ลุ้นระทึก ศาล รธน.นัดชี้ 28 ก.ย. คดีบาร์โค้ดเลือกตั้งโมฆะ!?
เมืองไทย 360 องศา
เดือนกันยายนต่อเนื่องไปจนถึงเดือนตุลาคม น่าจะถือว่าเป็นเดือนที่การเมืองร้อนแรง หรือหากกล่าวให้น่ากลัวหน่อยก็คือ มักถูกเรียกว่าเป็นช่วงเดือน “อาถรรพ์” อะไรประมาณนั้น เพราะมักเกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาดังกล่าวมาหลายครั้ง อย่างในปีนี้ โดยเฉพาะเดือนกันยายน ก็มีเรื่องให้ต้องจับตาหลายเรื่อง ซึ่งในวันที่ 28 กันยายน นี้ ศาลรัฐธรรมนูญก็มีกำหนดวินิจฉัย “คดีบาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ต้องมาลุ้นระทึกกันว่าจะทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ หรือไม่ เพราะหากเกิดเป็น โมฆะขึ้นมาก็ไม่อยากหลับตานึกภาพเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ หลังได้รับเรื่องร้องเรียน ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง หรือ บาร์โค้ด และ QR Code
ผู้ร้องอ้างว่า รูปแบบดังกล่าวมีเหตุให้น่าเชื่อว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนของผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนอาจไม่เป็นไปโดยลับ และเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224
ตามกำหนดการเดิม ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ก่อนนัดฟังคำวินิจฉัยในวันเดียวกัน เวลา 14.00 น.
นั่นเป็นที่มาที่ไปและข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณาวินิจฉัย อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องติดตามต่อหลังจากนั้น โดยเฉพาะหากผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาในทางลบ การเลือกตั้งไม่ลับ นั่นคือส่งผลให้การเลือกตั้ง “เป็นโมฆะ” ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ต้องถือว่ายุ่งเหยิง จนทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่รัฐบาลชุดนี้ ที่นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย ได้เป็นแกนนำรัฐบาล ผ่านไปเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น
ที่ผ่านมามีการประเมินกันว่า หากการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ จะทำให้สถานการณ์การเมืองตึงเครียดขึ้นมาทันที ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งกันใหม่ และที่สำคัญ ทำให้คาดเดากันยากว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาแบบไหน พรรคภูมิใจไทย จะสามารถชนะการเลือกตั้งกลับมาแบบถล่มทลายอีกครั้งหรือไม่
นอกจากนี้ หากมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นจริง การเมืองจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปอีกหรือไม่ หรือตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะมาจากพรรคไหน หรือว่ายังเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ หรือไม่
มีการวิเคราะห์กันว่า หากมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น คราวนี้เสียงของฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะกลับมาแตกแยกกว่าเดิม และจะซอยย่อยเป็นหลายกลุ่ม จากคราวที่แล้วที่เคยเทให้กับภูมิใจไทย จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมไปถึงกระแสจาก 3 ขุนพลจากภายนอก คือนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ แต่สถานการณ์วันนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง กระแสดังกล่าวนั้นเริ่มเบาบางลงไปแล้ว
แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีการประเมินกันว่า แม้ว่าพรรคภูมิใจไทย จะโดนโจมตี มีเรื่องอื้อฉาวอย่างไร แต่ที่ผ่านมามีการดึงเอา“บ้านใหญ่” เข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งนี่คือของตาย เป็นเครื่อง “การันตีจำนวน ส.ส.” เอาไว้ แม้ว่าจำนวน ส.ส.อาจจะไม่ถึงขั้นถล่มทลายแบบเดิม แต่ระดับพรรคใหญ่ที่ยังสามารถเป็นแกนนำรัฐบาล ก็ยังไม่อาจมองข้ามไปได้
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณจากพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งที่เคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทย แม้ว่าเวลานี้อาจจะฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง แต่เชื่อว่ายังไม่เป็นกระแสหลัก ยังต้องอาศัยฐานเสียงดั้งเดิมที่เคยมีอยู่ รักษาจำนวน ส.ส.หรืออาจเพิ่มขึ้น แต่ก็น่าจะยังเป็นพรรคขนาดกลางอยู่เหมือนเดิม
ขณะที่พรรคกล้าธรรม แม้ว่าที่ผ่านมาจะสร้างเซอร์ไพรส์ ด้วยการเพิ่มจำนวน ส.ส.ขึ้นมาแบบพรวดพราด มีจำนวน ส.ส.ในทุกภาค ถือว่าน่าจับตาไม่น้อย แต่นาทีนี้ยังถือว่าเป็นพรรค “รอร่วมรัฐบาล”
หรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าจะมีการผลัดใบมาเป็นยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ตาม แต่ที่ผ่านมาถือว่ายังไม่สามารถสร้างความโดดเด่น น่าจดจำในฐานะพรรคฝ่ายค้าน หากมีการเลือกตั้งโดยเร็ว ก็ยังไม่น่าเชื่อว่าจะกลับมาเติบโตแบบมีนัยสำคัญ เพราะหลายคนมองว่า“หมดยุค”ไปแล้ว
อีกพรรคที่ต้องพูดถึงก็คือ พรรคประชาชน หากพิจารณากันตามความเป็นจริง ก็ต้องกล่าวกันแบบตรงไปตรงมาโอกาสที่จะเติบโตมากกว่านี้ได้ยากมาก แม้ว่าที่ผ่านมาพวกเขายังคงรักษาระดับพรรคการเมืองที่มี “กระแส”เอาไว้ แต่นั่นคือเป็นได้แค่ “พระรอง” และที่ผ่านมาบทบาทในฐานะฝ่ายค้าน ยังไม่ถือว่ามีลำหักลำโค่นได้หนักแน่นเพียงพอ โดยเฉพาะตัวผู้นำพรรคในตอนนี้อย่าง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็ยังธรรมดา
เอาเป็นว่า เป็นการประเมินสถานการณ์แบบคั่นเวลาระหว่างรอลุ้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดี “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้งว่าผลจะออกมาว่า การเลือกตั้งจะเป็นความลับหรือไม่ หากผลออกมา “ไม่ลับ” แล้วละก็ยุ่งแน่นอน เพราะนั่นคือ ต้องเลือกตั้งใหม่ เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ รอลุ้นด้วยความระทึกแล้วกัน วันจันทร์ที่ 28 กันยายน นี้ ก็รู้เรื่องกันแล้ว !!
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO