โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มออสซีโชคดีโดน "ศาลรัฐเซาท์ออสเตรเลีย" พิพากษารอลงอาญาหลังคิดว่าขับชน "จิงโจ้" ตอน 5 ทุ่มแต่โอละพ่อกลายเป็น "สาวมุสลิม" กำลังคุกเข่าสวดภาวนากลางถนน

Manager Online

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – หนุ่มออสซีวัย 20 ปี แอชตัน เฟรนด์ ( Ashton Friend) ถูกผู้พิพากษาศาลรัฐออสเตรเลียใต้สั่งงดโทษจำคุกคดีขับรถโดยประมาทชนนักศึกษาต่างชาติชาติจากปากีสถาน ซาเมีย มาลิค (Samia Malik)เสียชีวิตระหว่างกำลังคุกเข่าสวดภาวนากลางถนนอเดเลด (Adelaide)ตอน 5 ทุ่มเมื่อปีที่ผ่านมา เจ้าตัวสารภาพคิดว่าขับชนจิงโจ้ ตะวันตกเกิดปัญหามีประชากรมุสลิมเพิ่มขึ้นอย่างผิดหูผิดตา

อินเตอร์บิสซิเนสไทม์สของอังกฤษรายงานวันจันทร์(12 ต.ค)ว่า กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อศาลรัฐเซาท์ออสเตรเลีย สั่งงดโทษจำคุกคดีขับรถโดยประมาทนักศึกษาต่างชาติชาติจากปากีสถาน ซาเมีย มาลิค (Samia Malik) เสียชีวิตระหว่างกำลังคุกเข่าสวดภาวนากลางถนนอเดเลด(Adelaide)ตอน 5 ทุ่มเมื่อวันที่ 6 พ.ค ปี 2025 ก่อนที่เขาจะหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ

แอชตัน เฟรนด์ ( Ashton Friend) จำเลยหนุ่มออสซีสารภาพความผิดขับรถโดยประมาท และได้สารภาพต่อผู้พิพากษา แอนน์ บาร์เนตต์ (Anne Barnett) ว่า ในตอนแรกคิดไปว่าขับชนจิงโจ้

เอบีซีนิวส์ของออสเตรเลียรายงานวันศุกร์(9) ว่า ศาลแขวงออสเตรเลียใต้ก่อนหน้าได้ยินว่า นักศึกษาต่างชาติชาวปากีสถานอยู่ในท่าคุกเข่ากลางถนนเป็นเวลานาน 4 นาทีก่อนโดนรถชนที่ขับโดยจำเลย

วันพิพากษาเกิดขึ้นในวันอังคารที่ 6 ต.ค ผู้พิพากษากล่าวว่าภาพกล้องทีวีวงจรปิดแสดงให้เห็นมือของผู้ตายอยู่ในท่าทางคล้ายกำลังสวดภาวนาโดยไม่มีคำอธิบายอื่นออกมาว่าเหตุใดมาลิควัย 20 ปีถึงอยู่กลางถนน

ศาลได้รับฟังว่า แอชตัน เฟรนด์ ไม่เห็นนักศึกษาต่างชาติและไม่รู้ว่าได้ชนเธอเข้าแล้วในขณะที่เขากำลังเดินทางขับจากบ้านตัวเองเพื่อไปบ้านแฟนสาว

เฟรนด์โดนตัดสินโทษจำคุกนาน 1 ปี 3 เดือน 29 วันพร้อมกำหนดขั้นต่ำต้องรับโทษจำคุก 8 เดือนในเรือนจำก่อนมีสิทธิ์ร้องขอทัณฑ์บน

แต่ทว่าผู้พิพากษาสั่งงดโทษให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปีโดยต้องมีความประพฤติดีและห้ามกระทำผิดกฎหมายซ้ำ

ทั้งนี้ผู้พิพากษาพิเคราะห์ว่า จำเลยนั้นสำนึกผิดอย่างแท้จริง อายุยังน้อย และมีความประพฤติดี ภูมิหลังของจำเลย อย่างไรก็ตามศาลแขวงออสเตรเลียใต้ออกคำสั่งห้ามจำเลยขับรถเป็นเวลา 10 ปี

อินเตอร์บิสซิเนสไทม์สรายงานว่า เฟรนด์ในช่วงเกิดเหตุมีอายุ 19 ปียอมรับความผิดต่อการกระทำของตัวเองและการล่าช้าต่อการขออภัยต่อครอบครัวของนักศึกษาต่างชาติผู้ตาย

“ไม่มีข้อแก้ตัวในการกระทำของผมหรือความล้มเหลวในสิ่งที่ต้องกระทำ” เขากล่าว

การสวดภาวนาในพื้นที่สาธารณะโดยเฉพาะบนถนนกลายเป็นข้อถกเถียงที่เผ็ดร้อนในโลกตะวันตกที่ได้เห็นปรากฎการณ์จำนวนประชากรชาวมุสลิมพุ่งสูงโดยเฉพาะในยุโรปส่งผลทำให้มีหลายเมืองในยุโรป เช่น ฝรั่งเศสออกกฎห้ามชาวมุสลิมสวดภาวนาบนถนนหรือทางเท้าจากข้ออ้างพื้นที่มัสยิดไม่พอหรือไม่มีมัสยิดตั้งอยู่

ทั้งนี้เดลีด็อตรายงานบนยาฮูนิวส์เมื่อวันที่ 13 ก.ยที่ผ่านมาว่า คลิปชาวมุสลิมรวมตัวขนาดใหญ่เพื่อสวดภาวนาบนถนนเมืองในรัฐมิชิแกนเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว

“ที่นี่ไม่ใช่ตะวันออกกลาง ที่นี่คือเมืองวอร์เรน(Warren) รัฐมิชิแกน เวลานี้พวกเขาปิดตายถนนสายหลักของอเมริกาเพื่อให้พวกเรียกร้องต่อการสวดภาวนาสามารถยึดถนนกลางวันแสกๆได้” ผู้โพสต์คลิปกล่าว

และเสริมว่า “ประชากรอาหรับมุสลิมกำลังระเบิด การเทคโอเวอร์เข้ายึดได้เกิดขึ้นแล้วที่นี่”

การรายงานจากยาฮูนิวส์ยังระบุว่า สิ่งสำคัญที่ต้องชี้ว่าเสรีภาพทางศาสนาในสหรัฐฯขยายครอบคลุมต่อทุกความเชื่อ

การได้รับอนุญาตให้สวดภาวนาอย่างเสรีนั้นถูกกำหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถหยุดให้ผู้คนออกมาแสดงความเห็นแรงๆได้

เดลีด็อตชี้ว่า ความเห็นส่วนใหญ่อยู่ในแง่ลบโดยมีจำนวนมากกล่าวว่า ไม่สมควรอนุญาตให้ชาวมุสลิมสามารถสวดภาวนาในที่สาธารณะได้

อ้างอิงจาก AI ของกูเกิล ตามคำบอกเล่าของท่านฮาซรัต อิบนุ อุมาร์ (Hazrat Ibn Umar) สถานที่ต้องห้ามทั้งเจ็ดแห่งรวมถึง การประกอบศาสนกิจบนทางสาธารณะเป็นสิ่งต้องห้าม เนื่องจากเป็นการขัดขวางการสัญจรทั้งของผู้เดินเท้าและยานพาหนะ ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยไม่จำเป็น และทำให้ผู้ประกอบศาสนกิจตกอยู่ในอันตรายโดยตรง

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...