจไทยในระดับอำนาจของบุรีรัมย์หรือไม่ที่ปล่อยให้มีการก่อสร้างมานาน 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอำเภอเมืองบุรีรัมย์ หรือเทศบาลนครบุรีรัมย์ ที่ไม่กล้าทำอะไรเพราะมีผู้หลักผู้ใหญ่ไปยืนร่วมในวันเปิดตัวสนามแข่งรถโกคาร์ท หรือไม่ เหิมเกริมเกินไปหรือไม่ ตนจึงไม่แน่ใจว่าพันธกิจของดีเอสไอในทุกวันนี้ เป็นหน่วยงานรับใช้การเมืองสีน้ำเงินหรือไม่ เช่น เป่าคดีให้เขา หรือกำจัดคู่แข่งทางการเมือง หรือรับลูกคนของน้ำเงินเวลามาร้องหรือไม่ เพราะเห็นบอกขู่กันจะออกหมายจับคดีอื่น ๆ เช่น คดีของกัน จอมพลัง แต่คดีนี้ของตนกลับเงียบกริบ แม้มาร้องนาน 3 เดือน ไม่มีคืบหน้าอะไรเลย แต่ทั้งหมดวันนี้ ตนไม่ได้มามือเปล่า วันนี้ได้เอาหลักฐานเพิ่มเติมมาให้ เพื่อเจิมการเตรียมเข้ารับตำแหน่งใหม่ของ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพร้ส์สำหรับตน เพราะตนพูดมาตั้งแต่เดือน มี.ค. 69 ว่าเขาจะมาเป็นอธิบดีดีเอสไอ เพราะตั้งแต่ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ารับตำแหน่งนายกฯ ก็มีลูกเทพเข้ามาทำงานรับตำแหน่งในรัฐบาลนี้จำนวนมาก จึงไม่เซอร์ไพร้ส์หากเขาจะมีการตอบแทนบุญคุณซึ่งกันและกัน
นายภัทรพงศ์ เผยต่อว่า สำหรับการยื่นขอให้ตรวจสอบเรื่องลำรางทางเดินสาธารณะ ตนได้ยื่นหนังสือทวงถามหลักฐานจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. 69 ว่า ดีเอสไอมีการขอหลักฐานไปแล้วหรือไม่ อาทิ พวกโฉนดระวางที่ดินต่าง ๆ ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ได้ส่งหลักฐานให้ดีเอสไอแล้วหรือไม่ เพราะดีเอสไอก็รออยู่ แต่ปรากฏว่าทางสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ก็ยังไม่ตอบกลับหนังสือตนเองมา เนื่องจากคาดว่าอาจติดปัญหาในเรื่องของกรณีที่อธิบดีดีเอสไอไม่อนุมัติเลขสืบสวนให้ และนอกจากนี้ ตนยังได้รับทราบข้อมูลว่าเร็ว ๆ นี้ หาก ร.ต.อ.ปิยะ รับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ แล้วอนุมัติเลขสืบสวนให้จริง ๆ ก็อาจจะมีการย้ายหัวหน้าชุดทำคดีเขากระโดงชุดเดิมออกไป ซึ่งก็คือ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจะเอาเจ้าหน้าที่คนอื่นมาทำแทน ทั้งนี้ ตนยังได้มีการแจ้งเรื่องไปยังนายกเทศบาลนครบุรีรัมย์ ในฐานะเป็นเจ้าของสถานที่ ซึ่งปล่อยให้มีการใช้ลำรางทางสาธารณะเป็นสนามแข่งรถโกคาร์ทนาน 10 ปี เพราะอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
นายภัทรพงศ์ ยังพูดเชิงตัดพ้อว่า กระบวนการยุติธรรมในทุกวันนี้มีการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เพราะตนมาร้องให้ตรวจสอบเรื่องที่ดินเขากระโดงเรื่องนี้ถึง 7 ครั้ง แต่ไม่คืบหน้า แต่หากคดีของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีคนมาร้องเรียนหลังตนกลับจะมีการออกหมายจับหมายเรียก เลยแซงหน้าคดีของตน ก็คงต้องตั้งข้อสังเกตการทำงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่าเลือกปฏิบัติหรือไม่
นายภัทรพงศ์ ระบุต่อว่า สำหรับกรณีที่ฝ่ายการเมืองมีอิทธิพลต่อข้าราชการประจำ ตนก็ต้องถามว่า มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าหน้าที่คนนั้น ข้าราชการจะทำตัวเป็นกุ้งงอตัวแบบ ร.ต.อ.ปิยะ ก็อาจจะได้ดี แต่มันจะไร้ซึ่งเกียรติคุณ อย่างที่สังคมกำลังสาปแช่ง ร.ต.อ.ปิยะ ในฐานะเป็น 1 ในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 และคงเป็นข้าราชการประจำที่มีชื่อเสียงดังที่สุดหลังมารับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ ทั้งนี้ ตนยังได้มีการทำหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 20 ส.ค. 69 เพื่อทวงถามการออกเลขสืบสวนคดีบุกรุกลำรางทางสาธารณะบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ กระทั่งเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ส่งหนังสือตอบตนมาว่า รับทราบเรื่องแล้ว และจะได้สั่งการมาดีเอสไอ แต่ตนก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าใด ๆ
นายภัทรพงศ์ ระบุด้วยว่า สำหรับกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าการแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 ให้มาดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีดีเอสไอนั้น มันแสดงให้เห็นว่าบ้านนี้เมืองนี้ มันไม่มีหลักของผลประโยชน์ทับซ้อนที่มีการแต่งตั้งคนของตัวเองให้มาเป่าคดีตัวเองหรอก จริง ๆ มันเพี้ยนมาตั้งแต่ไม่มีคำสั่งให้ สว. หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว จะเสกอะไรก็ได้ ไม่นึกกันหรอกว่าคนรุ่นหลังจะอยู่ในสังคมที่กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยวได้อย่างไร ตอนนี้บ้านเมืองมีลักษณะเลือกปฏิบัติ ใช้หน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจสีน้ำเงิน ถือว่าหนักกว่ายุครัฐประหาร เนื่องจากทหารในยุครัฐประหารไม่มีเครือข่ายนักการเมืองที่เข้ามาคอร์รัปชันกินรวบประเทศ แต่ในปัจจุบันมีกลุ่มนักการเมืองคอยแสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดินในทุกช่องทาง